ติวพระเอก นางเอก

เรื่องเล่าเกี่ยวกับการเป็นแอ็คติ้ง โคชให้บรรดาพระเอกนางเอกแถวหน้า
ตะวันชายบ่ายคล้อย

เวลาสอนการแสดง ฉันจะบอกดารา นักแสดง นักร้อง พิธีกรที่มาติวด้วยเสมอว่า ทุกอย่างที่คุยกันจะอยู่ในห้องนี้เท่านั้น และเป็นไปเพื่อการเรียน การสอน และการเรียนรู้ เมื่อถวายงานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ สำหรับการแสดงภาพยนตร์ ฉันกราบทูลว่า "ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัตย์ จะไม่แพร่งพรายสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการถวายงานครั้งนี้"

เอ ขณะที่เขียนอย่างนี้ เรียกว่าแพร่งพรายหรือเปล่าหนอ ไม่นะ เรียกว่าเล่าสู่กันฟังก็แล้วกัน
ถ้าไม่นับความประทับใจจากการได้ถวายงานทูลกระหม่อม (ซึ่งฉันจะไม่แพร่งพราย) ฉันอยากเล่าถึงรสชาติของการติวซูเปอร์สตาร์บางคนที่เป็นประเด็นน่าจดจำ
 
เมื่อ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ชวนให้ฉันติวการแสดงละครโทรทัศน์เรื่องนิรมิต ที่เขาต้องแสดงเป็นคนหลายคน ฉันเริ่มงานด้วยการคุยเรื่องประเด็นการแสดงของเขา ที่ฉันขอหมายเหตุและจะปรับปรุง ฉันต้องการรู้ว่าซูเปอร์สตาร์อย่างเขาจะรับคำวิจารณ์ตรงๆได้ไหม เห็นด้วยเพียงใด จะเริ่มงานกันก็ต้องรับกันได้ ถึงจะทำงานได้เต็มที่ เบิร์ดรับได้อย่างดี และคอยตรวจตราตัวเอง เวลาฉันวิจารณ์ว่า "อย่าชูป้าย" หมายความว่าอย่าแช่อารมณ์ให้ละเมียดละไมอยู่นานเกินไป รู้สึกแล้วก็แสดงออก แล้วก็ไปต่อเรื่องอื่น อารมณ์อื่น เบิร์ดเป็นนักร้องออกคอนเสิร์ตใหญ่ เวทียักษ์ แสดงอะไรออกไปแล้ว ต้องขยายออกให้คนฟังจนถึงแถวหลังสุดของคอนเสิร์ตฮอลล์ใหญ่ๆได้รับรู้กันทั่วๆ ในขณะที่หนังและละคร มีกล้องคอยทำหน้าที่ขยายใหญ่ให้อยู่แล้ว ไม่ต้องละเลียดเพิ่มเติม
 
เราทำงานกันสนุก เพราะเบิร์ดมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก แถมฉันยังได้รับคำสอนเชิงธุรกิจที่ดีเยี่ยมจากเบิร์ดด้วย ความที่ฉันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยจนชิน จะดูอึกอักเวลาต้องเจรจาธุรกิจโดยเฉพาะค่าตัว เรื่องคิดงานและแก้ปัญหานั้นไม่เคยกลัวเลย พูดได้ฉอดฉอด เสียงดังฟังชัด แต่เรื่องเงินๆทองๆ แบ๊ะ แบ๊ะ มากถึงมากที่สุด เบิร์ดสอนฉันว่า
"ครูแอ๋ว เวลาที่คนเขากำลังต้องการตัวนั่นแหละ เรียกไปเลย จัดการไปเลยให้เบ็ดเสร็จ อย่ามัวอ้ำอึ้งแล้วมาบอกทีหลัง เขาจะเห็นค่าเราน้อยกว่าที่ควร"
ขอบคุณนะคะเบิร์ด เดี๋ยวนี้อ้ำอึ้งน้อยลง เหลือเพียงตะกุกตะกักเล็กน้อย ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะเวลาที่บอกกลับไปว่า "จัดการมาเลยก็แล้วกัน ตามที่เห็นสมควร"
 
แต่ก็มีครั้งหนึ่ง "ตามที่เห็นสมควร" นี่แหละเป็นเรื่อง  ติวพระเอกไปตั้ง ๕ คน บทบาทต่างๆกัน ผู้จัดคงเห็นว่า เล่นเรื่องเดียวกัน ก็เลย "เห็นสมควร" จ่ายแบบติวพระเอกคนเดียวสรุปแล้ว ทางสายกลางดีที่สุด
 
พระเอกอีกคนที่ได้วนมาเจอกันจนได้ คือ เคน-ธีรเดช ฉันได้ทำงานกับเขาในหนังเรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธอ ติวเข้มให้ คริส หอวัง แล้วเชิญเคนมาประกบตัว อ่านบทและซ้อมด้วยกัน ได้ขึ้นรถไฟฟ้าตอนดึกๆที่ไม่มีผู้โดยสาร ไปสังเกตชีวิตและการทำงานจริงๆ เพื่อประโยชน์ในการแสดง สนุกมาก ได้เห็นว่า พี่เคนนี่ฮ็อตฮิตทั้งในหมู่ผู้หญิงทุกระดับและทุกวัย แต่ที่เก๋ คือผู้ชายอกสามศอก วิศวฯ หรืออาชีวะดูเฮ้วๆ ก็ชอบเขาด้วย ดีจังไม่โดนผู้ชายด้วยกันหมั่นใส้ กลับได้เป็นแฟนคลับ
มีเรื่องสารภาพเกี่ยวกับเคน คือฉันเองนี่แหละที่เคยปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมติวให้เขา
คุณพ่อ คุณแม่เขา คือ คุณวีรประวัติ และภรรยาสนิทกับที่บ้านฉันมานานแล้ว ติดต่อให้ฉันช่วยติวการแสดงให้ลูกชาย ตั้งแต่ยังเอ๊าะๆ เริ่มเข้าวงการ เห็นหน้าถ่ายแบบแล้วก็รู้ว่าหล่อมาก ใส น่ารัก คุณพ่อ คุณแม่ ติดต่อมาให้ติว เพื่อให้แสดงเป็น ไอ้ฟัก เรื่องคำพิพากษา ฉันจึงได้แต่ปฏิเสธไม่เห็นด้วยที่จะให้เขาเล่นบทนี้ ขอไม่ติว และขอว่า คุณพ่อ คุณแม่ อย่าให้ลูกเล่นบทที่ไกลตัวเขาขนาดนี้เลย นึกถึงเรื่องนี้ทีไร ก็รู้สึกผิด แต่ถ้าเกิดขึ้นใหม่ ก็คงยังยืนกรานแบบเดิม
 
ถึงอย่างไรในที่สุดก็ยังได้ทำงานกับเคนอยู่ดี ในเรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธอ ในบทที่เขาเป็นผู้ชายที่แสนจะน่ารักแบบธรรมชาติ บ้านๆ นั่นละเขาละ โถอย่าให้ต้องไปเป็นหนุ่มดิบๆแบบไอ้ฟักเลย
ส่วนนางเอกในเรื่องนี้คือ คริส หอวัง นั้น ตอนพบกัน เธอคือสาวนอก แต่งตัวเปรี้ยวล้ำยุค น่ารัก เป็นตัวของตัวเองโดดเด่นและมีเสน่ห์ ความลับที่เศร้ามากของเธอคือบอกใครไม่มีใครเชื่อ ว่าอย่างเธอจะเป็นนางเอกในหนังเรื่องใหม่ของ เคน-ธีรเดช
ฉันติวให้คริสอย่างมีความสุขมาก เธอเรียนรู้อย่างหิวกระหาย เข้าใจไว ทดลองทำทันที เข้มงวด มีวินัย ตรงต่อเวลาและมีพัฒนาการทุกครั้งที่พบกัน ไม่เชื่อจนกว่าจะได้เห็นแล้วว่าใช่ แล้วก็จะทุ่มสุดตัวแบบถวายหัว ถามตอบตรงๆ วิเคราะห์ตัวเองได้ดี
เธอเดินเข้าสตูดิโอมาพบฉันในมาดของสาวสมัยใหม่ผู้ทรงเสน่ห์ เมื่อเดินออกไป เธอกลายเป็นตัวละคร เหมยลี่ หมวยๆ จืดๆ ไม่มีใครสนใจ ไม่มั่นใจในตัวเอง วิ่งตามให้ผู้ชายรัก หนังออกฉาย เธอกลายเป็นนางเอกร้อยล้าน และปัจจุบันเธอเป็นซูเปอร์สตาร์ มีงานโฆษณา พิธีกร เต้น ออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นนักแสดงที่โดดเด่นมาก และมีความเป็นมืออาชีพ
สำหรับฉัน เธอคือเด็กสาวที่จิตใจดี อ่อนโยน เมื่อรู้ว่าฉันชอบทานกาแฟมาเคียโต ซึ่งเธอเอามาฝากเป็นประจำแล้ว ของขวัญจากเธอ คือต้นตำรับการทำกาแฟมาเคียโต พร้อมทั้งเมล็ดกาแฟและครีมวานิลลาครบชุด เธอจับจุดได้ว่า ครูแอ๋วเลี้ยงไม่ยากหรอก ที่คริสทำให้ฉันแฮปปี้มากๆ คือเธอถือว่าการแสดงเป็นศาสตร์สำคัญ คือการทำงานหนัก ไม่ใช่เป็นเพียงทางผ่านไปเพื่อเงินทองและชื่อเสียงเท่านั้น
 
นางเอกอีกคนที่อยากพูดถึง คือ ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา ตอนพบกัน เธอคือนางแบบซูเปอร์สตาร์ กำลังจะแสดงละครเรื่องแรกๆ พูดไทยไม่ค่อยชัด อ่านบทแทบไม่ออก บทหนึ่งตอน เธออ่านถึงตีสาม แต่เธอสู้ไม่ถอย เธอสามารถยืนหยัดอยู่ในวงการได้ดีในทุกสถานะ นางแบบ นักแสดง ผู้จัดรายการ นักธุรกิจ และปัจจุบัน เป็นคุณแม่ผู้ทุ่มเทสุดสุด
 
สิ่งที่ลูกเกดมีและใครๆรับรู้ได้ คือความเป็นมืออาชีพ
ลูกเกดกับฉันรักและผูกพันกันมาก ไม่ได้พบกันบ่อย แต่นึกถึงกัน
เวลามีเรื่องสำคัญๆ ฉันจำเสียงลูกเกดได้ไม่ลืม วันหนึ่งลูกเกดโทรศัพท์หาฉันแล้วก็ร้องไห้บอกว่าอยู่ที่ที่จอดรถของบริษัทโฆษณา เพิ่งโทร.หาคุณแม่ที่นิวยอร์ก แล้วก็โทร.ถึงฉัน เพื่อจะบอกให้ช่วยดีใจว่า เธอได้งานโฆษณาชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่ง  ซึ่งค่าตอบแทนมากพอจะส่งน้องเรียนได้อย่างสบายๆ  "เกดไม่ต้องห่วงเรื่องเรียนของน้องแล้ว"  
และเธอก็มีเรื่องให้ฉันร่วมดีใจ หรือใจหายใจคว่ำไปด้วยเรื่อยๆอย่างสม่ำเสมอ ลูกเกด-เมทินี ซะอย่าง 
ความลับที่แพร่งพรายเหล่านี้ บรรดาซูเปอร์สตาร์ทั้งหลายคงไม่ว่ากระไร เพราะเรารักกัน