กราบสองพระธาตุ (คู่) เคียงฟ้า ณ ดอยอินทนนท์

ทั่วแคว้นแดนไทย
ช่างภาพ: 

สัมผัสน้ำค้างแข็ง แย่งกันซื้อของตลาดแม้ว ไม่รู้เป็นไรสิน่า เมื่อถึงฤดูหนาวครั้งใด ผู้เขียนก็จะนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในภาคเหนือ อยากไปรับลมหนาวเคล้าสายหมอก ที่ไม่เคยได้พานพบในเมืองหลวง

หนาวนี้ผู้เขียนมีโอกาสไปทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงขึ้นไปสัมผัสความหนาวเย็นบนยอดดอยอินทนนท์ ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ประมาณ 482.4 ตารางกิโลเมตร หรือ 301,500 ไร่ ประกอบไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย พาดผ่านจากประเทศเนปาล ภูฐาน พม่า เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย สูงจากระดับน้ำทะเล 2,565 เมตร สภาพภูมิประเทศทั่วไปประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อน ยอดเขาที่มีระดับสูงรองลงมา คือ ดอยหัวมดหลวง สูงจากระดับน้ำทะเล 2,330 เมตร ป่าอินทนนท์นี้เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำแม่กลาง แม่ป่าก่อ แม่ปอน แม่หอย แม่ยะ แม่แจ่ม แม่ขาน และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำแม่ปิงที่ ให้พลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกต่างๆ โดยเฉพาะน้ำตกแม่ยะ ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของประเทศ

ดอยอินทนนท์ เดิมมีชื่อว่า "ดอยหลวง" หมายถึง ภูเขาที่มีขนาดใหญ่ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "ดอยอ่างกา" จากเรื่องเล่าที่กล่าวว่า มีฝูงกาจำนวนมากชอบไปเล่นน้ำ ที่หนองน้ำที่มีลักษณะเหมือนอ่างน้ำ ซึ่งห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก300 เมตร จึงเรียกว่า อ่างกา ต่อมาจึงรวมเรียกว่า "ดอยหลวงอ่างกา" และได้เปลี่ยนชื่อเป็นดอยอินทนนท์ ตามพระนามของ พระเจ้าอินทวิชยนนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7

ณ จุดสูงสุดบนยอดดอยอินทนนท์เป็นที่ตั้งสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทย นักท่องเที่ยวควรเตรียมเสื้อผ้าป้องกันความหนาวก่อนขึ้นมาบนยอดดอยอินทนนท์ และตรวจสภาพรถก่อนขึ้นเพราะช่วงสุดท้ายมีสภาพถนนค่อนข้างชัน เมื่อขึ้นมาถึงบริเวณจุดสูงสุดบนยอดดอยอินทนนท์แล้ว เราเข้าไปยังพระสถูปของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์ทิพยจักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน) ผู้เป็นที่มาของชื่อดอยอินทนนท์แห่งนี้ ภายหลังพิราลัยพระบรมอัฐิส่วนหนึ่งอัญเชิญประดิษฐาน ณ พระสถูป ในกู่เจ้านายฝ่ายเหนือ วัดสวนดอกวรมหาวิหารและอีกส่วนหนึ่งอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระสถูปยอดดอยอินทนนท์ อันเป็นสถานที่ซึ่งพระองค์ทรงรักและหวงแหนที่สุด ไหว้สถูปแล้ว ก็ไม่พลาดโพสท่าสวยๆกับแผ่นป้ายสูงสุดในแดนสยาม ซึ่งมีมวลมหาชนยืนรอคิวถ่ายภาพกันอยู่อย่างเนืองแน่น จากนั้นเดินตามเส้นทางที่จัดไว้ไปชม "หมุดหลักฐานจุดสูงสุดแดนสยาม" แล้วไปชมอาคารจัดแสดงนิทรรศการเล็กๆใกล้กับบริเวณร้านค้าและห้องน้ำ จัดแสดงข้อมูลที่น่าสนใจของดอยอินทนนท์ ให้ความรู้เกี่ยวกับป่าเมฆ ทุ่งดอกไม้เมืองหนาว ป่าพรุเขตอบอุ่น สถานที่สำคัญในดอยอินทนนท์ และนกพันธุ์หายากต่างๆที่พบเห็นได้ในดินแดนแห่งนี้

หลังจากเขียนโปสการ์ดส่งกลับบ้านแล้ว เราก็เดินเล่นไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา อยู่ใกล้ๆกับดอยอินทนนท์เพียงเดินข้ามถนนมาอีกฝั่ง เราพบทางลงเล็กๆเป็นสะพานไม้ยาวประมาณ 360 เมตร วางเส้นทางเลี้ยวลัดเลาะไปตามผืนป่าที่ถูกปกคลุมไปด้วยมอสอย่างหนาแน่น ราวกับป่าดึกดำบรรพ์ ความมหัศจรรย์ตลอดทางเดินคือต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีอายุนับร้อยปียืนต้นสลับกับซากไม้ป่าหลากหลายพันธุ์ที่ถูกพืชพันธุ์มอส "ข้าวตอกฤาษี" ที่พบเห็นได้ยาก ห่มคลุมซากไม้และแผ่กระจายไปทั่วผืนป่า มอสวงศ์นี้พบได้ที่ระดับความสูงตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไป ชอบขึ้นในที่ชื้นและในแอ่งนํ้า และมีคุณสมบัติพิเศษคือ ทำให้น้ำและดินมีสภาพเป็นกรด ดังนั้น ต้นส่วนล่างที่ตายไปแล้วจึงสลายตัวช้า ใบของมอสชนิดนี้ยังมีลักษณะคล้ายฟองนํ้า ทำให้ซึมซับน้ำได้ดี จึงมีความสำคัญในธรรมชาติโดยเป็นแหล่งรักษาความชุ่มชื้นของป่า นอกจากนี้ยังมี "ต้นกุหลาบพันปี" ดอกสีแดงพบขึ้นอยู่บนดอยอินทนนท์แห่งเดียวเท่านั้น มักออกดอกใน ช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ทุกปี สร้างสีสันให้กับผืนป่ากว้างได้อย่างงดงาม

เราเดินชมธรรมชาติท่ามกลางความเย็นยะเยือกไปจนถึง "ศาลเจ้ากรมเกียรติ" ซึ่งสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์แด่ พลอากาศเอก เกียรติ มังคละพฤกษ์ หัวหน้าคณะสำรวจพื้นที่ตั้งศูนย์ควบคุมและรายงานดอยอินทนนท์ ซึ่งถึงแก่อนิจกรรม พร้อมนายนิพนธ์ บุญทรารมณ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เมื่อ43ปีก่อน ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2514ทั้งสองท่านได้นั่งเฮลิคอปเตอร์เพื่อสำรวจที่ตั้งศูนย์ควบคุมและรายงานดอยอินทนนท์ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้วไม่นานนัก จู่ ๆเครื่องยนต์มีปัญหาเกิดอุบัติเหตุขึ้นกลางอากาศ ทำให้เฮลิคอปเตอร์ตกลงมายังบริเวณที่ตั้งศาลในปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ตั้งอยู่บนกม.ที่ 42ด้านซ้ายมือ เป็นเส้นทางเดินชมธรรมชาติระยะทาง 2.5 กม. เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติโดยแท้จริง ก่อนเดินควรติดต่อขออนุญาต จากที่ทำการอุทยานฯ เพื่อป้องกันอันตรายและรักษาธรรมชาติให้คงอยู่ตลอดไป สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เป็นสถานีวิจัยพืชเมืองหนาวอีกแห่งหนึ่งของโครงการหลวง ตั้งอยู่ในบริเวณดอยอินทนนท์ เป็นแหล่งวิจัย รวบรวมพันธุ์พืช และผลิตไม้ดอก ไม้ประดับเมืองหนาวนานาชนิด อีกทั้งยังมีพืชผักสมุนไพร และไม้ผลขนาดเล็ก ซึ่งจัดจำหน่ายภายใต้ตราดอยคำ รวมทั้งเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาเทร้าต์สายรุ้ง ก่อนกลับเราแวะช็อปปิ้งกันอย่างสนุกสนาน ที่ "ตลาดม้ง" มีพืชผัก ผลไม้เมืองหนาววางขายในราคาย่อมเยา อาทิ องุ่นไร้เมล็ดรสหวานจัด สตรอว์เบอร์รี่สดใหม่หวานกรอบ ลูกพลับ และผักสดต่างๆ

ด้วยความหนาวเย็นจุดต่ำสุดไปจนถึงขั้นติดลบ ทุกๆเช้าน้ำค้างบนยอดดอยอินทนนท์จึงกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง เรียกกันว่าแม่คะนิ้งหรือเหมยขาบ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมกันอย่างมากมาย อย่างไรก็ตามควรระมัดระวังเรื่องการขับขี่ เพราะมีบางช่วงหมอกลงหนา ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง

การเดินทางโดยทางรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) ผ่านอำเภอหางดงและอำเภอสันป่าตอง ไปยังอำเภอจอมทอง ก่อนถึงอำเภอจอมทอง ประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามทางหลวงจังหวัด หมายเลข 1009 (จอมทอง-ดอยอินทนนท์) ผ่านด่านอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์สองครั้ง (ต้องเสียค่าผ่านทาง ตรงด่านตรวจ และจำหน่ายบัตรค่าธรรมเนียมบริเวณหลัก กม.ที่ 8) ขับต่อไปอีกประมาณ 48 กิโลเมตร ก็ถึงจุดจอดรถบริเวณสถานีเรดาห์ เส้นทางเป็นถนนลาดยางอย่างดี แต่ค่อนข้างสูงชัน รถยนต์ธรรมดาสภาพดี สามารถขึ้นได้ (ควรจะเป็นรถยนต์เครื่อง 1,500 cc. ขึ้นไป) แต่ผู้ขับต้องมีความชำนาญในการขับรถ ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว สามารถเช่ารถสองแถวที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง ในอำเภอจอมทองได้ ทางอุทยานฯ มีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยว สนใจติดต่อจองล่วงหน้าที่ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2579-5734 0-2579-7223 ค่ะ

โปรดติดตามฉบับหน้า