กองทุนชุมพล พรประภา ส่งนักศึกษาดูงาน อิตาลี

พลอยหลากสี

สืบเนื่องมาจาก ดร.ชุมพล พรประภา ได้ให้ทุนในการสนับสนุน ส่งเสริมให้ศิลปิน นักศึกษา และอาจารย์ เดินทางทัศนศึกษาดูงานศิลปวัฒนธรรม มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับศิลปะที่ร่วมสมัยในระดับโลก กระตุ้นให้ศิลปินไทยตื่นตัว มีการสร้างสรรค์ศิลปะอย่างต่อเนื่อง ศิลปินไทยได้สร้างสรรค์ผลงานที่สามารถพัฒนาตนเองไปสู่ระดับนานาชาติ พัฒนาผลงานศิลปกรรมของไทยให้ก้าวหน้ากว้างขวาง โดยในพ.ศ.2547 ณ ประเทศอินเดีย พ.ศ.2549 ณ มณฑลกวางสี ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ.2550 ณ ประเทศ อิตาลีและฝรั่งเศส พ.ศ.2552 ได้ไปศึกษาดูงาน และสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรม ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และในปีล่าสุด พ.ศ.2554 ได้ไปทัศนศึกษาดูงาน ศิลป์เวนิซ เบียนนาเล่ โรม ฟลอเรนซ์ ณ ประเทศอิตาลี เป็นเวลา 8 วัน

โครงการศึกษาดูงาน และสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรม ณ ประเทศอิตาลี จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำอาจารย์ และนักศึกษาด้านศิลปะจาก 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เข้าร่วมศึกษาดูงานศิลปกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ศิลป์ของโลก รวมถึงผลงานศิลปกรรมร่วมสมัย และงาน เวนิซ เบียนนาเล่ เพื่อนำประสบการณ์ความรู้ที่ได้รับมาเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ และนำมาประยุกต์ใช้กับวิชาชีพของแต่ละคน

ดร.ชุมพล พรประภา ประธานกรรมการที่ประชุมกรรมการสภา มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ทกสท) และประธานคณะกรรมการด้านการพัฒนานักศึกษาของสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวว่า

"...โครงการนี้ต้องการให้นักศึกษาและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ด้านศิลปะ ไปหาประสบการณ์ในต่างประเทศ ซึ่งทำมาสิบกว่าปีแล้วหลายครั้งเขา (อาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร) เรียกตัวเองกันว่า โป๊ยเซียน ปีที่แล้วผมได้ทำการขยายโครงการนี้ออกไป ให้เป็นการร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ศึกษาเกี่ยวกับศิลปะ จาก 4 มหาวิทยาลัย อาจารย์และลูกศิษย์มหาวิทยาลัยศิลปากร 4 คน จากราชมงคลธัญบุรี 2 คน จากราชมงคลวิทยาเขตเพาะช่าง 2 คน และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 2 คน รวมทั้งหมด 10 คน นอกจากนี้ยังมีศิลปินอีก 5 คน ร่วมเดินทางดูงานในยุโรปครั้งนี้ด้วย ซึ่งเมื่อดูงานมาแล้ว ก็จะต้องกลับมาแสดงผลงาน ต้องวาดภาพ จัดนิทรรศการ เพื่อเอาผลงานเหล่านั้นมาประมูลขาย รายได้ต่างๆนั้น ครึ่งหนึ่งจะเป็นของศิลปิน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเราจะสมทบในกองทุน เพื่อจะให้อาจารย์และนักศึกษาในรุ่นต่อไปได้ไปในครั้งหน้า ซึ่งทำแบบนี้มา 4-5 ครั้งแล้ว...

ส่วนใหญ่นักธุรกิจจะส่งเสริม ซื้อแต่ของศิลปินดังๆ ระดับชาติ ไม่ค่อยมีใครที่จะสร้างศิลปินรุ่นใหม่ ซึ่งถ้าขาดการสนับสนุนศิลปินที่จบออกมาใหม่ๆในที่สุดก็จะไปไม่รอด เพราะในจำนวนคนที่จบศิลปะมานั้น เท่าที่รู้มาประมาณร้อยละ 80-90 ไม่ได้ทำงานด้านศิลปะโดยตรง ดังนั้น ในครั้งล่าสุดนี้ จึงตั้งใจว่าคนที่ไปต้องมีคุณสมบัติ 2-3 ข้อคือ เมื่อจบแล้วจะต้องเป็นอาจารย์ หรือไม่ต้องทำงานในวงการศิลปะโดยตรง มีการวาดรูป เขียนรูปออกขาย เป็นต้น ถือเป็นการส่งเสริมศิลปินรุ่นใหม่..."

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่อาจารย์และนักศึกษาได้รับการคัดเลือกให้รับทุนเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ อาจารย์นรากร สิทธิเทศ อาจารย์ประจำภาควิชาทัศนศิลป์ เล่าว่า

"...รับทุนเข้าร่วมโครงการทุกปี โดยในปีนี้ผมเป็นหนึ่งในศิลปินและอาจารย์ที่ได้เข้าร่วมโครงการการศึกษาดูงาน และสร้างสรรค์ดูงานศิลปกรรม เวลา 8 วัน ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอิตาลี เป็นเหมือนการเติมความฝันให้ผู้ที่รักในงานศิลปะ อย่างเช่น ที่โรม ทุกคนตื่นตากับ โคลอสเซี่ยม (Colosseum) น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (Basilica of Saint Petre) ประติมากรรม Pieta โบสถ์ซิสทีนที่มีภาพเขียนที่สำคัญของไมเคิลแองเจโล Michelangelo Buonarroti ชื่อภาพว่า The Last Judgement และ The Creation of Adam ส่วนที่ฟลอเรนซ์ ได้ชมผลงาน รูปปั้นของเดวิด พิพิธภัณฑ์ที่รวมงานของศิลปินชั้นนำในประวัติศาสตร์มากมาย เช่น วีนัส ของศิลปิน Sandro Botticelli โชคดีสำหรับการทัศนศึกษาในครั้งนี้ ได้มีโอกาสเข้าชมงานอาร์ตแฟร์ 'งานเวนิซ เบียนนาเล่' ซึ่งได้แสดงผลงานร่วมสมัยของโลกไว้มากที่สุด งานนี้จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี โดยในปีนี้จัดแสดงในหัวข้อเรื่อง 'แสง' พวกเราได้ไปที่ 'มิลาน' ได้เข้าชมโบสถ์ที่มีภาพเขียนของ 'ลีโอนาร์โด ดาร์วินชี' ต่อด้วยมหาวิหารแห่งมิลาน (Duomo di Milano) ที่ตั้งตระหง่านท้าทายโลกสมัยใหม่อย่างลงตัว ลักษณะเป็นวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมโกธิกซึ่งใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี มีรูปปั้นกว่า 3,000 รูปในวิหาร

นอกจากการชมงานศิลป์ตามสถานที่ต่างๆแล้ว สิ่งที่ได้รับจากการเดินทางในครั้งนี้ คือ ความเป็นอยู่ของประชาชน อาหาร สภาพจราจรบนท้องถนน อากาศ แฟชั่นการแต่งกาย ที่แสดงถึงความเป็นอิตาลี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมนต์เสน่ห์ ที่ได้สืบทอดกันมาเป็นช่วงๆ กลายเป็นประวัติศาสตร์ ที่มีความร่วมสมัยที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว 20 ปีที่ได้คลุกคลีกับงานศิลป์ มีโอกาสได้เล่นในรูปภาพ แต่ไม่เคยได้เห็นของจริง การไปอิตาลีครั้งนี้จึงมีคุณค่าต่อพวกเราอย่างมาก..."

"แต๊ก" ปิยะธิดา จำปาแท้ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาจิตรกรรม ตัวแทนของเพื่อนนักศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เล่าว่า

"...แต๊กชอบงานทางด้านจิตรกรรมมาตั้งแต่เด็ก ชอบวาดรูปธรรมชาติ ต่อมาก็เริ่มชอบรูปทรงต่างๆ ตอนนี้ทำโปรเจ็คท์จบการศึกษา ชื่อผลงาน 'แสงของธรรมชาติ' ความเสื่อมสลายของธรรมชาติรูปทรงเป็นศิลปะสมัยใหม่ ลักษณะเป็นชิ้นงานตัดทอนรูปทรง การได้ไปดูงานศิลปกรรมที่อิตาลี เป็นโครงการที่สร้างโอกาสให้อาจารย์และนักศึกษาได้นำความรู้และสิ่งที่ได้เห็นกลับมารังสรรค์ผลงาน ได้นำความรู้มาถ่ายทอดให้กับนักศึกษารุ่นใหม่ พวกเราต้องขอขอบคุณ ดร.ชุมพล พรประภา ได้กรุณาให้โอกาส ซึ่งเป็นโอกาสดีๆครั้งหนึ่งในชีวิต 8 วันที่ได้ใช้ชีวิตต่างแดน เข้าเยี่ยมชมตามสถานที่ต่างๆ เริ่มจากศิลปะที่โรม ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยเก่าที่สวยงามมาก ที่ฟลอเรนซ์ ศึกษาผลงานของศิลปินชั้นนำทั่วโลก ได้มีโอกาสเข้าชมงานอาร์ตแฟร์ 'งานเวนิซ เบียนนาเล่' งานที่แสดงผลงานที่ร่วมสมัยของโลกไว้มากที่สุด เวนิซเหมือนเป็นสวรรค์ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะของเมือง การใช้ชีวิตอยู่ที่อิตาลี ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นประสบการณ์นอกห้องเรียนที่เรียนรู้ได้อย่างอิสระจากสิ่งที่เราเห็นรอบๆตัวเรา เรื่องราวหลากหลายระหว่างทางให้ความรู้และประสบการณ์อย่างมากมาย ศิลปะอิตาลีโบราณ ตึกใหญ่สูง สถาปัตยกรรมบ้านเมืองแม้ดูเก่าแต่มีการบูรณะไว้อย่างดีตลอดเวลา เป็นมนต์เสน่ห์ที่น่าค้นหา และสร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปินไทยสร้างสรรค์ผลงานเด่นๆออกไปสู่ระดับสากล"