เรียนรู้ดูดอกไม้บาน "อุทยานขิง-ข่าไทย"

ที่นี่รายการเพื่อคุณภาพชีวิต

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เชียงใหม่ "ประเทศไทย" เจ้าภาพประชุมวิชาการนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ  พืชวงศ์ขิง-ข่าโลก ครั้งที่ 7 

"ความรักเหมือนดั่งต้นไม้" ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริง ต้นไม้กับคนอยู่ร่วมกัน มีหน้าที่และความสำคัญซึ่งต้องพึ่งพากันและกัน คนต้องอาศัยประโยชน์จากต้นไม้มากมาย หากคนไม่ดูแลรักษาต้นไม้ให้ดีแล้ว หากวันใดไม่มีต้นไม้แล้ว คนก็จะอยู่อย่างยากลำบาก ดั่งเช่น การเกิด "ภาวะโลกร้อน" เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยได้ศึกษาลองผิดลองถูกจนเป็น "ความรู้อย่างบูรณาการ" เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของมนุษย์ ทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ก่อเกิดเรื่องราวที่ให้คุณค่าด้านความลึกซึ้ง ความผูกพันและจิตวิญญาณ ทำให้ตระหนักถึง "ความสมดุล" ที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกับ "ต้นไม้" และ "ธรรมชาติ" ได้

เนื่องในโอกาสเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ "พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ" และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสปี พระราชสมภพครบ 60 พรรษา องค์การสวนพฤกษศาสตร์ จึงได้ทำการรวบรวม "พืชวงศ์ขิง-ข่าของไทย" ไว้มากกว่า 180 ชนิด จัดแสดงอยู่ใน "อุทยานขิง-ข่า ไทย" ณ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ หลักกิโลเมตรที่ 12 บนถนนสายแม่ริม-สะเมิง

องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เล็งเห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์และได้ทำการศึกษาวิจัย เพื่อเผยแพร่คุณประโยชน์ที่ได้จากพืชวงศ์ขิง-ข่ากลุ่มนี้ ซึ่งพบว่าพืชวงศ์ขิง-ข่า มีสีสันสวยสดงดงามและมากด้วยคุณค่าทางด้านสมุนไพร อาหาร เครื่องเทศ ไม้ดอกไม้ประดับ ฯลฯ จึงจัดสรรพื้นที่กว่า 5 ไร่ ให้เป็นสถานที่จัดแสดงพืชวงศ์ขิง-ข่ากว่า 50,000 ต้น และออกดอกจำนวนมาก มาให้ชื่นชมและเรียนรู้ในช่วงปลาย เดือนกรกฎาคม ถึง เดือนสิงหาคม ในนาม "อุทยานขิง-ข่าไทย"

ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมจะได้สัมผัส "มิติใหม่" ของการท่องเที่ยวทางนิเวศธรรมชาติ และเรียนรู้คู่ความเพลิดเพลิน สอบถามได้ที่ส่วนสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ โทร.0-5384-1234 และ www.qsbg.org ค่ะ

ดร.ปิยเกษตร สุขสถาน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสวนและปลูกบำรุง องค์การสวนพฤกษศาสตร์ เปิดเผยว่า พืชวงศ์ขิง-ข่า เป็นกลุ่มพืชที่มนุษย์รู้จัก และนำมาใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตมาอย่างยาวนาน สามารถนำมาใช้ประกอบอาหารหรือเป็นเครื่องเทศปรุงอาหาร ยาสมุนไพรรักษาโรค ปลูกหรือจัดตกแต่งเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงาม และมีความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

"พืชวงศ์ ขิง-ข่า นับได้ว่าเป็นกลุ่มพืชที่ใหญ่วงศ์หนึ่งของโลก มีความหลากหลายกระจายพันธุ์ตามภูมิประเทศในเขตร้อนชื้นแถบเส้นศูนย์สูตร แหล่งที่อุดมสมบูรณ์ พบพืชวงศ์ขิง-ข่าได้มากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉพาะในประเทศไทย มีอยู่ 26 สกุล กว่า 300 ชนิด หรือหนึ่งในสี่ของพืชวงศ์ขิง-ข่าจากทั่วโลก จึงทำให้พืชวงศ์ขิง-ข่าในประเทศไทยเป็นที่สนใจของผู้เชี่ยวชาญทางด้านพืชกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก"

ดร.สุญาณี เวสสบุตร ผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ เปิดเผยว่า องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทย ได้รับการคัดเลือกให้เป็น เจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ พืชวงศ์ขิง-ข่าโลก ครั้งที่ 7 และงานมหกรรมขิง-ข่า เพื่อชีวิต โดยกำหนดจัดงานฯ วันที่ 17 - 19 สิงหาคม 2558 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิ เอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่

โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเป็นประธาน เปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมทั้งเป็นองค์ปาฐกพิเศษ เรื่อง "ขิง-ข่า ในวัฒนธรรมไทย" ในวันที่ 17 สิงหาคม 2558

การประชุมแต่ละครั้งจะเป็นการประชุมวิชาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาแลกเปลี่ยนความรู้ นำเสนอผลงานทางวิชาการ นวัตกรรมใหม่ๆเกี่ยวกับพืชวงศ์ขิง-ข่า ผลงานวิจัย อาทิ การปรับปรุงพันธุ์ เภสัชศาสตร์ พฤกษศาสตร์ การเกษตร การอนุรักษ์ สร้างเครือข่ายประสานงานความร่วมมือการทำวิจัย

"สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการศึกษาวิจัย และยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านการใช้ ประโยชน์ของพืชวงศ์ขิง-ข่า ให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ อันเป็นการสร้างเครือข่ายทางวิชาการทั้งในด้านการศึกษาวิจัย-พัฒนาต่อยอด"

องค์ความรู้ที่ได้จากการประชุมฯ สามารถนำไปต่อยอดเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการวิจัย พัฒนาไปสู่นวัตกรรมให้กับวิสาหกิจชุมชน พัฒนาสภาพแวดล้อมและสังคมให้เติบโตร่วมกัน รวมถึงนำไปสู่คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน รวมถึงการอนุรักษ์พันธุ์พืชที่มีคุณค่าไว้ให้ยั่งยืนตลอดไป

การจัดประชุมฯที่ประเทศไทย นับว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งของนักวิชาการ นักวิจัย นิสิตนักศึกษา และประชาชน ผู้สนใจเข้าร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติฯ สอบถามได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนา สง่า สรรพศรี องค์การสวนพฤกษศาสตร์ โทร 08-9918-8512 08-4014-9092 เว็บไซต์ www.qsbg.org/7th-zingiber/

ครั้งที่ 1 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ Prof. Dr. John Kress ผู้เชี่ยวชาญด้านวิวัฒนาการพืชอันดับขิงข่า สถาบันสมิธโซเนียน U.S.A. ร่วมกับ Prof. Dr. Kai Larsen จาก Arhus University เดนมาร์ก ร่วมจัดในปี 1991 ครั้งที่ 2 ปี 1995 สวนพฤกษศาสตร์จีนตอนใต้ เมืองกวางโจว ครั้งที่ 3 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี 2003 ครั้งที่ 4 สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ ปี 2006 ครั้งที่ 5 สวนพฤกษศาสตร์สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ปี 2009 และครั้งที่ 6 มหาวิทยาลัยคาลิคัด เมืองเคราลา ประเทศอินเดีย ปี 2012

โครงการประชุมวิชาการนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ พืชวงศ์ขิง-ข่าโลก ครั้งที่ 7 และงานมหกรรม ขิง-ข่า เพื่อชีวิต วันที่ 17-19 สิงหาคม 2558 องค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.) ได้เล็งเห็นความสำคัญของพืชวงศ์ขิง-ข่า (Zingiberaceae) เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน กระจายพันธุ์ในเขตร้อนทั่วโลกกว่า 1,300 ชนิด ใน 52 สกุล ศูนย์กลางความหลากหลายอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในประเทศไทย มีรายงานการพบ ขิง-ข่าพื้นเมือง มากเป็นอันดับต้นๆของโลกกว่า 300 ชนิด ได้แก่ ขิง ข่า กระชาย ขมิ้น ไพล กระเจียว ปทุมมา ดาหลา เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และ "ขิง-ข่า" เป็นพืชที่มีความเกี่ยวพันกับมนุษย์มาตั้งแต่อดีตกาล ปัจจุบันนำมาพัฒนาใช้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงวัฒนธรรมความเชื่อที่เกี่ยวกับอาหารและเครื่องเทศ ไม้ดอก ไม้ประดับ สมุนไพร

พืชในตระกูลขิงข่า (Zingiberaceae) สกุลมหาหงส์ (Hedychium J. K?nig) มีดอก และกลิ่นหอม นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ และนำไปใช้ในทางเภสัชกรรม และเวชสำอาง ในประเทศไทยและต่างประเทศ มีรายงานพบคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยและสารสกัด จากใบ และเหง้าของพืชสกุลมหาหงส์หลายชนิดให้ฤทธิ์ทางชีวภาพ บ่งบอกศักยภาพด้านเภสัชกรรม ผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพและความงามได้

อย่างไรก็ตาม การนำ พืชสกุลมหาหงส์ ที่มีรายงานพบในประเทศไทยไปใช้ประโยชน์ ยังจำกัดอยู่เพียงชนิดพันธุ์ที่รู้จักกันแพร่หลายเท่านั้น และพืชสกุลมหาหงส์กระจายอยู่ในท้องถิ่นประมาณ 27 ชนิด จากทั้งหมดประมาณ 80 ชนิดทั่วโลก และพบว่ามีพืชท้องถิ่นที่ไม่เป็นที่รู้จัก แต่มีศักยภาพด้านฤทธิ์ทางชีวภาพ อาทิ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านความหมองคล้ำ รอยด่างดำ การเกิดริ้วรอย ต้านการอักเสบ

น้ำมันหอมระเหย และสารสกัดจากพืชสกุลมหาหงส์ นำมาเป็นข้อมูลสนับสนุนการพัฒนา ต้นแบบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง รูปแบบต่างๆ สร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น ผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเขตเกษตรกรรมเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ได้มีการส่งเสริมให้ชุมชนปลูกมหาหงส์ และสนับสนุนให้ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น สร้างงานให้คนชุมชนได้มีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจสังคมและคุณภาพชีวิต

กิจกรรมโครงการฯ ประกอบด้วย การประชุมวิชาการระดับนานาชาติฯ (The 7th International Symposium on the Family Zingiberaceae : Gingers for Life) ภาคบรรยาย (oral presentation) ปาฐกถาพิเศษ (Laureate session) "ขิง-ข่าในวัฒนธรรมไทย" โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

การนำเสนอภาพโปสเตอร์ ทัศนศึกษา นิทรรศการ การออกร้านแสดงสินค้า จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชน (OTOP) ภาครัฐ เอกชน นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ : พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสพระราชสมภพครบรอบ 60 พรรษา และในฐานะที่ทรงเป็นบุคคลสำคัญด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของโลกให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ

นิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาหาร เครื่องเทศ ร้านอาหารที่ปรุงจากพืชวงศ์ขิง-ข่า สมุนไพร สปา ไม้ดอกไม้ประดับ ท่องเที่ยว หอศิลปวัฒนธรรม สินค้าที่ระลึก การประกวดสาธิต และอื่นๆ

หน่วยงานที่ร่วมจัดงาน ประกอบด้วย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช สนง.พัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) กรมป่าไม้ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมแพทย์แผนไทย สนง.คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มูลนิธิ ดร.สง่า สรรพศรี เพื่อการวิจัย สมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ

ดร.สุญาณี เวสสบุตร กล่าวว่าการจัดงานเป็นการเปิดให้มี เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผลงานวิจัยด้านพฤกษศาสตร์ในระดับนานาชาติ สามารถนำความรู้ ประสบการณ์ ความคิดเห็น ระหว่างอาจารย์ นักวิจัยนักวิชาการ นักศึกษา และผู้สนใจในสาขาที่เกี่ยวข้องกับพฤกษศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาวิจัยทางด้านพฤกษศาสตร์ของประเทศไทย

"องค์ความรู้ทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การอนุรักษ์ การวิจัยและพัฒนา พืชวงศ์ขิง-ข่าพื้นเมืองและวงศ์ใกล้เคียงได้รับการถ่ายทอด และเผยแพร่ ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในการวิจัยและพัฒนา จะนำไปสู่การต่อยอดการสร้างนวัตกรรมให้กับวิสาหกิจชุมชน เครือข่ายทางวิชาการของพืชวงศ์ขิง-ข่ามีความต่อเนื่องและเข้มแข็งในระดับประชาคมอาเซียนและระดับโลก"

องค์การสวนพฤกษศาสตร์ฯ มี 4 แห่ง ได้แก่ องค์การสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เชียงใหม่ ศูนย์กลางงานศึกษาวิจัยพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ รวบรวมค้นคว้าวิจัยพืชหายาก พืชเฉพาะถิ่น พืชใกล้สูญพันธุ์ อาทิ กล้วยไม้ ปรง เฟิร์น พืชวงศ์ขิง-ข่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศไม่ไกลจากตัวเมือง ท่ามกลางขุนเขาลำธาร สัมผัสเสียงของ น้ำตกแม่สาน้อย ที่ไหลผ่านสวนพฤกษศาสตร์ฯ

ภายใน อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ เปิดนิทรรศการ "มหัศจรรย์แห่งพรรณพืชฯ" โซนแตกต่างอย่างสมดุล ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างแต่มีความผูกพันกัน เช่น พืชกับแมลง โซนเธอเห็นฉันไหม การพรางตัวของสิ่งมีชีวิตเมื่อช่วงเวลาต่างกัน แต่อยู่ในระบบนิเวศเดียวกัน โซนสีสันพรรณไม้อัศจรรย์ของเซลล์พืช การสังเคราะห์แสง ความหลากหลายของพรรณพืช โซนมหัศจรรย์พรรณพืช ความงามของพรรณพืชกับภาพ 3 มิติ เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของภาพ เปิดให้เข้าชมทุกวันโทรศัพท์ 0-5384-1234 และ www.qsbg.org

สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก ในพระราชดำริ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณแนวสันเขาส่วนปลาย เทือกเขาภูสอยดาว อำเภอชาติตระการ ทำหน้าที่ส่งเสริมความมั่นคงฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมและอนุรักษ์ป่าที่สมบูรณ์ไว้ เพื่อเป็นป่าต้นน้ำลำธาร บรูณาการแหล่งพักพิงสัตว์พื้นถิ่นให้มีป่าที่อยู่อาศัย ช่วยลดการสูญพันธุ์ มีแหล่งน้ำบริโภคและแหล่งทรัพยากรชุมชนที่ยั่งยืน เป็นศูนย์รวมและแสดงพรรณไม้ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าผสมผลัดใบ การใช้ประโยชน์จากพืชของชุมชนบริเวณพรมแดนไทย-ลาว

เดิมเป็นสมรภูมิรบบ้านร่มเกล้า (2529-2531) ทำให้พื้นที่ป่าธรรมชาติเสียหาย ความสมบูรณ์ของป่าความหลากหลายทางชีวภาพไม่เหมือนเดิม ใน พ.ศ.2542 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงาน โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว และมีพระราชดำริให้จัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก พระราชดำริขึ้น มีไม้ประจำถิ่น ได้แก่ สนเขา ค้อ มณฑาป่า ก่อ และสร้อยสยาม ช่อยาวสวยงาม โทร.0-5531-6713-5 www.qsbg.org

สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและรวบรวมข้อมูลความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ สังคมพืชป่าเสม็ดทรายแก้ว และพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติที่สำคัญในภาคตะวันออก ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ชุ่มน้ำบึงสำนักใหญ่ (หนองจำรุง) ตำบลชากพง อำเภอแกลง ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญของไทย เป็นบึงน้ำจืดธรรมชาติคล้ายแอ่งกระทะ มีเกาะตั้งอยู่ใจกลางบึง

พบพรรณไม้ กกกระจูด สาหร่ายข้าวเหนียว (ดอกสีเหลือง/ดอกสีชมพู) หม้อข้าวหม้อแกงลิง มีแพหญ้าที่ทับถมกันเป็นชั้นหนาขนาด 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร ลอยเป็นผืนใหญ่และพรรณไม้ เอื้องอึ่งอ่าง ผักไผ่น้ำ แห้วชะครู และมีกล้วยไม้จิ๋ว เป็นต้น

มีกิจกรรมนั่งเรือชมธรรมชาติ ปั่นเรือถีบ พายเรือ เดินชมโรงเรือนพรรณไม้ ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว ชมฐานการเรียนรู้ด้านพืชและสิ่งแวดล้อมภายในเกาะกลางบึง เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การสานเสื่อกกกระจูด ในชุมชนหมู่บ้านในละแวกใกล้เคียงที่เป็นวิถีชีวิตชุมชนที่ยังคงดำรงอยู่ และได้พัฒนาเป็นสินค้า OTOP โทรศัพท์ 0-3863-8981-3 0-3863-8880-1 เปิดทุกวัน เวลา 08.30-18.00 น.

สวนพฤกษศาสตร์ขอนแก่น ดำเนินการรวบรวมพันธุ์กล้วยไม้ พันธุ์ไม้น้ำ พันธุ์ไม้พื้นเมือง พันธุ์ปาล์ม เพื่อนำมาอนุรักษ์ วิจัยพืชเศรษฐกิจและพืชทนเค็มโดยร่วมมือกับนักวิจัยจากสถาบันในภูมิภาค และรวบรวมข้อมูลด้านพฤกษศาสตร์ เช่น พืชผิวน้ำ พืชลอยตัวใต้ผิวน้ำ พืชพื้นน้ำ พืชครึ่งบกครึ่งน้ำ พืชริมฝั่ง อาทิ แหนแดง แพงพวยน้ำ ตับเต่าใหญ่ แวง แห้ว กกก้ามกุ้ง ตีนตุ๊กแก บัวผัน บัวหลวง

รวบรวมพรรณไม้หายากและใกล้สูญพันธุ์มากมาย มาจัดแสดงไว้ในโรงเรือน อาทิ เรือนรวบรวมกล้วยไม้ เรือนพืชสมุนไพรไทย เรือนพืชทนแล้ง เรือนอนุบาลพันธุ์ไม้ไทย มีนิทรรศการวิถีชีวิตพื้นบ้านของภาคอีสาน แปลงผลิตปุ๋ยหมัก ส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้ เปิดบริการทุกวัน โทรศัพท์ 0-4321-0157

"ต้นไม้" กับ "มนุษย์" ผูกพันกันทั้งเศรษฐกิจและจิตใจ การเรียนรู้เพื่อศึกษาคุณค่าที่ซ่อนเร้นของพรรณไม้ในหลากหลายมิติ ท้าทายความอยากรู้อยากเห็นของผู้คนให้กล้าก้าวเดินทางไปค้าหาประสบการณ์ใหม่ๆในแหล่งความรู้ที่มีความเชื่อถือได้ อย่างไม่มีวันสิ้นสุด พร้อมจะเดินทางร่วมกันหรือยังคะ