พระเจ้าอยู่หัวกับแผนที่

เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่าทรงใช้“แผนที่”นั้นเพื่อประโยชน์อันใด และทำไม?
70 ปี พระบารมีปกเกล้า

 

                ภาพที่คุ้นตาประชาชนชาวไทยอยู่เสมอคือ ภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงถือ “แผนที่” เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนประชาชนในทั่วทุกภาคของประเทศ  เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่าทรงใช้“แผนที่”นั้นเพื่อประโยชน์อันใด และทำไม?

          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยมีพระราชทานสัมภาษณ์กับคณาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตีพิมพ์ในวิศวกรรมสาร ประจำเดือนธันวาคม พ.ศ. 2527 ว่า

                “...แผนที่ส่วนพระองค์ที่ทรงใช้เป็นประจำ เป็นแผนที่ขนาดสัดส่วน 1:50000 ที่ทรงทำขึ้นด้วยพระองค์เอง ทั้งยังทรงคอยปรับแก้และเพิ่มเติมข้อมูลใหม่ๆเข้าไปเสมอทุกครั้งที่เสด็จฯทรงเยี่ยมราษฎร ซึ่งหากปีต่อๆไปได้เสด็จไปที่เดิมอีก ก็จะทรงใช้แผนที่อันเดิมนั้นในการตรวจสอบ จึงทำให้ทรง หวงแผนที่ส่วนพระองค์ชุดนี้มาก...

                ...ประชาชนจะมีโอกาสเห็นอยู่เสมอว่าวิธีการที่ทรงปฎิบัติในการหาแหล่งน้ำ และการช่วยเหลือราษฎรในงานชลประทานนั้นทำอย่างไรจากข่าวในโทรทัศน์ แต่บางท่านอาจจะเข้าใจได้ยากเพราะว่าภาพที่เห็นนั้นไปไหนๆก็ตาม พระเจ้าอยู่หัวก็จะต้องถือแผนที่ของท่านอยู่แผ่นหนึ่ง แผนที่แผ่นหนึ่งของท่านค่อนข้างจะกว้างกว่าแผนที่ที่ใครๆเห็นกันทั่วไป เพราะท่านเอาหลายๆระวางมาแปะติดกัน การแปะแผนที่เข้าด้วยกันนั้นท่านทำอย่างพิถีพิถัน แล้วถือเป็นงานที่ใครจะมาแตะต้องช่วยเหลือไม่ได้เลยทีเดียว

                ก่อนที่จะเสด็จฯไหน ท่านจะเตรียมทำแผนที่และศึกษาแผนที่นั้นโดยละเอียด...แล้วเวลาเสด็จฯไปก็ต้องถามชาวบ้านว่าสถานที่นั้น อยู่ที่ไหน ทางทิศเหนือมีอะไร ทิศใต้มีอะไร ท่านถามหลายๆคน แล้วตรวจสอบกันไปมาระหว่างคนที่ถามนั้น ดูจากแผนที่อันนั้นว่าแผนที่อันนั้นถูกต้องดีหรือไม่ น้ำไหลจากไหนไปที่ไหน บางครั้งถ้าแผนที่ไม่ถูกต้องท่านจะตรวจสอบได้ และมีเจ้าหน้าที่จากกรมแผนที่ที่ตามเสด็จฯด้วย ก็เรียกมาชี้ให้ดูว่าตรงนี้จะต้องแก้ไข”

                หลังจากที่ทรงตรวจสอบแล้วว่าภูมิประเทศกับแผนที่ถูกต้อง ขั้นตอนต่อไปคือการพัฒนาให้สอดคล้องกับภูมิประเทศและคน โดยให้หน่วยงานราชการเข้ามาเช็คข้อมูลอีกครั้งและเรียกหน่วยปฏิบัติมา ดังที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาได้กล่าวถึงพระอัจฉริยภาพในการใช้แผนที่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้ว่า

                “ทรงใช้เวลา 2-3 นาทีบนแผนที่ และบอกพื้นที่ที่ต้องการสร้างแหล่งน้ำภายใน 2-3 นาที จะทรงกำหนดและขีดให้ได้ทันทีว่าสร้างเขื่อนตรงนี้ จากเขานี้ไปเขานี้กั้นตรงนี้ แล้วพระองค์จะทรงวาดต่อได้เลยว่า พอสร้างเสร็จแล้วน้ำเต็มแล้ว จะท่วมบริเวณไหนบ้าง ระบายเป็นสีน้ำเงิน ออกมาให้ได้ทัน ทรงศึกษาก่อนที่จะทรงทำอะไร ไม่ว่าไปถึงประทับแล้วชี้ แต่พระองค์ท่านทรงรู้อยู่ตลอดเวลา คือหยิบเรื่องอะไรขึ้นมาจะทรงศึกษาก่อน

ไม่ว่าจะสนพระทัยเรื่องอะไร ตราบใดที่ยังไม่ทะลุปรุโปร่งไม่สุดปลายของปัญหา พระองค์จะไม่ทรงหยุด...”