นวัตกรรมใหม่ในปี 2012

หญิงไทยไอที

ตอนที่กำลังปั่น "หญิงไทยไอที" ฉบับนี้อยู่ คือตอนที่ iPad เพิ่งออกรุ่นใหม่มาสดๆร้อนๆเลยครับ โดย iPad ที่ออกมาใหม่นี่ไม่ได้ถูกตั้งชื่อว่า iPad 3 อย่างที่หลายคนคาดเดาไว้ และเพราะเรื่องของชื่อ New iPad หรือ ไอแพดใหม่นี่เอง ที่ทำให้นักพยากรณ์เทคโนโลยีทั้งหลายต่างให้ความสนใจกันอย่างมากว่า New iPad มีอะไรเปลี่ยนไป ซึ่งเรื่องนี้ผมขอสรุปเป็นข้อๆ ให้คุณผู้อ่านที่สนใจได้พิจารณากันนะครับ เผื่อใครคิดจะไปถอยมาไว้ในปกครองซักเครื่องสองเครื่อง

1. รูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนเดิม เรียกว่าถ้าเราไม่ใช่สาวก iPad มืออาชีพแล้วละก็ แทบจะแยกกันไม่ออกเลยเชียว

2. ชิปประมวลผลจากเดิมของ iPad2 เป็นชิป A5 ของใหม่ก็กลายเป็น A5X

3. การแสดงผลมีความละเอียดมากขึ้น จากของเดิมที่เป็น 1,024 x 768 ก็เพิ่มเป็น 2,048 x 1,536 พิกเซล

4. กล้องวิดีโอก็เพิ่มจาก 720p มาเป็น 1080p ซึ่งทำให้ภาพมีความละเอียดมากขึ้น

5. สุดท้ายเรื่องที่ทำให้ใครต่อใครงงกันเป็นแถบคือน้ำหนักที่มากขึ้นอีกนิดหน่อยคือเพิ่มขึ้นประมาณ 50 กรัม หรือครึ่งขีด

ส่วนถ้าใครอยากเห็นของจริงก็อดใจรอนิดนึงนะครับ ข่าวแว่วๆว่าจะมาเมืองไทยปีนี้แน่นอน

นี่ยังมีอีกข่าวแว่ว แต่แหล่งไม่ยืนยันว่ามั่นใจมากน้อยเท่าไหร่ นั่นก็คือ iPad Mini ครับ เห็นเขาว่าจะมาปลายปีนี้อีกเช่นกัน

เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกว่าอะไรๆ ในโลกไอทีนี่มันเร็วเหลือเกิน จนคิดว่าถ้าใครคิดจะเกาะเทรนด์ไอที ควรมีเงินเป็นถังๆ ฝังเอาไว้ในสนามหญ้าหน้าบ้านด้วยนะครับ

ผมก็เล่าไปเรื่อยจนลืมเป้าหมายของชื่อตอนคราวนี้ไปซะสนิทเลย ตอนนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าในปี 2012 หรือถ้าเป็นปีไทยก็ 2555 นี้นักพยากรณ์ไอทีเขาคาดว่าจะมีเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ มาให้เราผ่านตากันบ้าง เผื่อคุณผู้อ่านสนใจจะได้เตรียมเก็บสตางค์เอาไว้ไปถอยเทคโนโลยีใหม่มาไว้ครอบครอง

1. โน้ตบุ๊คใหม่ ต้องบางและเบาแบบสุดสุด เขาว่ากันว่าเนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีไปได้ถึงระดับ "นาโน" แล้ว ถึงจะยังไม่ใช่นาโนแบบเต็มรูปแบบก็เถอะ แต่เพราะนวัตกรรมแบบนาโนนี่เองที่ทำให้บรรดาชิ้นส่วนต่างๆ ที่เขานำมาบรรจุเอาไว้ในโน้ตบุ๊คนั้นมีขนาดเล็กลงอย่างมาก เขาคาดกันว่าโน้ตบุ๊คแห่งอนาคต (ก็ปีนี้นี่นา จะเป็นอนาคตได้อย่างไร) จะมีความหนาประมาณ 2 เซนติเมตร (โอ้แม่เจ้า จะบางอะไรขนาดนั้น)

2. มือถือแบบพับได้ ถ้าบอกแบบนี้หลายคนก็คงเฉยๆ เพราะมือถือแบบพับได้นั้นมีมาตั้งนานแล้ว แต่ทั้งหมดเป็นการพับฝามาปิดปุ่ม หรือพับจอมาปิดปุ่มเท่านั้นเอง แต่มือถือแบบพับได้ที่ผมว่านี่คือพับหน้าจอครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมต้องอุทานเป็นภาษาอินเทอร์เน็ตว่า OMG ที่ย่อมาจาก Oh My God เพราะหน้าจอมือถือที่เราเห็นเป็นของแข็งๆ ปานกระจก หรือพลาสติกแข็งนั้น อนาคตอันใกล้ภายในปีนี้ก็จะสามารถพับๆ งอๆ ได้ ซึ่งเรื่องนี้ผมแอบดูวิธีการของเค้าแล้ว เขาใช้เทคโนโลยี OLED (Organic Light-Emotion Diode) ซึ่งเป็นเหมือนแผ่นเรืองแสง หรือหลอดไฟจิ๋วที่รวมตัวกันเป็นแผงและมีความยืดหยุ่นสูง และนี่เองคือสาเหตุที่ทำให้จอโทรศัพท์มือถือรุ่นต่อไปพับได้นั่นเอง

3. ดู TV-3D โดยไม่ต้องใช้แว่น นวัตกรรมอันนี้คงถูกใจวัยรุ่นหลายคนที่ชื่นชอบกับภาพยนตร์ 3D จนยอมเสียเงินไปซื้อตั๋วราคามหาโหดเข้าชมกัน แถมยังต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการสวมแว่นตาเพื่อให้สามารถดูภาพยนตร์ให้เป็น 3 มิติได้อีกด้วย ซึ่งเรื่องแบบนี้ถ้าเป็นคนที่สายตาปกติคงไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ใครที่ใส่แว่นจนติดตานี่สิ มันสร้างความลำบากที่ต้องสวมแว่นซ้อนแว่นเป็นอย่างมาก ไหนจะต้องดูหนังด้วยแว่น 3 มิติ ไหนจะต้องคอยประคองแว่นสายตาให้สามารถเห็นภาพได้ชัดๆ ซึ่งการสวมแว่นซ้อนแว่นเพื่อดูหนัง 3 มิตินี่ไม่ใช่เรื่องสนุกเลยซักนิด (ผมเองก็สวมแว่นครับ เวลาดูหนัง 3 มิติทีนี่ลำบากมาก)

4. ฮาร์ดไดร๊ฟขนาดใหญ่ขึ้น บอกแบบนี้เดี๋ยวจะคิดว่า เขาคิดจะพัฒนาฮาร์ดไดร๊ฟขนาดเท่ากระเป๋าเอกสารหรืออย่างไร ผมเลยต้องรีบบอกว่า ไม่ใช่ครับ ที่ว่าใหญ่ขึ้นคือมีความจุมากขึ้น จากเดิมที่เราเห็นว่ามีขนาดสูงสุดในท้องตลอดก็ 4TB (Terabyte) มาปี 2012 นี้เห็นนักพยากรณ์ไอทีเขาว่าน่าจะมีขนาดใหญ่ถึง 5TB แต่มีเรื่องที่ขอเตือนผู้ชื่นชอบฮาร์ดไดร๊ฟขนาดใหญ่หน่อยนะครับ คือฮาร์ดไดร๊ฟใหญ่ๆ ก็คู่ควรกับ Windows ใหญ่ๆ ด้วยเช่นกันเพราะ Windows ที่พอจะควบคุมฮาร์ดไดร๊ฟใหญ่ๆ ให้อยู่มือได้ก็เห็นมีแต่ Windows 7-64บิต เท่านั้นเองครับในตอนนี้

5. Windows 8 ถ้าผมจำไม่ผิด Windows 7 เพิ่งออกมาได้ไม่กี่ปีนี่เองนะครับ ตอนนี้ Windows 8 ก็เริ่มเปิดออกตัวซะแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านนี่เองครับ โดยตอนนี้เขาเปิดให้ดาวน์โหลดมาทดลองใช้กันฟรีๆ ก่อนที่ http://windows.microsoft.com/th-TH/windows-8/download หรือถ้าใครรู้สึกยุ่งยากกับการไปตามลิงค์ที่ผมให้ไว้ก็สามารถขอความช่วยเหลือจาก Google ได้ครับ เพียงเข้า Google แล้วหาด้วยคำว่า "Download Windows 8" แล้วเว็บของ Microsoft ก็จะปรากฏขึ้นมาให้เลือกดาวน์โหลดได้ตามต้องการเลย แต่มีเรื่องที่ต้องขอเตือนเอาไว้ก่อนนะครับ เนื่องจาก Windows 8 ตอนนี้ยังเป็นเวอร์ชั่น Preview อยู่ซึ่งก็หมายความว่าบางฟังก์ชั่นอาจจะดูได้อย่างเดียวแต่ใช้งานได้ไม่สมบูรณ์ แล้วอีกอย่างคืออย่าเผลอไปลงทับ Windows เดิมที่ติดตั้งไว้ในเครื่องที่เราใช้อยู่ก็แล้วกัน เพราะลงแล้วอาจย้อนกลับมาใช้ Windows เวอร์ชั่นเก่าของเราไม่ได้ ใครอยากเล่นให้ลองไปหาโปรแกรม VM Ware มาลงก่อนนะครับ

6. กล้องถ่ายวิดีโอ 3D เป็นเรื่องสุดท้าย คือกล้องที่ใช้ถ่ายภาพ 3D สมัยก่อนนั้นจะเป็นกล้องที่ใหญ่และราคาแพงจนชาตินี้คงไม่มีใครคิดอยากจะซื้อเอาไปถ่ายลูกๆ ที่บ้านอย่างแน่นอน ยกเว้นผู้กำกับฯกระเป๋าหนักอย่างคุณลุง James Cameron ที่ทำหนังเรื่อง Avatar ออกมาให้โลกฮือฮา เมื่อปี 2009 โดยหลักการพื้นฐานของกล้อง 3 มิติ ก็คือใช้เลนส์คู่ที่อยู่ในตำแหน่งของสายตาคน ซึ่งถ้าเป็นกล้องถ่ายหนังที่ฉายในโรงนั้นราคาสูงเกินเอื้อม ก็เลยมีบริษัทผลิตกล้องชื่อดังยี่ห้อหนึ่งย่อขนาดกล้องราคาแพงแสนแพงลงมาให้เหลือขนาดราคาที่คนธรรมดาพอเอื้อมถึง โดยหลักการก็ยังคงเดิมที่ใช้เลนส์คู่ เปลี่ยนไปแต่หน่วยประมวลผลที่ใช้ภาพจาก 2 เลนส์ มารวมกันให้กลายเป็นภาพเดียว แถมขนาดกล้องก็เล็กลงจนถือได้ในมือเดียวก็ไหว

และทั้งหมดนี่คือข่าวนวัตกรรมใหม่ที่ผมรวบรวมมาให้คุณผู้อ่านได้อ่านกันเล่นๆ เย็นๆใจกันนะครับ ส่วนถ้าใครคิดจะเตรียมช้อนซื้อแล้วละก็เตรียมตัวเก็บเงินกันตั้งแต่วันนี้ได้เลย เพราะกว่าสินค้าพวกนี้จะออกมาก็คงเก็บเงินได้เยอะจนซื้อได้ไม่ลำบากแล้วละครับ