Tooney Museum ของ สมพร โพธิ์อยู่

นัดพบ

ในเชิงจิตวิทยาพัฒนาการของเด็กคือการเล่น การเล่นทำให้เด็กเกิดจินตนาการ แต่สำหรับผู้ใหญ่ คุณสมพร โพธิ์อยู่ เจ้าของ Tooney Museum ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากซอย 8 ถนนศรีสมาน นนทบุรี บอกว่าภาพที่เห็นเวลามีผู้สูงอายุเข้ามาชมมาสัมผัสของเล่นนับแสนชิ้นที่เขาสะสมไว้ คือการย้อนวัยไปสู่ความทรงจำแห่งความสุขในวัยเด็ก และสร้างความกระชุ่มกระชวยมีชีวิตชีวาให้กับเวลาปัจจุบัน

อยากทราบว่า คุณสมพรมีแนวคิดอย่างไรในการการเปิดพิพิธภัณฑ์ของเล่น Tooney Museum

จุดเริ่มต้นคือที่ครอบครัวมีลูก 3 คน เราจะชอบของเล่นช่วงแรกๆ เราก็ซื้อของเล่นให้ลูกนะ ลูกงอแงก็ซื้อของเล่นให้เขา เรารู้สึกว่าเออของเล่นมันก็มีประโยชน์นะ เพราะเด็กเขาได้รับแล้วมีความสุข ตอนหลังเราซื้อแล้วก็สอนเขาให้เก็บด้วย พอเก็บเสร็จแล้วปุ๊บเราก็เริ่มใช้ของเล่นเป็นสื่อกลางระหว่างเรากับลูก เราก็เลยว่าเออของเล่นเป็นสิ่งจำเป็นในบ้าน เพราะฉะนั้นนอกจากเรามีห้องครัว มีห้องนอน ห้องน้ำแล้วเราต้องมีห้องของเล่นด้วย เป็นกิจกรรมร่วมกัน ถ้าเราจะไปชวนเด็กคุยเรื่องการเมืองมันก็คนละวัยกัน แต่ถ้าลองคุยเรื่องของเล่นคุยกันได้ทั้งวันเลย เราก็เลยคิดว่าเออของเล่นนี่มันเป็นตัวแทนแห่งความสุข แล้วก็เป็นตัวที่สร้างจินตนาการให้กับเด็กนะ เพราะในทางจิตวิทยาพัฒนาการของเด็กคือการเล่น ผู้ใหญ่ทำงาน เด็กก็ต้องเล่น ถ้าเด็กไม่เล่น ไม่ซนผมว่าเด็กคนนั้นผิดปกติ

สาเหตุอีกประการหนึ่งที่ผมเริ่มเก็บคือ มาช่วงหลังๆ ของเล่นได้ถูกพัฒนาให้สวยงามมากยิ่งขึ้น กระทั่งกลายเป็นงานศิลปะ เด็กได้จินตนาการตามมากยิ่งขึ้น ส่วนพ่อแม่ก็ได้เสพงานศิลป์ไปด้วย ของเล่นนำมาซึ่งความสุขนะครับ ไม่เชื่อคุณลองดูซิเวลาเด็กคนไหนป่วย แล้วเราซื้อของเล่นไปฝากเขาจะสดชื่นขึ้นมาทันที เพราะของเล่นกับเด็กเป็นของคู่กัน

ใช้เวลาเก็บสะสมอยู่นานมั้ยคะ

จำได้ว่าเริ่มต้นอย่างจริงจังตรงกับช่วงฟองสบู่แตก 20 กว่าปีแล้วครับ เพราะช่วงนั้นคนจะพากันมาเปิดท้ายขายของกันเยอะมาก มีของแปลกๆที่เจ้าของสะสมไว้ออกมาขาย บางคนก็นำของเล่นที่ลูกไม่เล่นแล้วและกลายเป็นของรกบ้านก็ถูกนำออกมาเปิดท้ายขายเช่นกัน ผมได้ของแปลกๆจากช่วงนั้นมาเก็บไว้หลายชิ้น

กอปรกับบ้านเราทั้ง 5 คน ต่างก็ชอบของเล่น แต่ชอบในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ภรรยาผมจะชอบพวกสายดิสนี่ย์ ทุกวันนี้เขาอายุจะ 50 แล้ว 49 นะ ก็ยังเล่นของเล่นอยู่ แต่ลูกชายคนเล็กเขาก็ชอบพวกหุ่นกันดั้ม ยานอวกาศอะไร ลูกชายคนรองจะชอบพวกตุ๊กตาญี่ปุ่น One Piece อะไรพวกนั้น เขาก็จะชอบ เขาก็จะสะสมของเขา ส่วนผมก็จะชอบพวกเครื่องยนต์กลไก พวกโค้กหรือพวกโมเดลรถอะไรพวกนี้

ทุกวันเขาก็ยังแอบมาเล่น แล้วก็เอาตัวใหม่มาแทน แต่ตอนหลังพอเราทำเป็น museum เขาก็ไม่หวง แต่รู้สึกภูมิใจที่เราเอาของเล่นของเขามาโชว์แล้วทำให้คนอื่นมีความสุข ถึงแม้จะออกไปในเชิงธุรกิจ แต่ก็เป็นธุรกิจที่ทำให้คนอื่นมีความสุข และก็มิได้ทำเงินมากมายอะไร เราก็อาศัยแค่ให้เลี้ยงตัวได้ ถ้าผมเอาที่ดินตรงนี้ไปสร้างคอนโดฯ หรือทำประโยชน์อย่างอื่น ผมเชื่อว่ามีมูลค่าสูงกว่านี้อีกมากมาย

และจุดประสงค์หลักของผมจึงไม่ใช่เงินทอง แต่ museum ของเราขาย concept ข้อที่ว่าย้อนวัย คุณต้องย้อนวัย ถ้าคุณไม่ย้อนวัยคุณจะมีแต่ความทุกข์ โดยธรรมชาติทางจิตวิทยาจะบอกทุกคนแหละว่า คนเราถ้ามีความทุกข์เมื่อไหร่มันจะต้องย้อนวัย คิดถึงบ้านนอก คิดถึงแม่ คิดถึงอะไรต่างๆในวัยเด็กเพื่อไปเรียกความเชื่อมั่น กลับมาที่ museum ก็เหมือนกัน เราอยากให้ผู้ใหญ่มาดู เพราะพอดูปุ๊บเขาจะย้อนวัยแล้วเขาจะมีความสุข แค่สักชั่วโมงก็ยังดี มันก็ลืมอย่างอื่นไปแล้วใช่ไหม สมองมันจะโล่ง อย่างเราเห็นของเล่นชิ้นหนึ่งเราจะนึกว่าเราเคยมีนะแล้วมันไปไหน เราเคยซื้อมาจากที่ไหน เพราะชีวิตวัยเด็กส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีความทุกข์

เมื่อไม่กี่วันมานี้มีอาม่าคนนึงลูกพานั่งรถเข็นมา ผมเห็นแกดูโน่นดูนี่แล้วยิ้มได้ทั้งวัน แกอยู่นานมาก จนกระทั่งบอกให้ลูกหลานไปทำธุระที่อื่นก่อนแล้วค่อยมารับกลับ แกดูตุ๊กตาบาร์บี้แกก็ยิ้ม ผมเดาเอาว่าแกคงเคยเล่น และระหว่างที่ดูนั้นคงจะนึกถึงความทรงจำเก่าๆ

ตอนที่ตัดสินใจว่าจะนำของเล่นทั้งหมดที่สะสมไว้มาเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ครอบครัวว่าอย่างไรบ้างคะ

ก็เห็นพ้องด้วย เพราะที่ดินตรงบริเวณนี้เป็นของเรา โดยเฉพาะภรรยาเขามีความสุขมากที่มีคนอื่นมาชื่นชม ซึ่งเป็นธรรมชาติของนักสะสมที่ มักจะเป็นแบบนี้คืออยากให้คนมาดู จริงๆที่เรากังวลคือว่า เอ๊ะ เราจะหาเงินที่ไหนมา support museum มากกว่า แต่เราไม่กลัวว่าของโชว์จะมีคนมาดูแล้วมันทำให้เสียหายอันนั้นไม่กลัวนะ

จากการที่ได้เดินเข้าไปชมของเล่นมากมายจริงๆมีเกือบทุกคอลเลคชั่น ไม่ทราบว่ามีการจัดวางอย่างไรคะ

ส่วนใหญ่ 80 เปอร์เซ็นต์ ภรรยาผมเป็นคนจัดเองนะ อันที่จริงตอนแรกเราก็จ้างคนมาจัดนะ แต่ว่าเขามาเห็นของแล้วก็มึน แล้วเขาไม่รู้จัก ไม่รู้จักโลกของของเล่นไง เขาไม่รู้ว่า Toy Story มีกี่ภาค StarWars มีกี่ภาค กันดั้มมันเป็นยังไงอะไรอย่างนี้ คือเขาต้องไป study มาก เขาก็จัดไม่ถูกหรอก ถ้าจัดเขาก็จะจัดแบบ concept เดิมๆ แต่เราไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น สุดท้ายก็เลยเออเราก็ค่อยๆจัด ใช้เวลาก่อสร้างอาคารจริงๆประมาณปีครึ่ง แต่จัดจริงก็เกือบ 2 ปีนะ คือจัดแบบไม่ทุรนทุรายเราค่อยๆจัดไปเรื่อยๆ เพราะของมันอยู่ปุ๊บเราก็ต้องค่อยๆมารื้อแล้วมาจัดหมวดหมู่ เพราะบางที่ของเล่นเขาก็มีพื้นเพของมันอยู่ สมมติว่าคุณดูหนังเรื่อง Toy Story นะ เข้ามาในห้องนั้นเขาก็จะร้องเฮ้ย... จำได้แล้วมันเคยเป็นฉากในหนังอะไรอย่างนี้ เพราะฉะนั้นต้องเป็นคนที่ คนชอบของเล่นส่วนใหญ่จะเป็นคนชอบดูหนัง ที่บ้านผมจะดูหนังกันทุกอาทิตย์ คือมันไม่มีกิจกรรมอะไรที่จะรวมคนได้เท่านี้แหละ ภาพยนตร์ก็ง่ายที่สุดนะ ไม่ต้องวางแผนมากวันอาทิตย์ไปดูหนังกัน ไปนั่งทานข้าวโพดกันอะไรกันอยู่กัน 4-5 คน ดูหนังเสร็จก็ทานข้าวกันอะไรอย่างนี้ เพราะฉะนั้นพอเราดูหนังปุ๊บเราก็ซึมซาบจากตัวละครในภาพยนตร์ พอซึมซาบเสร็จปุ๊บก็เหมือนเราพ่อแม่ลูกอะไรอย่างนี้มันอัพเดทเรื่องเดียวกันซึ่งสำคัญมาก

คำว่า "ของเล่น" ย่อมคู่กับเด็กซึ่งอยากจับต้องเป็นธรรมดาแล้วมีชำรุดเสียหายบ้างมั้ยคะ

ถูกต้องครับ จึงมีชิ้นที่ชำรุดบ้าง แต่เราก็มิได้ซีเรียสอะไร เพราะเรายังมีอีกเกือบ 30 เปอร์เซ็นที่ยังมิได้นำออกมาโชว์ เมื่อพบว่าชิ้นไหนชำรุดเราก็จะเปลี่ยนออกไป ในลักษณะหมุนเวียนกันเพราะพื้นที่มันเต็ม แต่บางชิ้นเราก็ต้องทำความสะอาดบ้าง แต่โชคดีที่เราเป็นพื้นที่ปิด และอยู่ในห้องแอร์จึงไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าไหร่ ผู้ที่เข้าชมก็จะต้องถอดรองเท้าจึงคุมเรื่องความสะอาดได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าถามว่ามีเสียหายมากมั้ย ไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ครับ แต่เด็กที่เข้ามาชมส่วนใหญ่เขาจะรู้ว่าต้องปฏิบัติตนอย่างไร ยกเว้นเด็กพิเศษที่เขาจะซนบ้างเป็นธรรมดา แต่เราก็ไม่อยากกดดันผู้เข้าชมนะครับ เพราะเราเองก็เคยเป็นเด็กมาก่อน เข้าใจอยู่ครับว่าพอเห็นแล้วก็อยากแตะต้องบ้าง ตรงนี้เราก็จะอะลุ่มอะหล่วยกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กอยู่แล้ว ตรงนี้เราต้องเข้าใจเขานะครับ

collection ต่างๆที่คุณสมพรสะสมบางชุดไม่เคยเห็นในเมืองไทย มีวิธีจัดหามาอย่างไรคะ

ปัจจุบันของสะสมพวกนี้ได้กลายเป็นของสะสมของคนทั้งโลกไปแล้ว เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้เราสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตก็ได้สะดวก อยากได้ตัวไหนขาดตัวไหนเรา search ไปเดี๋ยวมันก็เจอใน eBay เราก็จะสามารถสั่งซื้อได้

ชิ้นที่แพงที่สุดในนี้คือประมาณเท่าไหร่คะ

ชิ้นที่แพงที่สุดก็เป็นแสนก็มีหลายชิ้นมากในนี้ แต่ส่วนใหญ่ราคามันจะเป็นลักษณะนี้ไง ช่วงหนึ่งเราซื้อมาบางทีไม่กี่บาทก็มี แต่ปัจจุบันราคาสูงขึ้นเพราะได้กลายเป็นของสะสมไปแล้วมูลค่าจึงสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะชุดที่เป็น limited ที่ผลิตออกมาอย่างจำกัด เช่น ตุ๊กตาของดิสนี่ย์เล็กๆ ไม่มีอะไรเลย พลาสติกก๊องแก๊ง แต่มัน limited ผลิตเนื่องในวาระพิเศษอย่างนี้ ตอนซื้อมา 4,000 กว่าบาท เดี๋ยวนี้เป็นแสนใน eBay นะ

ในเมื่อของเล่นมีมูลค่าสูงทีเดียว แล้วคุณสมพรเองก็อยู่ในวงการด้วย เคยคิดที่จะขายออกไปบ้างมั้ยคะ

ไม่เลยครับ แต่จะเป็นในลักษณะของการแลกเปลี่ยนกันมากกว่า เพราะของทุกชิ้นมีคุณค่าทางใจผุพังอย่างไรก็ยังจะเก็บไว้ และผมเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ขายออกไปน่ะมันง่ายครับ แต่พอชิ้นหนึ่งชิ้นใดหายไปเราซิกลับจะรู้สึกเดือดร้อน แล้วอีกอย่างหนึ่งความตั้งใจในการทำ museum เรารู้สึกว่าพอเห็น เด็กๆมาดู คนมาดูเขา happy นะ ผมมีแนวคิดว่าจะทำให้ยิ่งใหญ่ไปเลย แต่ตอนนี้ยังเป็นระดับอนุบาลอยู่ ปีหน้าอาจจะขยับขึ้นไปเป็นมัธยมอะไรอย่างนี้ สุดท้ายแล้วมันต้องไปจบด็อกเต้อร์ให้ได้ ฉะนั้นถ้าเราสามารถทำให้ museum ของไทยเราสูงถึงขั้นแบบจบดอกเตอร์นะ มันก็เป็นอะไรที่อยู่คู่กับลูกหลานเราอยู่กับประเทศไทย

โดยส่วนตัวแล้วคุณสมพรได้ประโยชน์ข้อได้บ้างจากการเป็นนักสะสมของเล่น

มีความสุขครับ เวลาเจอปัญหาไม่ว่าจากการทำงานหรืออื่นใดของเล่นช่วยให้เราผ่อนคลายลง สังคมรุ่นใหม่เป็นสังคม create นะ บางทีเราต้องใช้ความคิดมากในการที่จะกลั่นความคิดอะไรใหม่ๆออกมา บ้างครั้งการอยู่กับของเล่นเราจะได้ความคิดใหม่ๆเยอะนะ แค่เรา design artwork สักอันเรามาดู คิดไม่ออกเรื่องสีนี่เข้ามามันเห็นนะ แป๊บเดียวก็คิดออก เพราะของเล่นมีธีม บางทีงานทางด้านวิศวกรรมเราติดปัญหา เรายังเอาของเล่นมารื้อไปรื้อมาเครื่องยนต์กลไกของของเล่นเราก็จะได้ความคิดบางอย่างนะครับ เช่น ของเล่นชุด StarWars มียานอวกาศ อาวุธ เครื่องบิน หุ่นยนต์อะไรพวกนี้ คนคิดนี่มันไม่ธรรมดานะ เขาใช้นักวิทยาศาสตร์ ใช้วิศวกรคิดนะ เพียงแต่มันยังไม่ได้สร้างแต่มันจำลองมาเป็นของเล่นเท่านั้น เพราะฉะนั้นมันเลยเป็นโมเดลต้นแบบ บางทีคนที่ทำอะไรได้ทุกสิ่งทุกอย่างคือ engineer พวกนักวิทยาศาสตร์ทำได้หมดนะ แต่ว่าจินตนาการคนพวกนี้ไม่มีนะ สู้คนที่ทำงานทางด้านศิลปะไม่ได้

ถ้าเราบอกว่าเราอยากได้รถที่ไม่ต้องมีที่ปัดน้ำฝนเพราะเกะกะ อันนี้คือนักสร้างจินตนาการใช่ไหม ถ้าผลิตรถมาแล้วมันไม่มีที่ปัดน้ำฝนขายได้แน่เลยอย่างนี้ ที่เหลือคือนักวิทยาศาสตร์กับวิศวกรไปคิดใช่ไหมว่ากูจะทำไงไม่ให้มันมีที่ปัดน้ำฝน มันก็ต้องคิดกันหัวแทบแตกแต่เดี๋ยวมันก็คิดออกใช่หรือเปล่า เดี๋ยวนี้จึงมีอาชีพใหม่ที่เรียกว่า imagine engineer ประมาณนี้ คล้ายๆว่านักสร้างสรรค์จินตนาการ แต่ก็ต้องมีพื้นความรู้ในเชิงศิลปะด้วยนะครับ

ของเล่นทำให้คุณสมพรต้องเดินทางด้วยมั้ยคะเพื่อสรรหาของมาสะสม

พอสมควรครับมิเช่นนั้นคุณจะทราบได้อย่างว่าโลกภายนอกเป็นอย่างไร "กะลามีไว้เหยียบ ไม่ได้มีไว้อยู่" ถ้าคุณอยู่นอกกะลายังไงคุณเอาตัวรอดได้ เด็กรุ่นใหม่ถ้าเกิดเขาแค่เก่งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่างเดียวเขาเอาตัวไม่รอดหรอก คุณหาเงินได้จริงแต่สังคมคุณไม่กว้างเท่ากับเด็กที่ชอบทำกิจกรรม ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเด็กที่เรียนสถาปัตย์ เขาไปไหนหรือทำอะไรก็ได้ เพราะกลุ่มนี้เขาต้องเรียนพวกวิชาสร้างสรรค์ แม้ว่าจะต้องไปขายอาหารตามสั่ง หรือข้าวแกง ของของเขาก็จะต่างไปจากเจ้าอื่น ผมเชื่อแน่ว่าเขาจะต้องใส่ไอเดียไปอย่างแน่นอน เพราะเขาถูกสอนมาเกี่ยวกับเรื่องความคิดสร้างสรรค์

เพราะฉะนั้นเวลาที่ผมเดินทางไปไหนผมก็จะต้องมองหาของพวกนี้ก่อนเพราะเราชอบ สมมติเราไปเที่ยวญี่ปุ่น ถ้าไปกับทัวร์ โปรแกรมไหนที่เราไม่อยากไปผมก็จะปลีกตัวออกมา แล้วนั่งรถไฟไปยังสถานที่ที่มีของเล่นขาย หรือถ้าเป็นบ้านเราผมก็จะชอบไปเดินตลาด ตามร้านที่ขายของสะสมต่างๆ เพราะของพวกนี้จะมีกระจายอยู่ทั่วไปเพียงแต่ว่าเราจะไปเจอของแต่ละชิ้นที่ไหน บางชิ้นผมก็ไปได้มาจากบ้านนอกไกลๆก็มี ตามต่างจังหวัดมีอะไร ให้เราดูมากมายนะครับ

สำหรับเรื่องของการได้มาของเล่นบางชิ้น เป็นเรื่องที่น่าประทับใจมากโดยเฉพาะตุ๊กตามิกกี้เม้าท์ เจ้าของเขาโทร.มาถามว่าคุณสมพรทำ museum ใช่ไหม หนูมีตุ๊กตา 2 ตัวนะ หนูเป็นไกด์ เมื่อ 20 ปีที่แล้วไปเที่ยวดิสนี่ย์แล้วเขาซื้อมาเห็นมันน่ารัก แล้วมันก็อยู่กับหนูที่คอนโดฯ แต่ตอนนี้อหนูเดือดร้อนเงินจริงๆนะ เพื่อนมาขอซื้อ 60,000 หนูไม่ขายหรอก แต่ถ้าเป็นคุณสมพรให้เท่าไหร่หนูก็ยินดีเพราะว่าคุณสมพรจะเก็บเค้าไว้ museum เวลาหนูคิดถึงหนูยังมาดูได้

หลังจากนั้นเป็นอันตกลงกันที่ 40,000 บาท แล้วผมก็กำลังจะไปเอา ปรากฏว่าเขาโทร.กลับมาอีกครั้งบอกว่า คุณสมพรหนูทำใจจากเค้าไม่ได้ ขอเปลี่ยนใจนะคะ เพราะหนูรักเจ้าสองตัวนี้มาก เพราะเราอยู่ด้วยกันทุกวัน กลับมาหนูก็จะเห็นเค้าตั้งอยู่บนหัวเตียง แต่หนูยังมีตัวเล็กอีก หนูให้ตัวเล็กคุณสมพรไปก็แล้วกัน ให้ฟรีๆนะคะ ส่วนตัวใหญ่ขอทำใจก่อน อีก 2-3 เดือน พอหนูทำใจได้คุณสมพรค่อยมารับเค้าไปก็แล้วกัน

ผมกำลังจะบอกว่ามีคนรักและผูกพันกับของเล่นอย่างมากนะครับ ที่สุดพอเขาทำใจได้เขาก็ให้สองตัวนั้นมา ผมตอบแทนด้วยการให้บัตรเข้าชมฟรีแก่เขา เมื่อไหร่ที่คิดถึงเขากลับเข้ามาดูได้เลย ถามว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะปัจจุบันได้เกิดปรากฏการณ์หรือแฟชั่นพาตุ๊กตาไปเที่ยว ซึ่งเมื่อก่อนเราจะเห็นแต่การพาหมาไปเที่ยว ตอนนี้ถึงขนาดมีเว็บไซต์นึงที่มีการประกวดการถ่ายภาพตุ๊กตาที่เจ้าของพาไปเที่ยวด้วยเป็นที่สนุกสนาน

คุณสมพรรู้สึกอย่างไรเวลาเห็นเด็กๆมีความสุขกับของเล่นที่เราสะสม

มีความสุขมากครับ ผมมานั่งที่นี่เมื่อไหร่ผมจะอมยิ้มกลับไปบ้านทุกครั้ง ต่างกับเมื่อก่อนที่เราจะเกิดความรู้สึกเช่นนี้ได้คือเราต้องไปดูหนังดูละคร แต่ปัจจุบันไม่ต้องแล้วครับผมได้จากตรงนี้แล้วครับ เป็นสังคมย้อนวัยที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครเลย

สำหรับผมมันเป็นความสุขทางใจครับ คนเราทำงานหาเงินมามากมายเพื่ออะไร คือทำงานเพื่อเงินแล้วคิดว่าพอได้เงินมาแล้วเอาเงินนั้นเข้าไปสร้างความสุขอีกทีหนึ่งใช่ไหม เพราะฉะนั้นถ้าเราลัดขั้นตอนมา เราพอมีเงินบ้างแล้วเราก็สร้างความสุขไปเลยก็จบ ที่นี่เปิด ศุกร์- อาทิตย์ ผมบอกได้เลยว่ามีความสุขมากครับ...