ซิ่นตีนจก ลายผ้าโบราณบ้านผาทั่ง

สถานีศูนย์วัฒนธรรม
ช่างภาพ: 

หลายคนเมื่อพูดถึงจังหวัดอุทัยธานีอาจนึกไปถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก ทว่าในความเป็นจริงแล้วจังหวัดในเขตภาคกลางของประเทศแห่งนี้มิได้มีจุดเด่นด้านธรรมชาติเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังมีมรดกทางศิลปวัฒนธรรม "ผ้าซิ่นตีนจก" ที่ได้อิทธิพลมาจากชาวไทยลาว ในพื้นที่ชุมชนบ้านผาทั่ง อำเภอบ้านไร่ ถือเป็นผ้าทอลวดลายโบราณอายุยาวนานมากว่า ๓๐๐ ปี ที่มีเสน่ห์และสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นไม่เหมือนผ้าทอที่ใด

"คนเฒ่าคนแก่เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนบรรพบุรุษของดิฉันเป็นชาวลาวที่อาศัยอยู่ในป่าในเขา อยู่ติดชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยง และได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่บ้านผาทั่ง จนมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง กลายเป็นหมู่บ้านของชาวไทยเชื้อสายลาวดังเช่นปัจจุบัน"

ทองลี้ ภูริผล ผู้นำกลุ่มศูนย์ทอลายโบราณบ้านผาทั่งบอกเล่าถึงความเป็นมาของชุมชน โดยชาวลาวเวียงและลาวครั่งคือชาวลาวที่ถูกกวาดต้อนมาจากเมืองเวียงจันทน์ หลวงพระบาง และจำปาศักดิ์ ตั้งแต่สมัยธนบุรีจนถึงต้นสมัยรัตนโกสินทร์ หลังจากที่ฝ่ายไทยยกทัพไปตี ครอบครัวเชลยชาวลาวเวียงจันทน์จึงถูกกวาดต้อนเข้ามาที่ไทย

ส่วนการทอผ้าเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณที่นิยมทอผ้าไว้ใช้เอง โดยส่วนใหญ่จะเป็นผ้าฝ้ายซึ่งดูแลรักษาง่าย เริ่มตั้งแต่ชาวบ้านจะปลูกฝ้ายเอง แล้วนำมาผ่านกรรมวิธีต่างๆ จนกลายเป็นผืนผ้า ซึ่งผ้าทอที่ชาวลาวเวียง-ลาวครั่งนิยมทอกันคือ ผ้าซิ่นตีนจก ซึ่งมีสีสันสดใส ลวดลายประณีต ซึ่งนอกจากใช้สวมใส่กันแล้ว ยังได้นำผ้าทอนี้ไปประยุกต์เป็นของตกแต่งบ้าน หรือไว้ใช้ในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น พิธีแต่งงาน

โครงสร้างหลักของผ้าซิ่น ประกอบด้วย หัวซิ่น คือส่วนบนสุดของซิ่น ไม่นิยมทอลวดลาย ตัวซิ่น คือส่วนหลักของซิ่น มีการทอลวดลาย แต่ส่วนมากมักเป็นลวดลายที่กลมกลืนไม่เด่นสะดุดตา และ ตีนซิ่น คือส่วนล่างสุดของซิ่น นิยมทอลวดลายวิจิตรบรรจงเป็นพิเศษ ส่วนคำว่า ตีนจก หมายถึงกรรมวิธีการทอด้วยการจก แล้วนำไปเย็บต่อกับตัวซิ่น จนเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า "ซิ่นตีนจก"

"ความพิเศษของผ้าซิ่นตีนจกบ้านผาทั่ง คือ เราปลูกฝ้ายกันเอง นำมาอิ่ว ดีด ปั่น และเปีย ถ้าจะให้เหนียวต้องนำมาต้มน้ำข้าว แล้วย้อม ซึ่งกรรมวิธีการผลิตทั้งหมดทำด้วยมือทั้งสิ้น

ลวดลายที่ใช้ทอเป็นลายโบราณที่สืบทอดกันมา ทุกลายมีความหมาย เป็นเอกลักษณ์ เช่น 'ลายขอชื่อ' บอกถึงบ้านเมืองมีขื่อมีแป 'ลายขอกร่าง' บอกถึงเป็นใหญ่เป็นโตแล้วอย่ากร่างเด้อ ส่วน 'ลายขอใหญ่' บอกถึงการของบประมาณของหลวงให้ได้มาก 'ลายพญานาคว่ายน้ำ' บอกถึงพวกเราชาวลาวเวียง-ลาวครั่งนับถือพญานาค เวลาฝนฟ้าไม่ตก พวกเราก็ขอพญานาค ฝนฟ้าก็ตกดี และ 'ลายช่อฟ้า' เล่าถึง พญานาคอยากจะบวชพระเลยแปลงกายมาบวช แต่พระพุทธเจ้าจับได้ว่าไม่ใช่คน จึงไม่ให้บวช พญานาคเสียใจเลยขอสร้างช่อฟ้าไว้ที่โบสถ์ เวลาคนจะบวชจึงเรียกว่า นาค เพื่อเป็นการระลึกถึงพญานาค เป็นต้น ทุกลายจะถ่ายทอดเรื่องราวจากวิถีชีวิตและตำนานต่างๆ เพราะคนสมัยก่อนเวลาเห็นเก้งก็ทำเก้ง เห็นช้างก็ทำช้าง สร้างสรรค์ลวดลายจากธรรมชาติรอบตัว

ในขณะที่สีก็เป็นลักษณะเฉพาะของผ้าซิ่นตีนจก คือจะเป็นสีสดๆ แจ่มๆ ได้แก่ สีแดงครั่ง สีส้มหมากสุก สีเหลืองดอกคูณ สีเขียว และสีดำ โดยสีแดงจะใช้มากกว่าประมาณร้อยละ ๖๐ ของทั้งหมด ปัจจุบันจะเห็นว่ามีการใช้สีธรรมชาติเลยเรียบๆ เป็นเพราะความนิยม ชาวต่างชาติจะชอบสีที่ไม่ฉูดฉาด แต่ถ้าเป็นงานที่ผลิตเพื่อคนไทยก็จะยังคงเอกลักษณ์สีสดแบบเดิม"

นอกจากผ้าทอจะถูกใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มทั่วไปแล้ว ยังมีความสำคัญต่อพิธีวิวาห์ของชาวบ้านบ้านผาทั่งอีกด้วย

"สมัยที่ดิฉันเริ่มเป็นสาวรุ่น จำได้ว่าแม่จะกวดขันให้หัดทอผ้า เตรียมไว้สำหรับการออกเรือน ประเพณีการแต่งงานของเรา ฝ่ายเจ้าสาวจะเตรียมทอผ้าไว้ใช้ในพิธีต่างๆ เช่น ชุดเจ้าสาว หรือของใช้ในบ้าน เช่น ชุดเครื่องนอน ต้องเตรียมไว้เองเพื่อรับไหว้พ่อแม่เจ้าบ่าว เพราะเวลาผู้บ่าวมาสู่ขอ ทางผู้ใหญ่เขาจะเห็นชุดเครื่องนอน เห็นหมอน ถ้าสวยประณีต ทางฝ่ายชายจะเห็นว่าผู้หญิงคนนี้ทำงานเก่งนะ ทอผ้าเก่งนะ เป็นกุลสตรี เหมาะสมกับการเป็นแม่บ้านแม่เรือนได้ ผู้บ่าวที่มาสู่ขอก็จะไม่เกี่ยงราคา ชุดเครื่องนอนจึงถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของชาวลาวเวียง ลาวครั่ง ที่ใช้เวลาดูตัวฝ่ายหญิงว่าจะครองคู่กันตลอดรอดฝั่ง และทำหน้าที่แม่บ้านได้ดีหรือไม่"

จากผ้าฝ้ายทอมือที่เป็นกิจกรรมเล็กๆ ทำกันอยู่ภายในครัวเรือน ปัจจุบันได้เกิดการรวมกลุ่มของชาวบ้านขยับขยายจนกลายเป็น "ศูนย์ผ้าทอลายโบราณบ้านผาทั่ง" ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมผ้าทอผลงานของสมาชิกนำมาจัดจำหน่ายแก่ผู้ที่สนใจ

"การรวมกลุ่มเริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๘ แต่ที่นับกันอย่างเป็นทางการคือ เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๕ โดยเริ่มมาจากดิฉันได้รวบรวมกลุ่มสตรีเกษตรกรที่มีเวลาว่างจากการทำงานเกษตรมารวมตัวกันเป็นกลุ่มสตรีผ้าไหมไทยตามแนวพระราชดำริ ผลิตสิ่งทอจากวัสดุในประเทศ สร้างงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของบ้านผาทั่ง ปัจจุบันเราได้ผลิตสินค้าหลากหลายรูปแบบ อาทิ ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าลายจกฝ้าย ผ้าซิ่นตีนแดง ผ้าลายจกไหม หมอนสามเหลี่ยม ผ้าตุง ชุดเครื่องนอนก่อนวิวาห์ และเสื้อตัดสำเร็จรูป

สินค้าที่ขึ้นชื่อของกลุ่มเราคือ ชุดเครื่องนอนก่อนวิวาห์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง ของชุมชนบ้านผาทั่ง โดยใน ๑ ชุด จะประกอบด้วย หมอนขวานใหญ่ ผ้าคลุมเตียง ผ้าหน้ามุ้ง หมอนข้างเล็ก หมอนเหลี่ยมหนุนศีรษะ ซึ่งจะทอด้วยมือทั้งสิ้น และเป็นลวดลายพญานาคตามแบบโบราณตามที่นับถือพญานาคสืบกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งชุดเครื่องนอนก่อนวิวาห์นี้เองที่ทำให้กลุ่มเราได้รับรางวัลชนะเลิศระดับโลกจากองค์การยูเนสโก และรางวัลชนะเลิศการประกวด หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ พ.ศ.๒๕๔๖"

นอกจากอนุรักษ์การทอผ้าลายโบราณแล้ว ศูนย์ผ้าทอลายโบราณบ้านผาทั่งยังได้คิดสร้างสรรค์ลายผ้าแบบใหม่ๆ ไปพร้อมกันด้วย

"เราคิดออกแบบลายใหม่กันทุกปี ส่วนหนึ่งสำหรับการจำหน่ายเวลาออกงานแสดงสินค้า และส่วนหนึ่งเพื่อกระตุ้นยอดขาย ลูกค้าจะได้เห็นว่าเรามีสินค้าใหม่อยู่เสมอ ตอนนี้ที่ทำอยู่คือลายแพะ เพราะปีแพะ กับลายกระต่ายตามปีเกิดของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงลายสัตว์อื่นๆที่มีอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี"

เนื่องจากสมาชิกเกือบทั้งหมดมีอาชีพแม่บ้านคอยทำหน้าที่ดูแลครอบครัว ทองลี้ ภูริผล ผู้นำกลุ่มฯ จึงมีความภาคภูมิใจที่ได้ทำให้คนกลุ่มนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นสามารถช่วยเลี้ยงดูครอบครัวได้อีกทาง

"สมาชิกส่วนใหญ่คือกลุ่มแม่บ้าน ถ้าอายุยังน้อยจะทำเป็นอาชีพเสริม แต่ถ้าอายุมากจะทำเป็นอาชีพหลัก แม้ว่าแรงงานส่วนใหญ่จะเป็นคนอายุมากก็ตาม แต่ดิฉันก็ยินดีที่อย่างน้อยได้สร้างอาชีพ สร้างงานให้กับคนกลุ่มนี้ เวลาได้เห็นหลายๆ คนอยู่เย็นเป็นสุขกัน มีเงินใช้ มีรายได้ เราก็ดีใจนะ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเขา เพราะแม่บ้านสามารถทอผ้าที่บ้านแล้วส่งมาขาย เขาก็ไม่ต้องออกไปทำงานข้างนอก ได้อยู่ดูแลครอบครัวอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อยู่ใกล้สามีและลูก สามีออกไปทำงาน ภรรยาทอผ้าอยู่บ้าน พอครอบครัวกลับมาบ้านก็ได้กินข้าวปลาอาหารพร้อมหน้ากัน ลูกเต้าไม่เกเร ครอบครัวอบอุ่น ภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดิฉันพอใจเป็นที่สุด และยังได้สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอุทัยธานีด้วย"

ด้วยใจที่เล็งเห็นคุณค่า พร้อมสืบสานภูมิปัญญาของบรรพบุรุษทำให้วันนี้ชุมชนบ้านผาทั่ง กลายเป็นแหล่งผลิตและอนุรักษ์ผ้าฝ้ายทอมือและผ้าซิ่นตีนจกที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย

 

ข้อมูลอ้างอิง

http://www.thapra.lib.su.ac.th/objects/thesis/fulltext/thapra/Chavalit_N...

http://th.wikipedia.org/wiki/ซิ่น