ภาพที่ประทับอยู่ในหัวใจคนไทยเสมอมา

๗๐ ปี แห่งพระบารมีปกเกล้า เนื่องใจโอกาส ๗๐ ปีแห่งการขึ้นครองราชสมบัติองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพิงรถพระที่นั่งแล้วทรงงานนี้เป็นภาพที่ประทับอยู่ในหัวใจคนไทยเสมอมา

สุหะ ถนอมสิงห์ อดีตอธิบดีกรมชลประทาน เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าในการเสด็จฯไปทรงเยี่ยมโครงการต่างๆนั้น บางครั้งไม่รับสั่งว่าจะเสด็จฯไปที่ใด เวลาใด เพราะไม่มีพระราชประสงค์ให้เจ้าหน้าที่และราษฎรเกิดความยุ่งยาก ต้องนำผลงานมาเตรียมการรับเสด็จ

หลายต่อหลายครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะขับรถพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง ฝ่าฝนที่ตกหนัก ถนนลื่น หนทางทุรกันดารเป็นหลุมเป็นบ่อ จนถึงจุดหมายปลายทางที่ทรงตั้งพระทัยไว้ แล้วเสด็จลงจากรถพระที่นั่งพร้อมอุปกรณ์สำคัญ นั่นคือแผนที่และเข็มทิศซึ่งติดอยู่กับนาฬิกาข้อพระกร ดินสอ ๑-๒ แท่ง ในกระเป๋าฉลองพระองค์ และกล้องถ่ายรูป

ทรงจำเส้นทางต่างๆได้อย่างแม่นยำ จำได้จนถึงชื่อตำบลและหมู่บ้าน ทั้งๆที่บางครั้งยังไม่เคยเสด็จฯมาก่อนเลย เพราะก่อนที่จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโครงการใด จะรับสั่งว่า "ต้องทำการบ้านก่อน"

"การบ้าน" คือการที่ทรงศึกษาหาข้อมูลทุกด้านเกี่ยวกับพื้นที่ที่จะเสด็จฯนั้นอย่างละเอียด ละเอียดจนทรงทราบแม้เส้นทางย่อยๆที่จะต้องทรงผ่าน ลักษณะของเส้นทาง จนถึงเลขหลักกิโลเมตร

ส่วนเหตุผลที่ต้องเสด็จลงพื้นที่ด้วยพระองค์เองนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล่าว่า

"การที่เสด็จฯไปด้วยพระองค์เองนั้น ทรงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะฉะนั้นเวลาเสด็จฯไปที่ไหน จะต้องขับรถด้วยพระองค์เอง ท่านบอกว่าจะได้มีความรู้สึกต่อพื้นที่นั้น

...เวลาเดินทางไปด้วยพาหนะอื่น เช่น เฮลิคอปเตอร์ ท่านก็ถือโอกาสเป็นการตรวจสอบและแก้ไขแผนที่ไปในตัว ท่านจะกริ้วพวกเราอย่างมากที่พอไปๆก็นอนหลับ ท่านบอกว่าการขึ้นเฮลิคอปเตอร์นั้นถือเป็นสิทธิพิเศษ และใช้เครื่องราชการ ใช้น้ำมันราชการ ก็ควรทำประโยชน์ให้ราชการให้สมบูรณ์ ไม่ใช่ว่าขึ้นไปฟังเสียงบรื๋อๆ ๒-๓ นาทีก็หลับ..."