มารู้จักเหล้าสาเกของญี่ปุ่นกันเถิด!

โน้ตบุ๊ค

ตามที่ 'บันนี่' เคยกล่าวไว้ว่าอาหารญี่ปุ่นต้องรับประทานคู่กับเหล้า "สาเก" ปักษ์นี้จึงได้นำเรื่องราวของเหล้าสาเกมาเล่าสู่กันฟัง

"สาเก" เป็นเหล้าประจำชาติของญี่ปุ่น เช่นเดียวกับประเทศต่างๆทั่วโลกที่มีเหล้าประจำชาติของตนเอง เหล้าสาเกสำหรับคนญี่ปุ่น ถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เขาจะใช้ดื่มกันในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นงานเฉลิมฉลอง งานมงคล ตลอดไปจนถึงงานศพ โดยสามารถดื่มคู่กับอาหารทุกประเภท รวมถึงปลาดิบ หรือซาซิมิอีกด้วย

การดื่มสาเกมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบเย็นและร้อน สาเกเย็น จะเสิร์ฟโดยการนำเหล้าสาเกเทใส่เหยือกใสๆขนาดเล็ก ที่เรียกว่า เหยือกคาราฟ (CaRaf) แล้วไปวางบนถังน้ำแข็ง เมื่อเย็นแล้ว จะรินลงไปใน "มาสุสาเก" ซึ่งเป็นภาชนะไม้ขนาดเล็กทรงสี่เหลี่ยม แล้วโรยเกลือไว้ที่มุมภาชนะ เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับสาเก ส่วนสาเกร้อน รสชาติจะนุ่นนวลกว่า และได้รับความนิยมมาก ก่อนเสิร์ฟ เขาจะนำสาเกใส่ในเหยือกคาราฟดินเผา แล้วนำไปแช่ในน้ำร้อนจนอุ่นดีแล้ว ยกมาเสิร์ฟ นิยมดื่มกันในฤดูหนาว

สาเกเป็นเครื่องดื่มที่ทำมาจากข้าวหมัก จึงเรียกว่า ไวน์ข้าว แต่สาเกไม่เหมือนไวน์ เนื่องจากมีกระบวนการผลิตเหมือนเบียร์ คือ ใช้วิธีการกลั่น ไม่ใช่การหมัก กระบวนการสำคัญของการผลิตสาเก คือ การบด นวด และกรองข้าว ซึ่งจะทำให้รสชาติของสาเกแตกต่างกัน สาเกส่วนใหญ่จะมีปริมาณแอลกอฮอล์ ประมาณ 18-20% แต่เมื่อบรรจุลงขวด จะเหลือเพียง 15%

สาเก แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก มี จุนไม ฮอนโจโซ คินโจ และไดคินโจ

จุนไม เป็นสาเกบริสุทธิ์ที่ไม่ได้ผสมน้ำตาลหรือแอลกอฮอล์อื่นเพิ่มเติม โดยใช้การนวดและขัดเนื้อเมล็ดข้าวออกเพียง 30% เพื่อให้รสชาติเข้มข้นและมีความฝาดเพิ่มขึ้นมากกว่าสาเกประเภทอื่น ด้วยรสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นไม่ฉุนมากนัก ทำให้จุนไมมักเสิร์ฟแบบร้อนที่อุณหภูมิ 38 องศา

ฮอนโจโซ มีลักษณะคล้ายจุนไม แต่แตกต่างตรงที่เพิ่มแอลกอฮอล์เพื่อให้มีความละมุนมากยิ่งขึ้น และมีรสสัมผัส เพิ่มขึ้นจากกระบวนการบดและขัดประมาณ 70% ควรเสิร์ฟอุ่นหรืออุณหภูมิห้อง

คินโจ เป็นสาเกที่ละมุนกว่าสองประเภทที่กล่าวมา มีรสชาติเพิ่มขึ้นจากเมล็ดข้าวที่ผ่านการบดและขัดมากกว่าเดิม โดยขัดกรองตัวเนื้อเมล็ดข้าวออกประมาณ 40% พร้อมเพิ่มยีสต์และหมักในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าปกติและเพิ่มเทคนิคพิเศษ ทำให้มีรสชาติที่เด่นชัดมากที่สุด เหมาะที่จะเสิร์ฟแบบเย็น แต่ต้องไม่เย็นจัด (ต่ำกว่า 10 องศา) ซึ่งอาจทำลายรสสัมผัสที่ละมุนของสาเกคินโจ

ไดคินโจ เป็นสาเกที่ขัดกรองเมล็ดข้าวมากกว่าสาเกคินโจ ประมาณ 50-65% ของเมล็ดข้าว ทำให้มีรสชาติและรสสัมผัสมากขึ้น

นอกจากนั้น การแบ่งสาเกยังสามารถแบ่งได้จากวิธีผลิต คือ นามาสาเก และนิโคริ

นามาสาเก เป็นสาเกที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ ดังนั้น ควรเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นตลอดเวลา สาเกประเภทนี้ ทานแล้วจะสดชื่น และมีรสสัมผัสดี ทั้งนี้ สาเกทั้ง 4 ประเภทข้างต้น สามารถเป็นนามาสาเกได้ หากไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ

นิโคริ เป็นสาเกที่ผลิตแบบกลั่นหยาบ ทำให้ภายในขวดสาเกยังคงมีข้าวเหลืออยู่บ้าง จึงทำให้มีสีขาวเหมือนเมฆ และยังมีฟองอากาศอยู่ภายในขวดอีกด้วย

เมื่อได้รู้จักและทราบถึงประเภทและกระบวนการผลิตของเหล้าสาเกแล้ว ต่อไปนี้ คุณผู้อ่านคงจะเลือกซื้อสาเกได้ง่ายขึ้นตามรสชาติที่ชอบ แต่เรื่องของ "สาเก" ยังไม่จบ เนื่องจากมีประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมาย 'บันนี่' ขอเก็บไว้แชร์ต่อในปักษ์หน้านะคะ!