เที่ยวเพลินเดิน "เกาะเกร็ด"

ชมตลาด
ช่างภาพ: 

จะวางแผนล่องใต้ไปเที่ยวเกาะแก่งกลางทะเล ก็ต้องใช้เวลาหลายวันและงบประมาณค่อนข้างมากโข ในอากาศร้อนทะลุ 40 องศาเซลเซียสเยี่ยงนี้ คงไม่มีที่ไหนดี เท่า "เกาะเกร็ด" กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เราพึ่งพาไปเดินเล่นหลบร้อนได้อย่างสบายใจ

"เกาะเกร็ด" เกิดจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ แห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อย่นระยะทางการเดินเรือสินค้าจากอ่าวไทยไปยังอยุธยา เมื่อกระแสน้ำเปลี่ยนทิศ จากคลองเล็กๆ ก็ถูกน้ำกัดเซาะตลิ่ง จึงกลายเป็นแม่น้ำใหญ่ พื้นที่ในบริเวณนี้จึงมีลักษณะเป็นเกาะ ที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาล้อมรอบ และมีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยดูได้จากวัดวาอารามต่างๆ บนเกาะที่เป็นศิลปะในสมัยอยุธยา ต่อมาในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ได้โปรดเกล้าฯให้ชาวมอญที่อพยพหนีสงคราม มาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร มาตั้งบ้านเรือนอยู่ในบริเวณอำเภอปากเกร็ด ลุล่วงมาถึงรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ทรงมีพระเมตตารับชาวมอญ ที่หนีภัยสงครามมาอยู่ในอีกหลายพื้นที่ รวมถึงเกาะเกร็ดด้วย

การเดินทางมาเกาะเกร็ด จากท่าเรือวัดสนามเหนือ นั่งเรือข้ามฟาก โดยจ่ายค่าโดยสารคนละ 2 บาท (มีให้บริการตั้งแต่ 05.00-21.30 น.) มาขึ้นยังเกาะเกร็ด บริเวณ "วัดปรมัยยิกาวาส" (วัดปากอ่าว) ที่มีเจดีย์สีขาวเอียงเป็นสัญลักษณ์ เราก็พบบรรยากาศความคึกคักทันที นักท่องเที่ยวมากมาย หิ้วถุงข้าวของเดินสวนกันไปมา เมื่อเดินเลยวัดเข้าไปก็พบร้านรวง และบรรดาพ่อค้า แม่ขายส่งเสียงทักทาย เชิญชวนให้อุดหนุนสินค้า เดินต่อไปเรื่อยๆก็ได้พบกับวิถีชีวิตแบบชาวมอญมากมายบนเกาะเกร็ดแห่งนี้

พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาชื่อ "กวานอาม่าน" จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาและหม้อน้ำโบราณ แกะสลักลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะช่างสกุลเกาะเกร็ด ถ้าหากใครสนใจก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ และเนื่องจากชาวมอญมีความถนัดในการปั้นเครื่องปั้นดินเผา จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะได้เห็นเครื่องปั้นดินเผารูปทรงต่างๆ ไปตลอดเส้นทางบนเกาะเกร็ด ทั้งถ้วย ชาม หม้อ คนโทใส่น้ำ แจกัน กระถางต้นไม้ เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องซื้อหาติดไม้ติดมือมาเป็นที่ระลึกด้วยสักชิ้น 2 ชิ้น ถ้าใครอยากเลือกซื้อเครื่องปั้นดินเผาจำนวนมากๆ หรืออยากจะชมขั้นตอนการปั้น ก็สามารถไปแวะชมได้ที่ โรงงานป้าตุ่มค่ะ

ระหว่างทางที่เดินชมตลาด เราก็ชิมโน่นนี่เรื่อยไป เพราะมีร้านอาหารแทรกตัวอยู่ตามบ้านเรือน เหมือนเปิดครัวในบ้านให้นักท่องเที่ยวได้มานั่งพักกินของอร่อยๆกัน อาหารบางอย่างหากินได้ยากมากแล้วในปัจจุบัน อาทิ ข้าวแช่ชาวมอญ ถ้าอยากเข้าถึงวิถีชีวิตคนมอญ ก็ต้องไปลองกินอาหารของชาวมอญให้ได้ค่ะ มีทั้ง ขนมหวานไม่ว่าจะเป็น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้น ของคาวอย่าง ห่อหมกปลาช่อน ห่อหมกปลากราย ไข่ปลาทอด ผักทอด ร้านกาแฟเก๋ๆ ที่ขายน้ำพร้อมแก้วน้ำกระถาง ปั้นโดยฝีมือคนท้องถิ่นนั่นเอง ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว และ"ทอดมันหน่อกะลา" ของขึ้นชื่อของเกาะเกร็ด

บริเวณหน้าวัดไผ่ล้อม ริมแม่น้ำ จัดเป็นลานวัฒนธรรม มีการแสดงรำไทย-มอญให้ได้ชมกันทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่เที่ยงเป็นต้นไป ระหว่างการแสดงก็จะมีการแนะนำสินค้าท้องถิ่นที่น่าสนใจ การแสดงแต่ละชุดสามารถสะท้อนศิลปวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวมอญได้เป็นอย่างดี นอกจากจะได้รับความบันเทิงแล้วเรายังได้รู้จักเกาะเกร็ดมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีร้านขายของที่ระลึกอีกมากมาย ทั้งเสื้อยืดสกรีนลายเท่ หมวก ผ้าข้าวม้า ของเล่นย้อนยุค ดอกไม้ ต้นไม้ ผักพื้นบ้าน และสารพัดข้าวของ แต่สิ่งหนึ่งที่เราพบเห็นได้ตลอดทางการเดินเที่ยวเกาะเกร็ดของเราก็คือ รอยยิ้ม และน้ำใจไมตรีของชาวบ้าน ที่ยิ้มแย้มเชิญชวนบรรดานักท่องเที่ยวให้เข้าไปลองชิม ลองดูสินค้าอย่างเป็นกันเอง ไม่ซื้อไม่ว่าขอให้เข้ามาดูก่อนก็ยังดี บางครั้งเรายังได้เห็นชาวบ้านหิ้วผักมาขายตามบ้านครั้งละไม่มาก เดินขายไปก็แวะทักทายกันไป เรียกว่ารู้จักกันทั้งเกาะเลยทีเดียว


หาร้านนั่งพักเหนื่อยดื่มน้ำเย็นๆให้หายร้อน ก่อนเดินย้อนกลับทางเก่า คราวนี้เราเริ่มช็อปปิ้งทั้งอาหารมื้อเย็นและของที่ระลึก ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมนักท่องเที่ยวที่เดินสวนทางกันไปมาตรงท่าน้ำ ล้วนมีข้าวของเต็มไม้เต็มมือ เพราะตลาดกลางน้ำแห่งนี้มีแต่ของน่าซื้อ น่ารับประทานทั้งนั้น...ใครยังไม่เคยมา ต้องหาวันว่างๆมาเที่ยวเกาะเกร็ด ดินแดนที่ไม่มีรถยนต์กันนะคะ สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด โทร.0-2583-9544ค่ะ