เมื่อวิทยาศาสตร์ช่วยสืบทอดทายาทต้นไม้

รักเรา รักษ์โลก

ต้นไม้บางต้นมียีนที่สมบูรณ์แบบที่ทำให้มันยืนต้นตระหง่าน ผ่านร้อนผ่านหนาวอยู่ได้เป็นพันๆปี และมีความสูงเกือบจะเท่าตึกระฟ้าเลยทีเดียว แต่ด้วยความใหญ่โตนี้เอง ต้นไม้เหล่านี้จึงตกเป็นเป้าหมายการทำลายล้างของคนตัดไม้ (ทำลายป่า) ทำให้โลกต้องสูญเสียต้นไม้ และป่าไม้ดีๆไปอย่างน่าเสียดายยิ่งนัก

เรื่องนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมในความรู้สึกของสมาชิกองค์กรรวบรวมต้นไม้โบราณอาร์ชานเจล (Archangel Ancient Tree Archive) ซึ่งมีภารกิจหลักในการเก็บรวบรวมพันธุ์พืชเก่าแก่ ขยายพันธุ์ต้นไม้อายุหลายร้อยปี รวมถึงปลูกต้นไม้ทดแทนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อประโยชน์ทางนิเวศวิทยา และทำให้พวกเขาต้องลุกขึ้นมาเยียวยาแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เริ่มจากการสร้างหอสมุดพันธุกรรมที่เก็บรวบรวมเรื่องราวของต้นไม้เก่าแก่ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ซึ่งบางครั้งก็ต้องค้นหาจากภาพถ่ายต้นไม้ที่เหลือเพียงตอ เพราะถูกตัดเมื่อนานมาแล้ว หลังจากนั้นก็ทำการโคลนนิ่งต้นไม้เก่าแก่เหล่านั้นขึ้นมาใหม่ และนำไปปลูกในป่าทั่วโลก ผลงานที่ทางองค์กรบันทึกไว้ เช่น

  • ขยายพันธุ์ต้นไม้เก่าแก่ที่มีความสำคัญของโลก ก่อนที่จะล้มตาย
  • เก็บรวบรวมข้อมูลทางพันธุกรรมของต้นไม้เก่าแก่ไว้ในห้องสมุดมีชีวิตทั่วโลก เพื่อโลกอนาคต
  • ปลูกป่าทดแทนต้นไม้ที่หายไป ด้วยต้นกล้าที่โคลนนิ่งขึ้นมา เพื่อประโยชน์มากมายมหาศาลต่อระบบนิเวศ ซึ่งจำเป็นต่อทุกสรรพชีวิต เช่น ให้ออกซิเจน กรองคาร์บอนไดออกไซด์ ใช้ประโยชน์เป็นยา ให้ความชื้นในอากาศ และช่วยลดโลกร้อน

ในปี 2013 องค์กรรวบรวมต้นไม้โบราณอาร์ชานเจล ก็ลงมือปฏิบัติการที่ก้าวหน้าไปอีกก้าวหนึ่งและนับเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือการนำต้นเรดวู้ด ซึ่งเป็นต้นไม้ตระกูลสน ที่เกิดจากการโคลนนิ่งไปปลูกในป่า 9 แห่ง ใน 7 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี ไอร์แลนด์ เวลส์ อังกฤษ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย และโอเรกอน โดยพันธุกรรมที่นำมาโคลนนิ่งนี้ ได้จากการรวบรวมทั้งจากต้นเรดวู้ดที่ยังมีชีวิตและทั้งที่เหลือเป็นตอไม้ ก่อนนำไปปลูกก็จะมีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมอย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่ ซึ่งการปลูกในช่วงแรกนั้น จะต้องมีการดูแลประคบประหงมกันเป็นพิเศษทีเดียว เพื่อให้กล้าไม้โคลนนิ่งเหล่านี้เจริญเติบโตและแข็งแรงพอที่จะเผชิญโลกด้วยตัวของมันเองได้


การนำต้นไม้เหล่านี้ไปปลูกกระจายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก ก็ช่วยเพิ่มโอกาสที่ต้นไม้จะอยู่รอดได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในระยะยาว การละลายของน้ำแข็งขั้วโลกและฝนที่ตกน้อยลงมากประกอบกับอุณหภูมิในอากาศที่สูงขึ้น ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่กระทบต่อความอยู่รอดของต้นไม้ที่อยู่ในถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอย่างมาก สถานที่เหล่านี้ถูกเลือกให้เป็นตัวแทนสำหรับสภาพอากาศที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตและอยู่รอดของต้นไม้ในระยะยาว ปฏิบัติการนี้ เรียกว่าเป็นการอพยพแบบอาศัยตัวช่วย โดยการแทรกแซงของมนุษย์ในการเลือกสถานที่ที่เหมาะสมกว่าให้กับต้นไม้ เพื่อที่จะยืนหยัดต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพอากาศในวันข้างหน้า