กรมศิลปากรแซ่ซ้องสดุดียกย่องบทละครเรื่อง "รามเกียรติ์"

พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1 เป็นวรรณคดีแห่งชาติ
สายวรรณกรรม

ตอนที่ 1

เนื่องในโอกาสวันภาษาไทยแห่งชาติ พ.ศ.2558 คณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติ กรมศิลปากรประกาศแซ่ซ้องสดุดียกย่องบทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นวรรณคดีแห่งชาติ เป็นวรรณคดีสำคัญที่มีอิทธิพลต่อความคิดความเชื่อของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันสนุกสนานเพลิดเพลินแล้วยังส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม เป็นหนังสือฉบับสมบูรณ์ที่ทรงคุณค่าเปี่ยมด้วยอรรถรสทางวรรณศิลป์ เป็นหลักในการศึกษาเปรียบเทียบเรื่องรามเกียรติ์ของไทยและฉบับต่างๆของอินเดียและรามายณะในภูมิภาคอาเซียน

บวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ ประธานคณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติ ที่ปรึกษานิตยสารสกุลไทย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต ประสาท ทองอร่าม ผู้ชำนาญการด้านนาฏศิลป์ไทย แถลงข่าวที่ห้องดอกไม้สด สำนักหอสมุดแห่งชาติ เพื่อประกาศยกย่องบทละครเรื่อง "รามเกียรติ์" พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นวรรณคดีแห่งชาติ ทั้งจัดให้มีการบรรยายทางวิชาการและการแสดงโขนชุด "รามาวตาร"

"นายกรัฐมนตรีเห็นความสำคัญของงานวรรณคดีซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร จึงแต่งตั้งคณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติ เกี่ยวข้องกับงานภาษา หนังสือ โบราณคดี พิพิธภัณฑ์ศิลปะและการแสดงทั้ง 3 ด้านบูรณาการเห็นความสำคัญเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน การจัดงานครั้งนี้ทำให้กรมศิลปากรเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน งานประวัติศาสตร์โบราณคดี วรรณกรรมสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ เห็นคุณค่าของงานได้อย่างลึกซึ้ง ปีนี้รัฐบาลเน้นนโยบายอาเซียน ถ้านำงานวรรณคดี การแสดงมาบูรณาการเป็นภาพใหญ่สู่อาเซียนมีนิมิตหมายที่ดีในภูมิภาคนี้ หลายประเทศในอาเซียนต่างมีวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ เราใช้วรรณคดีเป็นตัวเชื่อมโยงให้กับประชาคมอาเซียนได้เห็นความเป็นไปของบุคคลในภูมิภาคด้วย ทำให้วรรณกรรมเห็นผลในภาพรวมของอาเซียน เป็นจุดกำเนิดที่ต่อยอดได้อย่างแพร่หลาย มีการแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรม การแสดงและดนตรี" บวรเวท รุ่งรุจี กล่าว

พระราชนิพนธ์บทละครเรื่อง รามเกียรติ์ เป็นวรรณคดีสำคัญที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตเพื่อช่วยกันรวบรวมเรื่องรามเกียรติ์ที่สูญหายไปในสมัยอยุธยา และเรียบเรียงเป็นบทละครใน ตั้งแต่ พ.ศ.2340 แล้วถวายให้พระองค์ทรงตรวจแก้ไข เป็นรามเกียรติ์ของไทยที่มีเนื้อหายาวที่สุดและสมบูรณ์ที่สุด ใช้ภาษาและสำนวนไทยที่เรียบง่ายแต่ไพเราะ มีตัวละครและพฤติกรรมแปลกๆของตัวละครบางตัวรวมทั้งมีเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจชวนให้ติดตาม ตัวละครหลายตัวใช้ปฏิภาณไหวพริบโต้ตอบกันอย่างได้รสชาติ เป็นที่มาของเรื่องรามเกียรติ์สำนวนอื่นของไทยซึ่งแต่งขึ้นในสมัยหลังอีกหลายสำนวน เช่น รามายณะ ของ วาลมิกิ เรื่องนารายณ์อวตารในปุราณะฉบับต่างๆ เรื่องพระรามชาดก เรื่องพระรามในท้องถิ่นต่างๆของอินเดีย เรื่องหนุมานนาฏกะ กวีไทยแต่งเพิ่มเติมเข้าไปโดยผสานเนื้อหาจากหลายๆสำนวนให้สอดคล้องกลมกลืนกันจนเป็นรามเกียรติ์สำนวนไทยที่มีเอกภาพ

บทละครเรื่องรามเกียรติ์จึงเป็นเรื่องที่มีคุณค่าทั้งด้านวรรณศิลป์และให้ความรู้เกี่ยวข้องกับสังคมและประเพณีวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อเรื่องพระมหากษัตริย์คือพระนารายณ์ที่อวตารลงมาปราบยุคเข็ญในโลกมนุษย์ เป็นเรื่องที่ให้ทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลินและคติธรรม เน้นเรื่องธรรมะย่อมชนะอธรรมและความประพฤติของตัวละครที่ดำเนินไปอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ผู้ใดทำผิดก็ต้องได้รับโทษทัณฑ์ไม่มียกเว้น มีตัวละครในอุดมคติที่เป็นแบบอย่างความประพฤติให้แก่คนในสังคมได้ดี เช่น พระรามซึ่งรักษาคำสัตย์และเป็นผู้ที่มีรักเดียวใจเดียว หนุมาน ซึ่งเป็นทหารที่จงรักภักดีต่อ พระราม และ พิเภก ซึ่งคำนึงถึงคุณธรรมความถูกต้องมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง

กลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากรในนามคณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติกำหนดจัดการบรรยายทางวิชาการเรื่อง รามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชประกอบการสาธิตและการแสดงโขนขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจและพระปรีชาญาณอันล้ำเลิศที่ทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีที่มีคุณค่าทางวรรณศิลป์และด้านนาฏยศาสตร์ ในวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม เวลา08.30 - 16.00น. ณ โรงละครแห่งชาติ ช่วงเช้าบรรยายเรื่อง "ความเป็นเอกภาพในบทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" โดย รองศาสตราจารย์ ดร.มณีปิ่น พรหมสุทธิรักษ์ การบรรยายเรื่อง "ความดีความงามในบทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" โดย ศาสตราจารย์ดร.ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต และการบรรยายเรื่อง "จากหนุมานถึงหนุแมน" : การถ่ายทอดวัฒนธรรมทางวรรณศิลป์ในยุคGenZ โดย ศาสตราจารย์ ดร.รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ และช่วงบ่ายเป็นการบรรยายเรื่อง "สิ่งควรรู้ก่อนดูโขน" และสาธิตการแสดงท่ารำ โดย ประสาท ทองอร่าม ผู้ชำนาญการด้านนาฏศิลป์ไทย ดร.ไพโรจน์ ทองคำสุก สำนักการสังคีต พร้อมชมการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด "รามาวตาร" จาก สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรจัดทำเรื่องวรรณกรรมอาเซียนล่วงหน้ามาแล้วกว่า 10 ปีได้รับเงินอุดหนุนจากคณะกรรมฝ่ายวัฒนธรรมของอาเซียนหารือประชุมออกหนังสือวรรณกรรมอาเซียนจำนวน 6 เล่ม แต่ละประเทศตั้งผู้แทนจำนวน 3 คน เข้ามาเป็นกรรมการประชุมร่วมกันทำงาน ต่างก็เลือกวรรณกรรมที่มีคุณสมบัติพิเศษ รวบรวมประวัติศาสตร์สังคม วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมเพื่อให้รับรู้ว่าคนสมัยก่อนมีวิถีชีวิตอย่างไร เลือกวรรณคดีแต่ละประเทศมาแปล ประเทศสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไทยทำโครงการได้สำเร็จ โครงการนี้ยืดเยื้อมากกว่าจะได้ใช้เงินจำนวน 1 ล้านบาท กลายเป็น 5 ล้านบาท ส่วนประเทศอินโดนีเซีย มีงานตีพิมพ์ 2 เล่ม ส่วนมาเลเซีย บรูไนยังไม่มีผลงาน

"วรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์มีความสำคัญมากต่อวิถีชีวิตคนไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงเป็นกวีสร้างสรรค์ศิลปะของชาติด้วยทรงพระวิริยอุตสาหะประพันธ์วรรณคดีให้เป็นวรรณกรรมสำคัญของบ้านเมือง นับตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงแต่งเรื่องรามเกียรติ์ 4 บท ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 2 ทรงแต่งเรื่องรามเกียรติ์ โดยทรงโปรดฯให้มีการชุมนุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตกวีช่วยกันแต่งด้วยการหยิบยกวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีในอดีต นับได้ว่าเป็นมหากาพย์ยิ่งใหญ่ที่สมเด็จพระนารายณ์ ทรงเสด็จอวตารมาสร้างโลก มีวัฒนธรรมของอินเดีย-ไทย และอีกครั้งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงเป็นหลักสร้างผืนแผ่นดินไทยอย่างอุดมสมบูรณ์ให้เราอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข มีแม่น้ำลำคลอง แหล่งแร่ธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ ถ้าคนไทยไม่เห็นคุณค่าของแผ่นดินแม่ก็ให้ไปอยู่ประเทศอื่น คนทำวรรณคดีของชาติได้รับการแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุม ปีที่แล้วคณะกรรมการได้คัดเลือกไตรภูมิพระร่วงเป็นวรรณคดีแห่งชาติ คือเป็นวรรณคดีอมตะ นอกจากนี้เมืองไทยยังมีวรรณคดีเรื่อง อิเหนา พระอภัยมณี ขุนช้างขุนแผน อ่านได้ไม่รู้เบื่อสามารถอ่านซ้ำได้อีกเป็น 20 ครั้ง วรรณคดีเรื่อง สามก๊ก มีคนพูดว่าอ่านเกิน3ครั้งคบไม่ได้ แต่ดิฉันอ่าน 20 ครั้ง ทุกครั้งที่โรงพิมพ์ส่งมาให้อ่านเพื่อตรวจทานความถูกต้อง ดิฉันยืนยันว่าเป็นคนคบได้" คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ กล่าวอย่างอารมณ์ดี

โครงการวรรณคดีของชาติ กลอน 7 บทละครแทรกด้วยคติธรรมความเชื่อวิถีชีวิตแต่งตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ประมวลความรู้วัฒนธรรมประเพณีอยู่ในรามเกียรติ์ คนไทยมีความเชื่อในเรื่องเทวดาคุ้มครองด้วยคติความเชื่อว่าการดำเนินชีวิตถ้าทำผิดจะไม่ประสบสิ่งที่ดีงามในชีวิต สิ่งเหล่านี้คือสัจธรรมเที่ยงแท้ ทศกัณฐ์มีพี่น้องมากมายทั้งยักษ์มาช่วย แต่ธรรมะไม่มีทางที่จะพ่ายแพ้อธรรม เป็นการสอนให้คนดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องทำนองคลองธรรม พระรามเป็นผู้ที่รักษาสัตย์ยกบ้านเมืองให้พระลักษมณ์ ทศกัณฐ์ทำความผิดลักนางสีดา พระรามต้องสู้รบกว่าสิบปีเพื่อจะตามนางสีดากลับคืน หนุมานมีความจงรักภักดีต่อพระรามซื่อสัตย์ต่อพระองค์ แม้แต่พิเภกซึ่งเป็นยักษ์และเป็นน้องของทศกัณฐ์ก็ยืนข้างพระราม ขอให้พี่ชายคืนนางสีดา เมื่อถึงคราวฤกษ์งามยามดีที่สุดพระรามก็ได้รับชัยชนะ

บวรเวท รุ่งรุจี ประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า "รามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ณ โรงละครแห่งชาติ โดยมีนักวิชาการ ครูอาจารย์ นิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยายรวมทั้งมีศิลปินอาเซียนร่วมสัมมนารามเกียรติ์และจะเข้าชมการแสดงโขนในช่วงท้ายรายการ พระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นวรรณคดีแห่งชาติ เนื่องจากรามเกียรติ์เป็นวรรณคดีที่สำคัญที่มีอิทธิพลต่อความคิดความเชื่อของไทยมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เป็นหนังสือรามเกียรติ์ฉบับสมบูรณ์ที่ทรงคุณค่าเปี่ยมด้วยอรรถรสทางวรรณศิลป์และเป็นหลักในการศึกษาเปรียบเทียบเรื่องรามเกียรติ์ของไทยกับมหากาพย์รามายณะฉบับต่างๆของอินเดีย ตลอดจนเรื่องรามายณะในภูมิภาคอาเซียนได้เป็นอย่างดี"

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่ออีกว่า รามาวตาร รามายณะเป็นการส่งทอดวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งโดยเฉพาะเมืองไทยในภาคตะวันออกเฉียงใต้ในขณะที่เรากำลังเข้าสู่บริบทของการเป็นประเทศกลุ่มอาเซียนมีการศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์วรรณคดีปรากฏหลักฐานมากกว่าพันปี ภาพสลักภาพเขียนก่อนที่จะมีการสถาปนาก่อตั้งกรุงเทพมหานคร สุโขทัย อยุธยา พื้นที่ในบริเวณประเทศไทยพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับรามเกียรติ์ รามายณะบ่งบอกความเก่าแก่สำคัญ คือ เรื่องความรู้สึกร่วมของคนในภูมิภาค เรื่องราวทางวรรณกรรม กรมศิลปากรตระหนักว่าเราควรอนุรักษ์และพัฒนาสืบทอดให้เยาวชนได้เห็นคุณค่า ไม่ใช่อยู่เพียงหน่วยงานเท่านั้น นายกรัฐมนตรีจึงเห็นความสำคัญแต่งตั้งคณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติเพื่อยกย่องและเชิดชูวรรณคดีไทยให้ปรากฏ เพื่อให้คนไทยภาคภูมิใจเรื่องราววรรณคดีที่มีชีวิตให้ปรากฏ

กลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากรในนามคณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติจัดบรรยายทางวิชาการเรื่อง รามเกียรติ์พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประกอบการสาธิตและการแสดงโขนเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจและพระปรีชาญาณอันล้ำเลิศที่ทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีที่มีคุณค่าทางวรรณศิลป์และด้านนาฏยศาสตร์

ดร.สุนิสา จิตรพันธ์ รองอธิบดีกรมศิลปากรในฐานะกรรมการดำเนินงานบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ควรส่งเสริมให้มีการเผยแพร่ความรู้อย่างกว้างขวาง ส่งผลต่ออิทธิพลความเชื่อความศรัทธาของคนไทยทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกันมีการสาธิตแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีส่วนเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 1,000 คน

ความเป็นเอกภาพในบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โดย รองศาสตราจารย์ ดร.มณีปิ่น พรหมสุทธิรักษ์ อาจารย์ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรกล่าวว่าในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องพระรามฉบับหลวงที่เหลือตกทอดมามีจำนวนไม่มาก มีคำพากย์รามเกียรติ์ และบทละครรามเกียรติ์สมัยอยุธยา และบทละครรามเกียรติ์พระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เรื่องพระราม ทั้งหมดนี้มีเนื้อความไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ผู้ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้กรุงเทพมหานครรุ่งเรืองเหมือนสมัยอยุธยา โปรดฯให้พระราชวงศานุวงศ์ และกวีที่สามารถทางกาพย์ กลอน ช่วยกันแต่งบทมหรสพต่างๆ รวมทั้งบทละครในที่ขาดหายไปให้ครบทุกเรื่อง เพื่อเป็นต้นฉบับสำหรับพระนครมีเรื่องรามเกียรติ์ ความยาว 116 เล่มสมุดไทย เรื่องอุณรุท 18 เล่มสมุดไทย เรื่องดาหลัง 32 เล่มสมุดไทย เรื่องอิเหนา 32 เล่มสมุดไทย บทละครรามเกียรติ์พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงได้ชื่อว่าเป็นเรื่องรามเกียรติ์สำนวนที่สมบูรณ์ที่สุด

รองศาสตราจารย์ ดร.มณีปิ่น กล่าวว่า บทละครพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ ที่รัชกาล 1 ทรงประชุมกวีผู้มีฝีมือช่วยกันแต่งด้วยสำนวนโวหารเหมือนดังมาลัยที่ร้อยกรองอย่างเรียบร้อย งดงาม ไพเราะความมีเอกภาพของเรื่องสอดคล้องต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง เอกภาพของบทละครพระราชนิพนธ์เกิดจากการเลือกเรื่องราวจากรามายณะฉบับถิ่นของอินเดีย และจากหนังสือปุราณะต่างๆที่เล่าอยู่ในดินแดนนี้ มาเสริมให้ผู้อ่านเห็นเหตุที่มาของเรื่องราวแต่ละตอน


โปรดอ่านต่อฉบับหน้า