ผ้ามัดหมี่ย้อมครามเมืองอุดร

เส้นไหมใยฝ้าย
ช่างภาพ: 

คุณผู้อ่านที่สะสมผ้าไหมสวยๆ คงคุ้นหูกับชื่อ "บ้านนาข่า"หมู่บ้านที่เป็นแหล่งขายผ้าไหม มีการทอผ้าขิด และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผ้าขิด เขตอำเภอเมือง ห่างจากตัวจังหวัดอุดรไปประมาณ 16กิโลเมตรกันดีนะคะ แต่ถ้าพูดถึงผ้าย้อมครามแล้ว แก้วกุดั่นมีแหล่งผ้าอีกแห่งที่อยากจะแนะนำค่ะ จากศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ใช้เส้นทางถนนสายดงยาง-บ้านแวง ราว30 กิโลเมตร ก็มาถึง "ศูนย์แสดงผลิตภัณฑ์ผ้ามัดหมี่ย้อมคราม" หมู่ที่ 15 ตำบลบ้านแดง อำเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นที่ทำการกลุ่มทอผ้า มีสมาชิกเริ่มจัดตั้ง 27 คน เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน2525 ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่ม เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 75 คนแล้วค่ะ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ที่ช่วยให้สมาชิกมีความเป็นอยู่ดีขึ้นคือหัตถกรรมสิ่งทอจากผ้าฝ้ายมัดหมี่ย้อมครามธรรมชาติ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญามาจากบรรพบุรุษหลายชั่วคน

ไพบูลย์ เชี่ยวชาญ ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดงยางพรพิบูลย์ เล่าให้ฟังว่า...ในปี 2541 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพิบูลย์รักษ์ และสำนักงานเกษตรอำเภอพิบูลย์รักษ์ ได้เข้ามาแนะนำในเรื่องการบริหารจัดการกลุ่ม จึงได้มีการระดมหุ้นเพื่อเป็นกองทุนในการบริหารจัดการกลุ่ม หุ้นละ 100บาท โดยดำเนินการทอผ้าที่ใต้ถุนบ้านตนเอง เนื่องจากยังไม่มีศูนย์รวม หรือที่ทำการเป็นของกลุ่ม แต่จะมีกรรมการฝ่ายผลิต และฝ่ายควบคุมคุณภาพ ออกติดตามและให้คำแนะนำตลอดเวลา เพื่อให้ได้ผ้าที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด และในปี 2542 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อเป็นทุนในการดำเนินงานอีก จำนวนหนึ่งแสนบาท ซึ่งในช่วงนี้เอง ทำให้สมาชิกกลุ่มทุกคนได้มีเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น การผลิตผ้าทอก็เพิ่มมากขึ้น จนทำให้ผ้าทอไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของ "ศูนย์แสดงผลิตภัณฑ์ผ้ามัดหมี่ย้อมคราม" นำไปจำหน่ายให้กับพ่อค้าชาวหนองคาย และที่ตลาดผ้าบ้านนาข่า

ขั้นตอนการทำผ้ามัดหมี่ย้อมคราม ขั้นแรกต้องนำด้าย (ฝ้ายซึ่งต่อไปเรียกว่าหมี่) เป็นหลอดใหญ่ มาทำการใส่อุปกรณ์ที่เรียกว่า โฮงหมี่ เพื่อจัดระเบียบด้าย วิธีมัดหมี่ นำด้ายที่ใส่โฮงค้นหมี่ มาใส่โฮงมัดหมี่ เพื่อทำลวดลายลงบนผ้า ทำการมัดหมี่โดยนำดินสอ ปากกา มาขีดลายบนหมี่ ที่ใส่โฮงมัดหมี่ โดยขีดเป็นลายตามต้องการ แล้วทำการมัดหมี่โดยใช้เชือกฟาง มัดลายหมี่ มัดให้แน่นหลายๆ รอบในส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสีครามมัดไว้ด้วยเชือกฟาง ส่วนที่ปล่อยว่างต้องการให้ติดสีย้อมคราม ดังนั้น หมี่ที่ย้อมครามแล้วจะเป็นลายสีน้ำเงินสลับขาว หากจะเติมสีโดยใช้สีเคมีแต้มที่ลายขาว ผ้าก็จะออกมามีสีที่สวยงาม (กลุ่มฯได้มีการพัฒนาลายผ้า ให้หลากหลาย โดยได้ทำตัวอย่างลายผ้าไว้ให้เลือกกว่า50 ลาย ) ทั้งผ้าสี และผ้าพื้นน้ำเงิน-ขาว ซึ่งเรียกว่า ผ้าขาว-ดำ จากนั้นนำด้ายที่มัดหมี่ มาย้อมคราม โดยนำหัวหมี่ที่มัดแล้ว มาแช่ในน้ำสะอาด บิดหมาดๆ แล้วนำไปแช่ในหม้อคราม ใช้มือขยี้นวดให้น้ำคราม "กิน" หัวหมี่จนทั่ว ควรย้อมเช้า เย็น ไปเรื่อยๆจนกว่าหัวหมี่จะสีสวย (ประมาณ5-6ครั้ง) แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง นำหัวหมี่ไปล้างให้สะอาดจนน้ำไม่มีสี แล้วผึ่งแดดอีกครั้งจนแห้งสนิท

จากนั้นจะได้หมี่ (เส้นด้าย) ที่มีสีน้ำเงิน ส่วนที่เชือกฟางมัดอยู่ นำมีดมากรีดเชือกฟางออก ตรงที่มัดเชือกฟางจะเห็นลายหมี่เป็นสีขาว ถ้านำไปทอจะได้ผ้าเป็นสีน้ำเงินสลับลวดลายสีขาว นำด้ายมาปั่นหลอด โดยใช้กง สำหรับถ่างเส้นด้าย และใช้หลา สำหรับปั่นหลอดด้าย จากนั้นนำไปทอโดยการใช้กี่สำหรับทอผ้า ขึงด้ายเครือหูก (ทางยาว) เข้าใส่ฟืม เพื่อจะได้นำหลอดด้ายใส่ลงกระสวย แล้วสอด้าย (ทางขวาง) จากนั้นเริ่มการทอจากด้ายเส้นแรกทางขวางไปเรื่อยๆ จะได้ผ้าเป็นผืน ที่มีลวดลายสวยงาม...ไปเที่ยวอุดรครั้งใด ช่วยกันสนับสนุนหมี่ย้อมครามเมืองอุดรกันบ้างนะคะ