DIY...ความสุขที่เปี่ยมด้วยคุณค่า

อยู่ดีมีสุข

ชีวิตของคนในยุคนี้ ผูกติดอยู่กับความสะดวกสบายที่เทคโนโลยีล้ำยุคจัดให้อย่างพร้อมสรรพตั้งแต่ลืมตาตื่นตอนเช้าจนกระทั่งเข้านอนก็ว่าได้ นานไปเราเลยหลงลืมที่จะใช้สองมือของเราสร้างสรรค์อะไรด้วยตัวเอง แม้แต่สิ่งของหรืองานการเล็กๆน้อยๆ ที่ไม่ได้เกินกำลังของเรา แต่เราก็ชินกับการซื้อหามาเสียเกือบจะทุกอย่าง ทว่า ในขณะที่เราก้าวไปตามโลกเทคโนโลยีแทบจะทุกลมหายใจ ลึกๆภายในของเราก็โหยหาสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจมาหล่อเลี้ยง

ไม่แน่ใจว่า DIY หรือ Do it yourself เข้ามาทำเก๋ในบ้านเราตั้งแต่เมื่อไหร่ จำได้แต่ว่าเห็นตามคอลัมน์ในนิตยสารนี่ละค่ะ และก็รู้สึกว่ามันเก๋จริงๆนะ เพราะในยุคที่ข้าวของเครื่องใช้และบริการต่างๆ ล้วนเป็นเงินเป็นทองไปหมด แถมราคาก็มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ การได้ลงมือทำอะไรใช้เอง ไม่ต้องไปซื้อหรือจ้างคนอื่นมาทำให้ ไม่เพียงช่วยประหยัดสตางค์ในกระเป๋าได้เท่านั้น แต่ที่สำคัญ มันยังทำให้เราเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองอย่างมากๆอีกด้วย

DIY หมายถึงการใช้มันสมองกับสองมือของเราทำกิจการงานต่างๆด้วยตัวเอง เช่น ซ่อมท่อน้ำ อุดรอยรั่วบนหลังคาบ้าน เอาเศษไม้มาทำบ้านให้น้องแมวน้องหมา ทาสีห้องใหม่ จัดสวน ทำข้าวของเครื่องใช้ หรือทำงานฝีมือเป็นของขวัญ ของฝาก ฯลฯ การที่เราเริ่มต้นทำอะไรเอง ไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดสตางค์เท่านั้น แต่กว่าที่เราจะทำได้สำเร็จ ต้องอาศัยทั้งการเรียนรู้ ฝึกฝน ลองผิดลองถูก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนให้อะไรกับเรามากกว่าที่คิด ลองมาดูกันดีกว่าว่า DIY ให้อะไรกับเราบ้าง

1. ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

ไม่ได้ประหยัดเพียงแค่ค่าแรงเท่านั้น ถ้าเราลงมือทำอะไรสักอย่างด้วยตัวเอง เราจะเข้าใจถึงรายละเอียดต่างๆได้ทันทีว่า อะไรที่ทำให้สินค้าหรือบริการนั้นๆ มีราคาสูงจนเกินเหตุ และเมื่อเข้าใจแล้ว เราก็จะรู้จักเลือกสิ่งสำคัญสำหรับเราอย่างแท้จริง เป็นการประหยัดสตางค์พร้อมๆ กับได้สิ่งที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยากจะมีมุมสวนสวยๆ ในบ้าน หากเราจ้างคนมาจัดสวนให้ เราไม่ได้จ่ายแค่ค่าวัสดุอุปกรณ์และค่าแรงเท่านั้น แต่ยังมีค่าออกแบบ ค่าขนส่ง และอื่นๆ บวกเข้าไปอีก แต่ถ้าเราทำเอง เราสามารถไปหาซื้ออุปกรณ์และของตกแต่งที่ดูดีในราคาที่ไม่จำเป็นต้องแพงได้ ช่วยประหยัดสตางค์ได้มากกว่าเยอะเลยค่ะ

2. ทำให้มองเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ

การลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง และได้รู้ซึ้งถึงกระบวนการทำ จะช่วยให้เรามองเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆมากขึ้น นอกจากนั้น ยังเป็นความท้าทายรวมถึงเป็นการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าอีกด้วย

3. ทำให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น

การที่เราลงมือทำอะไรสักอย่างด้วยความตั้งอกตั้งใจ ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อให้งานสำเร็จออกมาด้วยดี เปรียบเสมือนเราได้เติมน้ำหล่อเลี้ยงให้ชีวิตไม่อับเฉา เศร้าซึม และเราจะรู้สึกได้ว่าโลกรอบๆตัวเราสับสนน้อยลงขณะที่เราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะเป็น งานเย็บเสื้อผ้า ปลูกผัก ปลูกต้นไม้ ทำขนม สอนหนังสือเด็ก และกิจกรรมอื่นๆที่จะช่วยให้รู้สึกมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ นอกจากนั้น สิ่งที่คุณเลือกทำยังสะท้อนถึงบุคลิกของคุณเอง และทำให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น

4. การได้เรียนรู้และลองทำอะไรใหม่ๆ ได้ทั้งความสนุกและความภูมิใจ

เป็นโอกาสให้เราได้ใช้สมองกับสองมือของเราสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าทั้งในแง่ของประโยชน์ใช้สอยและคุณค่าทางจิตใจ การทำชิ้นงานหรือโครงการใดๆ ให้สำเร็จได้ด้วยฝีมือของเราเอง จะทำให้เราเกิดความปีติ พึงพอใจอย่างหาใดเทียบได้ และเมื่อเรามีความสุข เราก็จะมีภูมิคุ้มกันตัวเองจากการคิดวิตกกังวล หรือซึมเศร้า

5. การเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เป็นใบเบิกทางให้เรามีโอกาสได้พบเพื่อนใหม่

เมื่อเราได้ลองทำอะไรด้วยตัวเอง เราจะพบปัญหาหรือข้อติดขัด ที่ทำให้เราต้องขวนขวายไปเรียนรู้ให้มากขึ้น เช่น ไปเข้าคอร์สหรืออบรมงานฝีมือ เข้ากลุ่มเพื่อน เข้าชมรมที่เราสนใจ เพื่อพัฒนาตัวเอง เป็นโอกาสให้เราได้พบปะกับคนใหม่ๆ และเมื่อนานไป คนที่ถูกอัธยาศัยก็อาจจะกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีของกันและกัน

6. สร้างรายได้จากการเรียนรู้ใหม่ๆ

เมื่อถึงคราวที่ต้องมานั่งคิดว่า จะทำอะไรเพื่อเพิ่มรายได้ดี...หลายคนคิดรู้สึกมืดแปดด้าน คิดอะไรไม่ออก ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมึนตึ้บกับเรื่องนี้อยู่ ขอแนะนำให้เริ่มจาก DIY นี่ละค่ะ คุณชอบอะไร หรือมีความถนัดด้านไหนบ้าง ลองไปสมัครอบรมคอร์สที่เหมาะกับความถนัดของคุณสักอย่าง...ทำขนม เย็บปักถักร้อย เพ้นท์ถ้วยกาแฟ ทำสบู่สมุนไพร ทำตุ๊กตา ฯลฯ ได้เพลิดเพลินกับงานที่ชอบและยังสร้างรายได้ให้อีกด้วย

ในยุคที่เงินเฟ้อ และงานหายากเช่นนี้ การทำงานพิเศษที่รักที่ชอบไปด้วย ยังนับเป็นการสร้างหลักประกันให้กับชีวิตอีกทางหนึ่ง เพราะการที่เรามีรายได้จากหลายๆทาง ไม่ได้ฝากชีวิตไว้กับงานประจำเพียงอย่างเดียว จะทำให้เรารู้สึกมั่นคงมากขึ้น ไม่วิตกจริตกลัวว่าจะตกงานอย่างไม่คาดฝัน ขึ้นมาในวันใดวันหนึ่ง เมื่อเรารู้สึกอุ่นใจว่า ยังมีทางเลือกอื่นของชีวิตรองรับอยู่ เราก็จะมีความมั่นใจในตัวเอง ส่งผลให้มีบุคลิกที่เชื่อมั่น กล้าพูดกล้าทำมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อหน้าที่การงาน เป็นผลพลอยได้ที่เผลอๆอาจทำให้ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งกันทีเดียว

7. เพิ่มทางเลือกให้กับชีวิตมากขึ้น

การเพิ่มทักษะ DIY เป็นการเตรียมตัวที่ดีที่สุดสำหรับการเกษียณตัวเองจากงานประจำ และยังช่วยให้เรามีทางเลือกที่จะเกษียณตัวเองก่อนเกณฑ์ หรือเออร์ลี่รีไทร์ได้อีกด้วย แม้แต่คนที่มีความมั่นคงทางการเงินอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องพึ่งพารายได้จากอาชีพเสริม DIY ก็ยังเป็นสิ่งจรรโลงใจ ที่จะช่วยให้เรามีงานอดิเรกทำเพลินๆ ชีวิตไม่เงียบเหงา เป็นการใช้เวลาอย่างคุ้มค่า และทำให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น

แล้วคุณล่ะจะทำอะไรดี...เตรียมคิดกันไว้แต่เนิ่นๆนะคะ ต้องมีสักอย่างละน่ะที่ถูกใจใช่เลยสำหรับคุณ