วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์ กวีเอกผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล

โน้ตบุ๊ค

สำหรับนักอ่านและผู้ชื่นชอบการละครและกวีนิพนธ์อมตะ ไม่มีใครไม่รู้จัก "โรมีโอกับจูเลียต" บทละครโศกนาฏกรรมสุดแสนโรแมนติค แสดงถึงรักแท้ที่ยิ่งใหญ่ของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ซึ่งเป็นผลงานเด่นของกวีเอกชื่อดังก้องโลกชาวอังกฤษ นาม "วิลเลี่ยมเช็คสเปียร์"

"บันนี่" เป็นคนหนึ่งที่หลงรักและชื่นชมกวีนิพนธ์ของ วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์ ตั้งแต่เริ่มเป็นวัยรุ่น หลงใหลในตำราเรียนเรื่อง "เวนิซ วานิช" และบทละครเรื่อง "โรมีโอกับจูเลียต" ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงแปลและนิพนธ์ด้วยกาพย์ยานี 11 และพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2465 แล้วประทับใจมากขึ้นทวีคูณ เมื่อได้ชมภาพยนตร์เรื่อง "โรมีโอกับจูเลียต" ที่ถูกถ่ายทอดสู่โลกของแผ่นฟิล์มใน ปี 1968

ปักษ์นี้ "บันนี่" จึงขอแบ่งเป็นความชื่นชอบกวีผู้แสนโรแมนติคคนนี้ให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ ทั้งผู้เขียนและผู้อ่านเนื่องจากเป็นวันสำคัญ ซึ่งเป็นทั้งวันเกิดและวันเสียชีวิตของ วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์ ในเดือนเมษายนนี้

วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์ (William Shakespeare) เป็นชาวอังกฤษ เกิดที่เมืองสแตรตฟอร์ด อัพพอน เอวอน (Stratford Upon-Avon) เมืองที่ตั้งอยู่บนฝั่งลำน้ำเอวอน แคว้นวาร์ริคเชียร์ (Warwickshire) ในเดือนเมษายน ค.ศ.1564 ได้เข้าพิธีรับศีลที่โบสถ์ไฮทริบิตี้ เมื่อวันที่ 26 เมษายน เนื่องจากไม่มีบันทึกอย่างเป็นทางการ นักวิชาการจึงอนุมานให้วันที่ 23 เมษายน เป็นวันเกิดเพื่อให้พ้องกับวันเสียชีวิตของเขาคือวันที่ 23 เมษายน ค.ศ.1616 ในรัชสมัยของพระนางเจ้าเอลิซาเบธและพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ

วิลเลี่ยม เชคเปียร์ เป็นบุตรคนที่ 3 ในบรรดาบุตร 8 คน ของ จอห์น และ แมรี่ ฮาร์เดน เช็คสเปียร์ พ่อค้าถุงมือและขนสัตว์ มีฐานะดี ภายหลังมีตำแหน่งทางการเทียบเท่านายกเทศมนตรีของเมือง เช็คสเปียร์เข้าเรียนเมื่ออายุ 7 ขวบ ที่โรงเรียนสแตรตฟอร์ด แกรมมาร์ สกูล ได้รับการอบรมสั่งสอนในเรื่องระเบียบวินัยอันเข้มงวด ได้ศึกษาภาษาละติน ที่ทำให้เขามีโอกาสได้ศึกษางานสำคัญๆของนักคิด นักเขียน และนักปรัชญาโรมัน ซึ่งเป็นพื้นฐานอย่างดีสำหรับงานเขียนของเขา

เมื่ออายุ 18 ปี เช็คสเปียร์แต่งงานกับ แอนน์ ฮาธาเวย์ หญิงสาววัย 26 ปี เป็นการแต่งงานที่ฉุกละหุก
เพราะแอนน์ตั้งท้องได้ 3 เดือนแล้วในขณะนั้น ทั้งสองมีบุตรด้วยกัน 3 คน บุตรสาวคนแรกซูซานนา ต่อมามีบุตรชายและบุตรสาวฝาแฝด แฮมเน็ตและจูดิธ สองสามปีต่อมาเช็คสเปียร์ได้จากบ้านที่สแตรดฟอร์ดไปยังลอนดอน มีการสันนิษฐานว่าเขาหนีเพราะกลัวต้องโทษที่ไปขโมยล่ากวางและกระต่ายในสวนของ เซอร์โธมัส ลูซี่ บ้างก็ว่าไปเพื่อสร้างฐานะของตนเอง แรกย้ายไปอยู่ลอนดอน เช็คสเปียร์ไปรับจ้างดูแลม้าให้ผู้ชมละคร The Theatre หรือ The Curtain ต่อมาเจ้าของโรงละครเห็นแววทางการแสดง จึงชักชวนให้ไปร่วมเล่นละครด้วย

ในปี 1593-1594 เช็คสเปียร์เริ่มเขียนบทละครและบทกวีขนาดยาว ชื่อ Venus Adonis และ The Rape of Lucrece อุทิศให้เอิร์ลแห่งเซาท์แฮมตัน และเข้าร่วมก่อตั้งคณะละคร Lord Chamber Lain's Men เป็นทั้งผู้เขียนบทละครและนักแสดงในปี 1599 ได้ย้ายคณะละครมาแสดงประจำอยู่ที่โรงละคร Globe Theatre ประสบความสำเร็จจนได้รับให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ในปี 1603 และเปลี่ยนชื่อเป็น The Kino's Men

บทประพันธ์ของ วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์ แสดงออกถึงความเข้าใจในธรรมชาติมนุษย์ เป็นแนวความคิดและอารมณ์ การดิ้นรนต่อสู้ของมนุษย์ทุกประเภท ตั้งแต่กษัตริย์ นักรบ โจร คนโง่ นักฆ่า และเรื่องของความรัก เขาได้แสดงให้เห็นถึงความรู้อันเชี่ยวชาญในหลายแขนงวิชา เช่น ดนตรี กฎหมาย การทหาร การเมือง และคัมภีร์ไบเบิ้ล

ผลงานของเขาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่เรื่องเศร้า เรื่องตลกขบขัน และประวัติศาสตร์ ปัจจุบันนิยมแยกเรื่องตลกขบขันออกเป็นหมวดย่อย ได้แก่ โรมานซ์ (Romances) หรือเรื่องตลกเศร้า (Tragicomedies) งานเขียนของเช็คสเปียร์ที่หลงเหลืออยู่ถึงปัจจุบัน ประกอบด้วยบทละคร 38 เรื่อง กวีนิพนธ์แบบซอนเน็ต 154 เรื่อง กวีนิพนธ์แบบยาว 2 เรื่อง และบทกวีแบบอื่นๆอีกหลายชุด

บทละครที่โด่งดังนำมาจัดแสดงเป็นละครและภาพยนตร์มีหลายเรื่อง อาทิ โรมีโอกับจูเลียต จูเลียส ซีซาร์ แมคเบธ แฮมเล็ต โอเธลโล แอนโทนี่ และคลีโอพัตรา A Midsummer Nights Dream, Twelith Night of What You Will และเวนิซวานิช

ความสำเร็จในอาชีพส่งผลให้เช็คสเปียร์สามารถซื้อบ้านหลังใหญ่ในสแตรตฟอร์ดและย้ายกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองเกิดจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ.1616 สิริอายุได้ 52 ปี เขาทำพินัยกรรมยกมรดกส่วนใหญ่ให้ลูกชายและลูกสาวทั้งสอง และเงินจำนวนหนึ่งให้หุ้นส่วนผู้ร่วมอาชีพ สำหรับภรรยาคู่ชีวิต เช็คสเปียร์ได้ยกเพียงเตียงนอนสำรอง (Second-Best Bed) ให้ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครเข้าใจปริศนาเตียงนอนตัวนี้ แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเกือบ 400 ปีแล้วก็ตาม

วรรณกรรมของเช็คสเปียร์ยังคงทรงอิทธิพลและเป็นแรงบันดาลใจต่อกวีในยุคหลังอย่างมาก สำหรับ "บันนี่" แล้ว เช็คสเปียร์เป็นกวีผู้ยิ่งใหญ่อมตะนิรันดร์กาลตัวจริง จึงขอจบด้วยการระลึกถึงยอดกวีชาวอังกฤษผู้นี้ด้วยปรัชญาเกี่ยวกับความรักบางบทบางตอนของเขาดังนี้

- หากไม่รักตัวเองแล้วไซร้...ไฉนเลยจะรักใครอื่นได้

- รักแท้อาจไม่เป็นดั่งเส้นทางที่ราบเรียบ

- จุมพิตเป็นบทกวีของชีวิตรัก

- ค่ำคืนแห่งรักยังมีอาทิตย์เที่ยงวัน

- หากบอกว่ารักไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล...ถ้าเช่นนั้นแค้นก็ไม่จำเป็นต้องมีสาเหตุ

- ความเศร้าเป็นประจักษ์พยานของความรัก ทว่าความเศร้าที่ลึกล้ำเกินไปอาจเป็นพยานที่ไร้สติ

 

วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์

บ้านเกิดของเช็คสเปียร์

สวนหลังบ้านเกิด

อนุสาวรีย์ วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์

โรงละครรอยัลเช็คสเปียร์

โรมีโอ จูเลียต ยุคโบราณ

ภาพยนตร์เรื่องโรมีโอกับจูเลียต ใน ค.ศ.1968 ที่โด่งดังกินใจผู้ชมไปทั้งโลก