บ้านของศิลปิน คนรักศิลปะ

แต่งบ้านด้วยรัก

ลิ้นชักมีไว้เก็บของที่มีค่า แต่ความทรงจำที่มีค่า คงน่าเสียดายหากถูกเก็บไว้ในลิ้นชัก

ผศ.สุรสิทธิ์ และ อาจารย์ศรีวรรณา เสาว์คง 2 ศิลปินคู่ชีวิตที่รักจะถ่ายทอดความทรงจำออกมาเป็นงานศิลปะ และมีความสุขที่ได้เห็นผลงานของตนเองแขวนไว้บนผนัง ปัจจุบัน ผศ.สุรสิทธิ์ เสาว์คง เป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตภาคพายัพ และยังช่วยสอนศิลปะแก่พระนิสิตของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ด้วย ส่วนอาจารย์ศรีวรรณาเป็นศิลปินอิสระ และมีผลงานการเขียนบทความที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะต่างๆ อยู่อย่างสม่ำเสมอ ภายในบ้านของทั้งสองท่านที่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงเต็มไปด้วยงานศิลปะมากมาย

อาจารย์ศรีวรรณาพาเราเยี่ยมชมบ้าน และเล่าให้ฟังว่า ส่วนหนึ่งของเนื้อที่ได้ก่อสร้างเป็น "หอศิลป์ความสงบ" เพื่อจะได้ชื่นชมรูปภาพทั้งหลายที่ได้เขียนไว้

"หอศิลป์นี้สร้างเสร็จเมื่อปี 2538 ใช้เวลาสร้าง 8 เดือน คนที่ออกแบบและก่อสร้างชื่อ ภานุทัต กิติบุตร เป็นหลานของ อาจารย์จุลทัศน์ กิติบุตร ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งข้อมูลที่ให้เขาคือ ให้มีผนังที่เราจะแขวนรูปได้ และให้มีแสงสว่างเข้ามาในนี้ เวลามีเพื่อนฝูงมา เราก็นั่งคุยกันทั้งวันได้สบาย ส่วนชั้นลอยนั้น เมื่อก่อนใช้เป็นที่เขียนรูป แต่ปรากฏว่ามันเล็กไป รูปมันใหญ่เกิน ก็เลยไปสร้าง Section ใหม่ที่ข้างนอกไว้สำหรับเขียนรูปใหญ่ ส่วนชั้นลอยก็เลยงดหน้าที่ใช้ทำงานไปโดยปริยาย"

"จุดมุ่งหมายที่ทำหอศิลป์นี้ ไม่ได้เพื่อเป็น Gallery เปิด โดยมากเอาไว้ต้อนรับเพื่อนฝูงมากกว่า ถ้าเราไม่ว่าง ก็ไม่ได้เปิดหอศิลป์นี้แก่สาธารณะ บางครั้งก็มีเพื่อนฝูง กวี คนรู้จักมักคุ้นจากกรุงเทพฯ มานั่งคุยกันที่นี่ มาดูรูป ซึ่งรูปก็ไม่ใช่เอาไว้ขายหรือทำมาหากินอะไร เพราะเราก็มีหน้าที่เป็นครูสอนศิลปะอยู่แล้ว แต่เราเขียนรูปด้วยความสุขความพอใจ เวลาไปเที่ยวไหน กลับมาปุ๊บก็เขียนเลย หรือไม่ก็ไปเขียนจากที่นั้น เขียนเสร็จแล้ว รูปจะไว้ที่ไหนล่ะ ก็ต้องหาที่แขวน อย่างรูปบางรูปที่อาจารย์สุรสิทธิ์เขียนสด เพื่อสอนให้เด็กดูว่าขึ้นรูปอย่างนี้นะ พอเสร็จแล้ว จะเก็บไว้ในลิ้นชักเหรอ ก็เอามาใส่กรอบดีกว่า รูปก็เลยไม่ใช่เพื่อการตกแต่งในตัวบ้าน แต่ทำมาด้วยความรัก เพราะการเขียนรูปต้องมีที่มาที่ได้รับแรงบันดาลใจ ที่ต้องมาแปลความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ถ้าเป็นรูปถ่ายก็ไม่ต้องแปลอะไร ก็บันทึกไปตรงๆ แต่นี่ต้องมาแปลความหมายใหม่ให้เป็นงานศิลปะ"

มุมมองในการแต่งบ้านของอาจารย์ศรีวรรณาจึงแตกต่างจากคนอื่นออกไป "แต่งบ้านด้วยรักก็ถูกแล้ว เพราะเวลาเราตกแต่งบ้าน เราก็ต้องมีความผูกพัน มันก็คือความรักนั่นแหละ แต่ทีนี้ความรักของแต่ละคนก็แตกต่างกัน เราเป็นคนรักศิลปะ เราต้องหาที่อยู่ให้กับศิลปะของเรา ที่จริงมันก็ไม่ใช่แต่งบ้านหรอก เป็นการหาที่อยู่ที่เหมาะสมให้กับเขาเท่านั้น เสียดายถ้ามันจะไปอยู่ในลิ้นชักหรือในอะไร เพราะมันก็เป็นความทรงจำดีๆของเราเกี่ยวกับสถานที่นั้นที่เราไปสัมผัส และทุกครั้งที่เราได้เห็นผลงานที่เราทำ ก็ทำให้ระลึกถึงวันและความประทับใจนั้นๆ"

เพราะมีความรักในการเขียนภาพเป็นพื้นฐาน แม้จะแต่งบ้านโดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก แต่ด้วยความเป็นศิลปินที่มีศิลปะอยู่ในหัวใจ ภาพที่เขียนจึงเท่ากับเป็นการแต่งบ้านให้สวยงามไปในตัว

หนึ่งรูปภาพ แต่มากด้วยความทรงจำ

แม้ผ่านไปเหมือนสายน้ำ แต่ก็สุขใจเมื่อได้คิดถึงครับ