ดับคนดัง

ดับ อันวาร์ ซาดัตแห่งอียิปต์
บันทึกวันวาร

กลางนครหลวงอียิปต์ นครเก่าแก่และรุ่งเรืองที่สุด

วันที่ ๖ ตุลาคม ๑๙๘๑ เวลาเกือบบ่ายโมง แสงแดดแผดกล้าร้อนแรงไปทั่ว มีพิธีสวนสนามของเหล่าทหารหาญนับหมื่น เนื่องในวันครบรอบปีที่ ๘ แห่งการยุติสงครามบ้าเลือด ระหว่างอียิปต์กับอิสราเอล ที่ยืดเยื้อติดต่อกันมานานถึง ๓๐ ปี

ผู้เป็นประธานในพิธีอันเกริกเกียรติ ท่ามกลางประชาชนนับหมื่นคนในครั้งนี้ก็คือ ประธานาธิบดีอันวาร์ ซาดัต บุรุษเหล็กแห่งอียิปต์ ผู้เป็นกำลังสำคัญในการยุติสงครามกับอิสราเอล เป็นการสร้างสันติภาพให้แก่ตะวันออกกลาง จนกระทั่งได้รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพโลก

ขณะที่พิธีสวนสนามกำลังดำเนินการไปได้เล็กน้อย ประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่ กำลังยืนทำความเคารพแถวทหารที่เดินสวนสนามผ่านหน้าไป โดยมี นายออสนี มูบารัค รองประธานาธิบดี และ นายอบู กาซาร่า รัฐมนตรีมหาดไทย ยืนกระหนาบข้างพร้อมด้วย พลเอก อับเดล รับนาบี ฮาเฟซ เสนาธิการทหารอียิปต์ และผู้ช่วยของประธานาธิบดี รวมทั้งรัฐมนตรีกลาโหม และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งของอียิปต์ และทูตานุทูตต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก

แล้วนาทีสุดสยองก็อุบัติขึ้นอย่างไม่มีใครคาดฝัน นายทหารหน่วยคอมมานโด ๖ คน หัวหน้าใหญ่ยศพันตรี มีผู้ช่วยยศร้อยโท ๒ คน พลทหารอีก ๔ คน นั่งรถจี๊ปเคลื่อนมากับขบวนพาเหรด ขณะที่ผ่านหน้าปะรำพิธีของซาดัต รถจี๊ปคันนั้นก็หยุด และจอดลง ทหารคนหนึ่งโดดลงมาเปิดกระโปรงรถ ดูคล้ายๆว่ารถเกิดเสีย แต่ขณะเดียวกันนั้น ทหารอีก ๓ คน ที่นั่งมาด้วย กลายเป็นเพชฌฆาต ขว้างระเบิด ๓ ลูกใส่ปะรำพิธี เสียงระเบิดดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหว พร้อมกันนั้น กลุ่มเพชฌฆาตทั้งหมดก็กระโดดลงจากรถจี๊ป พร้อมกับสาดกระสุนจากปืนกลมืออย่างหูดับตับไหม้ เป้าหมายคือร่างสูงของประธานาธิบดี และทุกๆคนที่นั่งเป็นแขกในพิธี

เสียงปืนรัวขึ้นอย่างถี่ยิบ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องจากกลุ่มมือปืน "อียิปต์จงเจริญ ซาดัต ขี้ข้าต่างชาติ จงพินาศ"

ท่ามกลางเสียงห่ากระสุน ร่างของท่านประธานาธิบดีก็ล้มคว่ำลงจมกองเลือดบนพื้นปะรำพิธี พร้อมด้วยคณะเสนาธิการทหาร ร่างโชกเลือดอีกหลายคน ทุกคนที่เคราะห์ร้าย ถูกหามขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปส่งโรงพยาบาลทหาร มาตี ในกรุงไคโรเป็นการด่วน

ที่โรงพยาบาล ร่างประธานาธิบดีถูกนำเข้าห้องผ่าตัดด่วน เพื่อช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ มีการให้เลือดและปั๊มหัวใจให้ทำงาน แต่ก็ไร้ผล

ประธานาธิบดีอันวาร์ ซาดัต ผู้ใฝ่สันติภาพของอียิปต์ เสียชีวิตด้วยกระสุนปืน เจาะเข้าที่อกด้านซ้าย ๒ รูใหญ่ กระสุนอีกนัดหนึ่งเจาะเข้าที่ลำคอ เหนือกระดูกไหปลาร้าด้านขวา หัวเข่าขวา และด้านหลังสะโพกจนยับเยิน

ผู้ที่เคราะห์ร้ายเสียชีวิตร่วมกับประธานาธิบดี เป็นคนใกล้ชิดกับซาดัต มีถึง ๙ ศพ และบาดเจ็บสาหัสอีก ๒๒ คน ในจำนวนผู้เสียชีวิตนั้น มี พลเอก อับเดล รับนาบี ฮาเฟซ เสนาธิการทหารอียิปต์ และผู้ช่วยของประธานาธิบดี ๒ คน ส่วนนอกนั้นล้วนแต่เป็นบุคคลสำคัญระดับชาติ ทั้งของอียิปต์และต่างประเทศ ที่มาร่วมพิธีสำคัญครั้งนี้ด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น มือปืนในเครื่องแบบที่ปฏิบัติการสุดโหดครั้งนี้ ถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยประจำตัว อันวาร์ ซาดัต ยิงคว่ำไปถึง ๓ คน คนแรกคือ พันตรี หัวหน้าโดนกระสุนหลายนัดเข้าที่สำคัญ ตายคาที่กับลูกน้องอีกหนึ่งคน ส่วนที่เหลืออีก ๓ คน ถูกจับได้ทั้งหมด

หลังจากนาทีสยองผ่านไป กระทรวงมหาดไทย ประกาศภาวะฉุกเฉิน ไม่ให้ชาวอียิปต์ร่วมชุมนุม หรือเดินขบวน ทั้งนี้เพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติของอียิปต์ แต่ฝูงคนนับหมื่นออกไปที่ทำเนียบรัฐบาล ตำรวจทหารพร้อมอาวุธถูกส่งไปรักษาการณ์ตามสี่แยกทั่วๆไปของกรุงไคโร ประชาชนนับหมื่นไปร่วมแสดงความเสียใจในมรณกรรมของผู้นำของเขา

ขณะเดียวกัน บรรดาผู้นำทางทหารของสหรัฐฯ เปิดประชุมฉุกเฉิน กองทัพเรือที่ ๖ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เตรียมพร้อม

รองประธานาธิบดีออสนี มูบารัค ประกาศจะก้าวเดินตามรอยเลือดของซาดัต โดยออกโทรทัศน์พบประชาชน แจ้งข่าวการเสียชีวิตของซาดัตว่าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ผู้นำอียิปต์ทุกคนพร้อมอุทิศเลือดเนื้อ กาย ใจ และวิญญาณ เพื่อปกป้องรักษารัฐธรรมนูญ และยังผูกพันอยู่กับสนธิสัญญา ข้อตกลงต่างๆกับนานาประเทศ

ขณะเดียวกัน รัฐสภาอียิปต์ก็แต่งตั้ง นายซูพี อาบูทาเล็บ ประธานรัฐสภา เข้ารักษาการณ์เป็นประธานาธิบดี ๖๐ วัน เป็นการชั่วคราว

ข่าวการถูกสังหารโหดเหี้ยมของประธานาธิบดีอียิปต์แพร่สะพัดกระจายไปทั่วโลก ผู้นำนานาประเทศต่างกล่าวสดุดีและเสียดายซาดัตอย่างยิ่ง ประธานาธิบดีเรแกน แห่งสหรัฐฯ กล่าวอย่างซึมเศร้าว่า ได้สูญเสียมิตรที่ดีอย่างซาดัตไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง นายกเบนาเฮม เบกิ้น ของอิสราเอล ประกาศสดุดีเกียรติคุณของซาดัต และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ดำเนินการต่างๆตามเจตจำนงของซาดัตก่อนตาย

ทางมอสโกกล่าวว่า การตายของซาดัต เนื่องมาจากซาดัตเจรจาสงบศึกกับยิวผู้รุกราน และเป็นการไปร่วมมือกับสหรัฐฯ

ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย ซึ่งกำลังประชุมเครือจักรภพ เมื่อได้รับข่าวการตายของซาดัต ทำให้ทุกคนตกตะลึง ตกใจในวิธีการสังหารอย่างโหดเหี้ยม และแผนชั่วที่ใช้ฆ่าผู้นำประเทศ ต่างเร่งส่งสาส์นแสดงความเสียใจไปยังรัฐบาลอียิปต์

ทางด้านอาหรับหัวรุนแรง กลุ่มประเทศที่เกลียดชังซาดัต ต่างพากันยินดีปรีดา มีการร้องรำทำเพลงไปตามถนน พวกองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ในลิเบีย และที่อื่นๆ บรรดาหัวหน้ากลุ่มอาหรับรุนแรง ต่างสมน้ำหน้าซาดัต บอกว่าคนทรยศใช้หนี้ชีวิตไปแล้ว ถือเป็นบทเรียนเตือนใจคนอาหรับทั้งหลาย

พิธีศพของประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่แห่งอียิปต์ ถูกกำหนดขึ้นอย่างสมเกียรติ ในวันเสาร์ที่ ๑๐ ตุลาคม ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ โดย รองประธานาธิบดีมูบารัค เป็นผู้กำหนดขึ้น ส่วนรัฐบาลไทย ส่ง พลเอก เสริม ณ นคร รองนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น เป็นตัวแทนรัฐบาลไปร่วมพิธีครั้งนี้ พร้อมกันได้อัญเชิญกระแสพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงความสลดพระราชหฤทัยไปพระราชทานแก่ มาดามซาดัต และรัฐบาลอียิปต์ด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนที่ซาดัตจะถูกสังหาร สหรัฐฯ ทุ่มเงินกว่า ๕๐๐ ล้านบาท เพื่อปกปักรักษาชีวิตของซาดัต นสพ.วอชิงตันโพสต์ เผยว่า เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯได้ส่งเฮลิคอปเตอร์หุ้มเกราะมาให้ใช้ และ ซี.ไอ.เอ.ของสหรัฐฯ จะเป็นหูเป็นตาคอยสอดแนมรายงานความเคลื่อนไหวต่างๆ ต่อแผนการร้ายที่มุ่งสังหารเอาชีวิตซาดัต ทั้งที่อยู่ในประเทศ และขณะเดินทางไปต่างประเทศ เครื่องบินแบบพิเศษ ซึ่งมีอุปกรณ์ประดุจหูทิพย์ ตาทิพย์ จะจับตารายงานดูความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐฯ ยืนยันว่า ซาดัตได้รับการคุ้มกันในขั้นที่เรียกว่า ดีที่สุดในโลกคนหนึ่ง

แต่พวกอาหรับหัวรุนแรงทั้งหลาย ซึ่งจงเกลียดจงชัง อันวาร์ ซาดัต มาก ที่ยอมทำสัญญาสันติภาพกับอิสราเอล ผู้รุกราน และรุกรบขับเคี่ยวกันมาถึง ๓๐ ปี หาได้สิ้นความพยายามที่จะสังหารซาดัตไม่ แม้ว่าแผนการร้ายต่างๆในการสังหารซาดัต ถูกทำลายครั้งแล้วครั้งเล่า อีกทั้งการปกป้องรักษาชีวิตของซาดัตจะเข้มงวดสักปานใด กลุ่มเพชฌฆาตก็เปลี่ยนแผนทำงาน และทำให้สำเร็จจนได้

แม้ว่าวันนั้น วันที่ซาดัตถูกสังหาร ซาดัตจะใส่เสื้อเกราะป้องกันตัวก่อนเกิดเหตุ และมีหน่วย รปภ. มีอาวุธครบมือรายล้อมรอบด้าน แต่แผนสังหารที่แนบเนียนของกลุ่มมือเพชฌฆาตก็ดำเนินไปจนได้ โดยคนร้ายทำทีว่า รถจี๊ปเสีย ซึ่งมักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ จนขาดความระมัดระวัง และกลุ่มทหารจากรถโกระดดลงมาอย่างรวดเร็ว ขว้างระเบิดถึง ๓ ลูกเข้าใส่ พร้อมด้วยการยิงด้วยปืนออโตเมติคอันร้ายแรงอย่างหูดับตับไหม้ จนเกราะอ่อนของซาดัตไม่อาจป้องกันได้ อีกทั้งหน่วย รปภ.ตอบโต้ช้าไป โดยเฉพาะเครื่องแบบของซาดัตเป็นสีเขียวสดใส เป็นเป้าหมายเด่น เห็นได้ชัดแต่ไกล จึงเป็นจุดตายที่ดีที่สุดของกลุ่มเพชฌฆาต

สาเหตุที่ซาดัตถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมครั้งนี้ นอกจากจะมีปมสำคัญมาจากพวกอาหรับหัวรุนแรงที่จงเกลียดจงชังซาดัตแล้ว ก็ยังมีผู้ไม่ปักใจเชื่อว่าจะมีเบื้องหลังเป็นอย่างอื่นเป็นสาเหตุอีก ความคิดของพวกอาหรับหัวรุนแรงพวกนี้ ถือว่าผู้ที่ยอมก้มหัวให้ยิว ถือว่าเป็นศัตรูของอาหรับทั้งมวล กระทั่งมอสโก รัสเซีย ก็ถือว่าซาดัตเป็นศัตรู โดยประกาศออกทางวิทยุว่า ซาดัตตายเพราะไปเจรจาสงบศึกกับยิว และหันไปร่วมมือกับสหรัฐฯ นั่นเอง

ในบรรดารัฐบุรุษวงการเมืองโลกที่โด่งดังในยุคนั้น นอกจาก จิมมี่ คาร์เตอร์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือ เบรสเนฟ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แล้ว ซาดัตก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น เขามีข่าวปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ทั่วโลกอยู่เสมอ เขาได้รับการกล่าวขวัญถึงในฐานะที่เป็นผู้ตัดสินใจอย่างเฉลียวฉลาดในทางการเมือง และการทหาร ตลอดจนการเจรจาสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลาง

ซาดัต มีชื่อเต็มว่า อันวาร์ เอล ซาดัต เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๒ ที่บ้านมิต อาบู คอม ในดินแดนสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำไนล์ เขาเกิดจากตระกูลที่ไม่สูงส่ง พ่อเป็นเสมียนชั้นผู้น้อยในโรงพยาบาลใกล้บ้าน ส่วนแม่มีเชื้อสายซูดาน ที่อพยพมาอยู่อียิปต์

พ.ศ.๒๔๙๘ ซาดัตได้เข้าโรงเรียนนายร้อยทหารของอียิปต์ และเขาได้พบกับ อับเดล กามาล นัสเซอร์ วีรบุรุษแห่งอียิปต์ ผู้ซึ่งต่อมาได้ทำการรัฐประหารล้มกษัตริย์ฟารุค และได้ประกาศตนเป็นประธานาธิบดี และเปลี่ยนการปกครองประเทศอียิปต์ เป็นระบอบสาธารณรัฐ

ซาดัตเข้าสู่การเมืองโดยเหตุผลักดัน ๒ ประการ คือ การคอร์รัปชั่นของบรรดาข้าราชการ ซึ่งเป็นบริวารของกษัตริย์ฟารุค และการที่อียิปต์ต้องตกเป็นเมืองในอาณัติของอังกฤษ

ครั้งแรก ซาดัตถูกจับเข้าคุกโดยตำรวจลับของฟารุค แต่ก็ติดคุกอยู่ได้ปีกับเจ็ดเดือนเท่านั้น ซาดัตก็ทำการแหกคุกหนีออกมาได้ แต่ก็ต้องหลบๆซ่อนๆอยู่ตลอดเวลา โดยทำงานเป็นคนขับรถบรรทุกบ้าง สุดแต่โอกาสจะอำนวย เพื่อมีชีวิตรอดไปวันๆ เป็นแม้กระทั่งบ๋อยโรงแรม จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติลง และเคราะห์กรรมยังไม่สิ้น ซาดัตถูกจับอีกครั้งในข้อหาที่ร้ายแรง คือพยายามลอบสังหารนักการเมืองที่สนับสนุนอังกฤษ แต่ครั้งนี้ติดคุกเพียง ๒ ปีครึ่ง ก็ได้รับการปลดปล่อย และกลับเข้ารับราชการในกองทัพบกอียิปต์ ด้วยยศเท่าเดิม คือ พันโท

ต่อมา พ.ศ.๒๔๙๓ นัสเซอร์ทำการรัฐประหารสำเร็จ ล้มกษัตริย์ฟารุคได้ และเปลี่ยนการปกครองอียิปต์เป็นระบอบสาธารณรัฐ นัสเซอร์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซาดัตได้เลื่อนยศเป็นพันเอก และได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองประธานาธิบดี จนกระทั่งนัสเซอร์ตายเมื่อปี ๒๕๑๓ ซาดัตจึงก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี

ทันทีที่ได้รับตำแหน่ง ก็มีกลุ่มนักการเมืองบางกลุ่ม ต้องการทดสอบลองของทันที ด้วยการทำรัฐประหารโค่นล้มซาดัต เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔ แต่ก็ถูกซาดัตจับได้หมด มีการกวาดล้างครั้งใหญ่สำหรับนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ซึ่งในจำนวนนี้ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรวมอยู่ด้วย

เมื่อกวาดล้างศัตรูแล้ว ซาดัตก็เปลี่ยนนโยบายการเมืองระหว่างประเทศใหม่ โดยหันมาสนับสนุนและเป็นมิตรกับอเมริกา หลังจากที่ความสัมพันธ์ของประเทศทั้งสองต้องขาดสะบั้นลงในสมัยของนัสเซอร์ เมื่อปี ๒๕๑๐ เวลาเดียวกัน ซาดัตสั่งให้รัสเซียถอนทหาร ตลอดจนที่ปรึกษาทางทหารออกไปเสียจากอียิปต์จนหมดสิ้น สาเหตุมาจากรัสเซียเอาเปรียบอียิปต์มาก

ยิ่งกว่านั้น ซาดัตยังได้ผูกสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดสนิทสนมเป็นอย่างมากกับเศรษฐีน้ำมัน ซาอุดิอาราเบีย จนได้รับเงินสนับสนุนในการทำสงคราม เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๖ ซึ่งสงครามครั้งนี้ ได้เปลี่ยนโฉมหน้าทางประวัติศาสตร์ของตะวันออกกลางโดยสิ้นเชิง โดยอียิปต์ได้ดินแดนคืนจากการยึดครองของอิสราเอลเป็นจำนวนมาก ซาดัตได้กลายเป็นวีรบุรุษของโลกอาหรับทันที เพราะเป็นครั้งแรกที่อาหรับชนะยิวในสงครามอันศักดิ์สิทธิ์ ชัยชนะของอียิปต์ครั้งนี้ ทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างชาติมหาอำนาจ จนทำให้หวั่นไปว่า จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๓ แต่ในที่สุดก็มีการออมชอมกันระหว่างอียิปต์กับซีเรีย ได้ดินแดนบางส่วนคืน

แต่แล้ว ชาวโลกต้องตกตะลึงจากข่าวใหญ่ คือ ซาดัต ตัดสินใจไปเยือนกรุงเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล เพื่อเจรจาสันติภาพ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๐ การกระทำของซาดัตครั้งนี้ ทำให้โลกของคนอาหรับทั้งมวลมีปฏิกิริยาต่อเขาอย่างรุนแรง ถึงกับประณามว่า "คนทรยศ" ซาดัตต้องใช้หนี้ครั้งนี้ด้วยชีวิต แต่ขณะเดียวกัน การกระทำของซาดัตได้เป็นที่กล่าวขวัญมากที่สุดไปทั่วโลก เขาได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุรุษหมายเลข ๑ แห่งปี และยังได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพของโลก ในปีนั้นด้วย

เพราะการกระทำอย่างห้าวหาญของซาดัตในครั้งนี้ ทำให้ชาวอาหรับหัวรุนแรงผู้เคร่งศาสนา และชิงชังชาวยิวทั้งมวลหาทางสังหารเขา เพื่อชดใช้หนี้ทรยศให้จงได้ ท่ามกลางการทุ่มเทเงินทอง เงินลงขัน เพื่อปกป้องอารักขาชีวิตซาดัตอย่างมหาศาล ที่สหรัฐฯ ผู้เป็นตัวการให้ซาดัตจับมือทำสัญญาสันติภาพกับอิสราเอล ทุ่มมาให้ถึง ๕๐๐ ล้านบาท

แต่วาระสุดท้ายของเขาก็มาถึงจนได้ ประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่แห่งอียิปต์ อันวาร์ ซาดัต ถูกกลุ่มเพชฌฆาตในคราบทหาร สาดกระสุนปืนใส่จนสิ้นชีวิต เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๒๔ เขามีชีวิตยืนยาวบนเวทีการต่อสู้มาอย่างทรหดถึง ๖๒ ปีเต็ม

ผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสืบมาคือ ออสนี มูบารัค รองประธานาธิบดี ผู้ประกาศเดินตามรอยเลือดของเขานั่นเอง