เรื่องวุ่นๆ ของสูงวัย

คุยสารพันสาระเพ

2

ครูตุ้มยืนจัดออเดอร์รอบสุดท้ายเพียงคนเดียวจนเรียบร้อยตามออเดอร์มั่วๆนั่น กว่าคุณนายกิ่งแก้วจะลงมาก็เกือบเที่ยง รัวคำถามมา

"เสร็จหรือยัง ใส่กล่องใส่ถุงเขียนชื่อ"

"เสร็จแล้วตามนี้แหละ ไอ้ที่เขียนสั่งมาซ้ำไปซ้ำมา ขีดฆ่าบ้าง เขียนจำนวนไม่ตรงกันบ้างแต่ละใบน่ะ" ครูตุ้มตอบ

"อ้าว แล้วเธอตรวจหรือเปล่าล่ะ เดี๋ยวก็มั่วหรอก" คุณนายกิ่งยังกลัวความผิดพลาดอยู่ หล่อนเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิส

"เอาเหอะน่า เดี๋ยวไม่ใช่ของพวกมัน มันก็โวยวายเองแหละ มีอะไรก็เอาไปเถอะอร่อยทั้งนั้นแหละ" ครูตุ้มเป็นคนชอบทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย

"แล้วเธอเขียนหน้าถุงหรือเปล่า ว่าอันไหนเผ็ดน้อย บางคนเขากินเผ็ดไม่ได้" คุณนายกิ่งยังไม่หมดคำถาม

"ไม่ได้เขียน ฉันไม่รู้นี่หว่าว่ามีเผ็ดน้อยเผ็ดมาก พวกมันก็เขย่าถุงดูก็แล้วกันอันไหนพริกน้อยก็เผ็ดน้อย โอ.เค.ป่ะ" ครูตุ้มพูดถึงลูกค้ากลุ่มนี้ด้วยเคารพความสามารถในการสังเกตของพวกเขา

สองสาวใหญ่ (ฟังดูดีกว่าสูงวัยหน่อย) ช่วยกันยกของขึ้นรถกันอย่างทุลักทุเล เพราะต้องมีกล่องโฟมใบมหึมาอีกสองใบใส่ไปด้วย เพื่อแวะไปซื้อน้ำแข็งใส่แช่แกงและสตู ด้วยคุณนายกิ่งกลัวแกงจะเสียเพราะต้องขับรถร่อนไปหลายที่ ตอนนี้พร้อมส่งของแล้ว รถแน่นด้วยของกินทุกซอกทุกมุม ก่อนครูตุ้มจะหยิบแกงสองถุงและพายหนึ่งกล่องเตรียมกลับบ้าน และหยิบเงินพอดีจำนวนส่งให้คุณนายกิ่ง ก็สังเกตเห็นว่ามีถุงมหึมาที่ใส่ทั้งถุงแกงและกล่องพายไว้เต็ม

"เฮ้ยกิ่ง ถุงของไอ้หน่อยทำไมมันอยู่ตรงนี้ล่ะ แล้วไอ้พายที่เหลือ ฉันใส่ถุงไว้เผื่อไปขายเพื่อนที่ต้องการเพิ่ม ตามที่เธอบอก มันหายไปไหนล่ะ" เอาแล้วไง เริ่มส่อเค้าว่าจะมีเรื่องวุ่นๆตามมา

"อ้าว แล้วทำไมเธอไม่ให้ไอ้แต๋วมันไปล่ะ แล้วพายหายไปไหน เหลือตั้งเยอะนะนั้น" คุณนายกิ่งเริ่มโวยวาย

"นั่นซิ ใครหยิบไปวะ แล้วทำไงกับของไอ้หน่อยมันล่ะ สงสัยแต๋วมันหยิบผิด"

"ก็คงต้องเอาไปให้มันที่บ้านแหละ ตายแล้วทำไงกับพาย มีเกือบสิบกล่องแน่ะ"

"ไม่เป็นไรมั้ง ใครหยิบไปก็จ่ายเงินมา" ครูตุ้มสรุปเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายอีกครั้ง แต่ใจก็คิดว่าแม่ค้ามันเบ๊อะบ๊ะขนาดนี้ เมื่อไหร่จะรวย แค่ดูใบออเดอร์ของมันก็งงจะแย่ ครูตุ้มคว้าถุงยื่นเงินส่งให้เตรียมกลับบ้าน

"เฮ้ย ไปด้วยกันซิ ใครจะช่วยกิ่งขนของ เดี๋ยวต้องแวะซื้อน้ำแข็งด้วย" คุณนายกิ่งแก้วเอะอะขึ้นมา

"บ้าเหรอ ฉันยังไม่ได้อาบน้ำโว้ย แต่งตัวมาอย่างนี้ไปไหนได้" ครูตุ้มเอะอะไม่แพ้กัน

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวเปลี่ยนแค่เสื้อก็พอ นั่งรถเฉยๆ เดี๋ยวกิ่งเอาเสื้อมาให้" คุณนายกิ่งหายไปแวบเดียวก็กลับมาพร้อมเสื้อสวยสไตล์โบฮีเมียน กับผ้าขนหนูผืนเล็ก และน้ำหอมหนึ่งขวด เพื่อให้ครูตุ้มล้างหน้าล้างตัวเปลี่ยนเสื้อให้สดชื่นซะก่อนจะไปนั่งบ่นต่อในรถ ไม่มีทางเลือก ไปก็ไป เพราะดูแล้วยัยกิ่งคนเดียวยกของไม่ไหวแน่

เริ่มเดินทางออกจากบ้านเรียบทางด่วนรามอินทราเกือบเที่ยง เพื่อให้ไปถึงตลาดพลูเที่ยงตรง ช่างฝันเฟื่องดีแท้ คุณนายกิ่งไม่ได้เลี้ยวรถไปทางที่ควรจะไป แต่เลี้ยวไปทางตรงกันข้าม

"นี่เธอจะไปไหนของเธอล่ะ" ครูตุ้มสงสัย

"เดี๋ยวไปรับจอยที่เกษตรก่อน" คุณนายกิ่งใจเย็น

"แล้วนังจอยนี่มันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ มันไม่ได้สั่งของไม่ใช่หรือ"

"อ๋อ เปล่า แต่มันจะไปกินหมี่กรอบ" คุณนายกิ่งให้ความกระจ่าง แต่ทำให้ครูตุ้มอยากตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด

"แล้วหล่อนไม่มีปากปฏิเสธมันหรือไง นี่มันขับรถอ้อมโลกชัดๆ" ครูตุ้มแสนเบื่อหน่ายกับความใจแม่พระของคุณนายกิ่งแก้วนี่เสียเหลือ ครูตุ้มถูกไล่ลงริมถนนเพื่อวิ่งไปซื้อและแบกน้ำแข็ง 15 ถุงที่ร้านสะดวกซื้อยังไม่พอ แต่ยังต้องนั่งรถอ้อมโลกเล่นไปกับคุณกิ่งอีก ยังดีที่รถไม่ติดมาก มาถึงบ้านจอยเอาตอนเที่ยงครึ่ง จอยนี่ก็ช่างน่ารัก มีกะหรี่ปั๊บเจ้าอร่อยขึ้นรถมาแบ่งกันกินแก้หิวก่อนที่จะหน้ามืดกินกันเอง เนื่องด้วยใกล้บ่ายโมงแล้วยังขับรถกันอยู่เลย รถเริ่มติดมหาโหดเมื่อเปลี่ยนเส้นทาง กว่าจะไปถึงซอยสายลมก็ปาเข้าไปบ่ายกว่านิดๆ ระหว่างนั้นก็จะมีเสียงโทรศัพท์รัวไม่หยุดจากสาวสูงวัยที่ไปตั้งหลักกันที่ร้านหมี่กรอบ

"เฮ้ย กินไปเถอะไม่ต้องรอ" ครูตุ้มส่งเสียงตามสายตอบไป

"ร้านมันปิดบ่ายสองน่ะ" ทางโน้นเร่งมาอีก

"พวกเธอก็สั่งกินกันเข้าไปเยอะๆ เขาไม่ไล่หรอก" วางสายแล้วก็หันมาแว้งเอากับคุณนายกิ่ง "ทำไมต้องกินวะ ไม่กินไม่ได้หรือ"

"อ้าว ก็ไอ้อรมันจะเลี้ยงไง เลี้ยงฉัน และเธอนี่แหละ" คุณนายกิ่งแก้วตอบข้อข้องใจ

"แล้วอีพวกที่มันไปกินอยู่น่ะ ไปทำไม" ครูตุ้มมีคำถามต่อ

"มันไม่เกี่ยวหรอก มันเห็นเราจะกิน มันเลยอยากกินมั่ง บางคนเลยให้เอากับข้าวไปส่งที่นั่น" วุ่นวายแท้สูงวัย

ระหว่างนั้นยังมีโทรศัพท์รัวมาไม่หยุดหย่อนว่าได้รับของไม่ตรงกับออเดอร์

"โอ๊ย แม่คุณได้อะไรก็กินเข้าไปเถอะ คราวหน้าค่อยสั่งใหม่ก็แล้วกัน" ครูตุ้มทำหน้าที่รับโทรศัพท์แทนคุณนายกิ่งแก้วที่ขับรถอยู่

"เธอพูดกับลูกค้าอย่างนั้นได้ไง" คุณนายกิ่งบ่นเบาๆ

"ฉันก็จัดตามออเดอร์นั่นแหละ มั่วซะขนาดนั้น ฉันก็จัดตรงเป๊ะตามนั้นแหละ" ครูตุ้มไขข้อข้องใจ คุณนายกิ่งขี้เกียจเถียง

เป้าหมายต่อไปคือซอยสายลม กว่าจะฟันฝ่ารถติดไปได้ก็นานโข ครูตุ้มเริ่มสังเกตความผิดปกติ

"เธอ ฉันว่าแอร์เสียว่ะ" จอยที่นั่งหุบปากมานานรีบสนับสนุน "ฉันก็ว่าไม่เย็นนะ มีแต่ลม"

เอาแล้วซิ หิวข้าวก็หิว รถก็ติด แอร์รถยนต์ดันมาเสียอีก

"ตายโหง อย่าเชียวนะวันนี้ต้องขับรถอีกไกล สงสัยรถติดมากแอร์มันคงเหนื่อย จอยเบาะหลังมีพัดหลายอันเอามาแจกซิ" คุณนายกิ่งบริหารชีวิตต่อ สามสาวใหญ่เลยต้องเปิดกระจก ปิดแอร์รถตอนเที่ยงกว่าตอนอุณหภูมิ 39 องศาเซียลเซส กระพือพัดใบลานกันพึ่บพั่บๆ ผ่านด่านซอยสายลมมาอย่างเหนื่อยยาก ส่งของบ้านติ่งลงหลายถุงสำหรับเพื่อนหลายคนที่ใช้บ้านนี้เป็นที่ขนถ่ายสินค้าเสร็จเรียบร้อย เอาละจะมุ่งไปวงเวียนใหญ่รับยัยอรผัวหล่อเสียที ออกมาถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แอร์เริ่มเย็น คุณนายกิ่งเลยเปิดแอร์ปิดกระจก ผู้โดยสารในรถเริ่มลดพัดลง ค่อยยังชั่ว

เสียงกริ่งโทรศัพท์คุณนายกิ่งแก้วดังขึ้น "ยัยตุ้มรับหน่อย"

"อ้าว ตุ้มหรอกเหรอ แล้วกับข้าวของหนูนาล่ะ มันต้องมาที่นี่ซิเดี๋ยวหนูนามารับ" เสียงหมอกาญจ์ดังมาตามสาย

"เฮ้ย กิ่ง หมอกาญจ์มันทวงกับข้าวไอ้หนูนาแน่ะ หมอมันบอกว่ามันไม่ได้ผักด้วยล่ะ ไอ้แมวมันเอาไปไหนแล้วไม่รู้" ครูตุ้มรายงาน

"อ้าว แล้วเธอทำไมไม่ฝากของหนูนามาทิ้งไว้กับหมอกาญจ์ล่ะเมื่อเช้านี้" คุณนายกิ่งแก้วหันมาบ่น

"ฉันมีหน้าที่จัดของใส่ถุงโว้ย แต่ส่งอะไรไปไหนไม่รู้นี่หว่า แล้วอีกอย่างแต๋วมันเป็นคนไปรับของมาให้หมอกาญจ์ไม่ใช่หรือ" ครูตุ้มรีบเถียง แต่ก็มีข้อเสนอ "เอางี้ เดี๋ยวเธอหาที่ตรงไหนจอดรถได้ ตามซอยก็ได้ให้หมอกาญจ์มันส่งคนมาเอา โอ.เค.ไหม แล้วกรุณาเถอะเอาของไอ้หน่อยฝากไปเลยนะ โทร.ให้มันไปเอาเองที่หมอกาญจ์ ไม่ต้องไปบ้านมันหรอก"

จอดรถแอบไว้ในซอยรอให้หมอกาญจ์ส่งลูกน้องรูปหล่อมารับของ เสียเวลาไปอีกสักพัก ไอ้พวกอยู่ที่ร้านหมี่กรอบและยัยอรคนที่จะเลี้ยงหมี่กรอบ ก็กระหน่ำโทร.มาตามกันอยู่นั่นแหละ แอร์ก็เย็นบ้างไม่เย็นบ้าง เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิดกระจกรถ กระพือพัดกันไปตลอดทาง ช่างเป็นวันที่วุ่นวายดีแท้

"เฮ้ย ฉันถามหน่อยเถอะทำไมเธอไม่คุยกันในไลน์ส่วนตัววะ จะสั่งของซื้อของก็ไม่เห็นต้องลงไลน์ใหญ่ให้มันยุ่งยาก เนี่ยไอ้พวกไม่เกี่ยวเนี่ยมันทำให้ยุ่งยากชะมัด แล้วทำไมต้องกินหมี่กรอบด้วย แล้วทำไมต้องตระเวนส่งของด้วย ให้มันส่งลูกน้องมารับกันเองไม่ได้หรือ" ครูตุ้มเริ่มลำดับความวุ่นวาย

"ก็แหม เพื่อนอยากกิน กิ่งเห็นว่าไหนๆก็ทำแล้ว จะได้ทำทีเดียวไง" คุณนายกิ่งใจเย็นอธิบาย

"เออ ใจดีเนอะ" ครูตุ้มขี้เกียจเถียง ปาเข้าไปเกือบบ่ายสองหย่อนไปไม่กี่นาที โทรศัพท์จากร้านหมี่กรอบดังมาอีก เพราะร้านเขาจะปิดแล้ว "ฉันสรุปนะ พวกเธอออกมาจากร้านเถอะ มันอยากปิดก็ให้มันปิดไป เดี๋ยวมาเจอกันที่จักรวรรดิเถอะ แอร์เสีย ฉันขี้เกียจไปแล้ว" ครูตุ้มวีนแตก หันไปถามคุณนายกิ่งซึ่งขับรถหน้าตาเคร่งเครียดอยู่ "ไอ้อร เบอร์อะไรเดี๋ยวบอกมันไม่ไปแล้ว"

"ตายแม่คุณไม่เมมเบอร์หรือยะ" จะโทร.หาอรเสียหน่อย หาเบอร์ไม่เจอเสียนี่

"เธอก็ดูเอาแล้วกัน ไอ้เบอร์ที่เพิ่งโทร.เข้ามานั่นแหละ ตกลงไปจักรวรรดินะ" คุณนายกิ่งดูผ่อนคลายลง ไม่ต้องรีบมาก

ครูตุ้มกลายเป็นโอเปอร์เรเตอร์ประจำรถ คอยรับโทรศัพท์จากเพื่อนหลายคน เพราะคุณนายกิ่งเธอขับรถอยู่ ตอนนี้มีหัวข้อใหม่ ต้องจ่ายค่าอาหารเท่าไหร่

"บวกเอาเองนะ ตามราคาที่กิ่งมันไลน์ไปล่วงหน้านั่นแหละ"

"ส่วนแกงหมูพริกขี้หนูน่ะ เขย่าๆดู พริกน้อยแสดงว่าเผ็ดน้อย แค่นั้นแหละ"

"ชิ้นยาวๆเป็นพาย ชิ้นกลมๆเป็นพายสตู มีรอยขีดยาวๆคือไก่ ขีดเป็นกากบาทคือเห็ด" นั่งรับโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ จนเมื่อเพื่อนชื่อหน่อยโทร.มา "เฮ้ย ทำไมของหน่อยเยอะนัก หน่อยไม่ได้สั่งเสียหน่อย" เอาล่ะซิมาแหวกแนว คุณกิ่งโวยวายหาว่าครูตุ้มส่งของผิด

"ไม่ผิดหรอก ไอ้หน่อยมันสั่งแกงอย่างละ 5 ถุง สตูอีก ปาเข้าไปก็ยี่สิบถุงแล้ว พายอีกอย่างละ 20 ก็ปาเข้าไป 80 ชิ้นแล้วหล่อน ตามออเดอร์นี่ไง มันหน้ามืดมั้งอยากกินไปหมด ก็ต้องคิดเงินมันไปตามนี้แหละ"

"เออ จริงด้วยมันคงลืม" คุณนายกิ่งยอมรับเมื่อเหลือบตามองออเดอร์ โดยมีจอยยื่นหน้ายื่นตาจากเบาะหลังช่วยยืนยัน

สามสาวใหญ่ฟันฝ่ารถติดบวกกับอากาศอบอ้าวในรถ เนื่องจากแอร์ที่เดี๋ยวติดเดี๋ยวดับมาถึงคอนโดฯจักรวรรดิเอาตอนบ่ายสาม ที่มีเพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่นั่งรออยู่แล้วพร้อมด้วยยัยอร ที่อุตส่าห์ข้ามฝากมาทักทาย เพราะเป็นต้นคิดที่จะเลี้ยงหมี่กรอบเพื่อน แต่ไม่มีโอกาสได้เลี้ยงและได้กิน ส่วนไอ้พวกที่ไม่ได้ถูกเชิญให้มารับเลี้ยง ได้ไปกินกันอย่างเอร็ดอร่อยเป็นที่เรียบร้อย

เมื่อถึงคอนโดฯหรูย่านจักรวรรดิ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปด้วยเพื่อนสาวใหญ่ได้เจอกัน กอดกันทักทายกัน หญิงกบทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี หาน้ำท่ามาเลี้ยงพร้อมด้วยทอดมันจานใหญ่เจ้าอร่อยที่อุตส่าห์ซื้อมาให้กิน แถมมีหมี่กรอบฝากให้เพื่อนที่เดินทางไกลติดมือกลับบ้านอีก เป็นการสังสรรค์ย่อยๆ ยัยอรเองก็อุตส่าห์ถ่อสังขารมาจากวงเวียนใหญ่เพื่อมาทักทาย ใช้เวลาในการแจกข้าวของที่สั่งไว้กันช่วงหนึ่ง เนื่องจากเพื่อนสาวแต่ละคนมีภาระหน้าที่ที่ต้องเอาของไปส่งต่อให้เพื่อนคนอื่นที่สั่งไว้แต่ไม่มีปัญญามารับเอง กว่าจะแยกย้ายกันก็บ่ายสี่โมงกว่าเข้าไปแล้ว ครูตุ้มและจอยดีใจเป็นหนักหนาที่จะได้กลับบ้านเสียที เพราะเบื่อกับการนั่งรถเล่นในรถที่แอร์เสีย แถมรถติดมาตลอดทาง ปาเข้าไปหกชั่วโมงแล้วกระมัง

"เหลืออีกที่นึงนะ ไปบ้านจิ๋มก่อน มีของที่จิ๋มสั่งไว้ เธอจัดมาหรือเปล่ายัยตุ้ม" คุณนายกิ่งตั้งคำถาม

"จัดซิ แต่ไม่ได้ทิ้งไว้ที่นี่หรือ" ข้องใจจัง "แล้วจิ๋มนี่บ้านมันอยู่ไหน"

"ราชเทวี"

"แม่เจ้า เธอจะผ่าเมืองเข้าราชเทวีตอนห้าโมงเย็นเนี่ยนะ" ครูตุ้มโวยวายตามนิสัย ตั้งแต่เช้ามายังไม่ได้อาบน้ำเลย แถมแต่งตัวประหลาดมาตั้งแต่เช้า

"ก็ทำไงได้ จิ๋มมันสั่งไว้ เออน่ะที่สุดท้ายแล้ว" ยัยจอยที่ติดรถมาด้วยแต่เช้า กับข้าวก็ไม่ได้สั่งซื้อกับใครเขา จะไปร้านหมี่กรอบก็ไม่ได้ไป ทำตาปริบๆ คิดในใจ "ไม่รู้กูจะมาทำไม"

ฝ่าฟันรถติดกันไปในรถที่แอร์ติดๆดับๆ กระพือพัดกันไปตลอดทาง การจราจรก็ติดขัดระดับนรก ยังดีที่คุณนายกิ่งแก้วเธอรู้จักถนนหนทางในกรุงเทพฯเป็นอย่างดี เลยทำให้ไม่เสียเวลาหาเส้นทางมากนัก ไปถึงบ้านรศ.จิ๋มก็เย็นมากแล้ว ครูตุ้มส่งของให้ใครบางคนที่กำลังจะเปิดประตูเข้าบ้าน โดยไม่ได้ถามไถ่ว่าเขาผู้นั้นเป็นใคร แต่ก็คิดว่าคงเป็นใครสักคนแหละที่อยู่บ้านนั้น เพราะก็ดูภูมิฐานดี เบื่อแล้วอยากกลับบ้านเต็มทน

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอย่างสมบูรณ์ในวันนั้น ก็เหลือแค่ฟันฝ่ารถติดไปในรถหรูที่แอร์เสียกลับบ้านเท่านั้น สามสาวใหญ่หาทางกลับไปที่เกษตรอย่างเดิมเพื่อส่งจอยกลับบ้าน รถติดมหานรกบนถนนพหลโยธิน แอร์ดับโดยสิ้นเชิง อยากเข้าห้องน้ำกันเป็นหนักหนา น้ำมันรถก็จะหมดอีก นั่งลุ้นกันไปตลอดทางว่าจะฉี่ราดกันก่อน หรือน้ำมันรถจะหมดก่อน กว่าจะถึงบ้านยัยจอยก็เกือบทุ่ม หล่อนก็นั่งรถเล่นได้ตลอดวันโดยที่ไม่ได้อะไรขึ้นมานอกจากได้นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ

"กิ่ง เธอขายของแบบนี้เมื่อไหร่จะรวยวะ ตระเวนส่งแบบนี้ไม่เห็นคุ้ม" ครูตุ้มอดไม่ได้ที่จะถามเพื่อนรัก

"ไม่ได้คิดรวยหรอก เอาแค่ทำของอร่อยให้เพื่อนกินก็มีความสุขแล้ว"

"แล้วฉันต้องมีความสุขไปกับเธอไหมล่ะ"

"ก็ประมาณนั้นแหละ" ว่าแล้วเพื่อนสาวสูงวัยสองคนก็หัวเราะกันอย่างมีความสุข กับมิตรถาพที่สะสมกันมากว่าห้าสิบปี และความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากการเล่นไลน์

"วันหลังมาด้วยอีกนะ"

"เออ ไปซ่อมแอร์รถเธอก่อนนะ"