ความผิดพลาดในญี่ปุ่น (วันที่แปด)

สายลมแสงแดด

เราค้างที่ชินจูกุกันแค่คืนเดียว แล้ววันต่อมาก็ออกเดินทางไปยังเมืองคามาคุระ

คามาคุระเป็นเมืองที่อยู่ "บนเขา" จริงๆมีถนนช่วงหนึ่งตัดขึ้นไปสูงมาก คนขี่จักรยานปั่นกันน่องปูด เหลือเชื่อสุดสุด ก็ตอนเห็นผู้หญิงญี่ปุ่นใส่ส้นตึกปั่นจักรยานขึ้นเขา

โอ้โฮ ทำได้ไงน่ะ

แค่ตอน "ไหล" ลงยังรู้สึกว่าน่ากลัวจนต้องจูงจักรยานลงมาเลย

ไปคามาคุระทำไมน่ะหรือ เราไปเพื่อชม "พระใหญ่ไดบุตสึ" แล้วก็ไปเพื่อดู "ชายหาดยูอิงาฮามะ"

พระพุทธรูปเห็นจนเบื่อแล้ว?

หาดทรายชายทะเลก็...เที่ยวเมืองไทยสวยกว่า?

แต่ยังไงก็อดอิจฉาชาวเมืองคามาคุระไม่ได้อยู่ดี

ช่างเป็นเมืองเล็กๆที่สงบ และใกล้ชิดธรรมชาติ ทั้งภูเขา ต้นไม้ ทะเล

ความรู้สึกเหมือนเป็นเมืองตากอากาศยิ่งกว่าจะเป็นเมือง "จริงๆ"

ถ้าญี่ปุ่นมีเมืองของศิลปินอย่างที่ในตะวันตกมีละก็ เมืองนี้ก็น่าได้รับเกียรตินั้นไม่น้อยเลย

ส่วนที่น่าสนใจคือที่พักของเรา ไปเที่ยวคราวนี้เราได้นอนแบบ "ญี่ปุ่นๆ" คือนอนฟุตงอยู่สองรอบ

รอบแรกคือ ที่โรงแรมในชินจูกุ คืนก่อนหน้า

และรอบที่สอง ก็คือที่นี่แหละ

เพื่อนติดใจ กลับมาเมืองไทยแล้วยังตามหาร้านขายฟุตง จะขนไปนอนที่บ้านอยู่เลย

ที่คามาคุระเป็นที่แรกและที่เดียว ที่เราพักรวมกับคนอื่น หมายความว่า ภายในบ้านสองชั้นนั้น ชั้นล่างจัดเป็นห้องเช็คอิน ห้องนั่งเล่น และห้องน้ำรวม

ห้องเช็คอินคือห้องที่เรามาเช็คอิน จากนั้นก็รับของ ที่จำได้แม่นคือหมอนที่ไส้เป็นหลอดพลาสติกหั่นฝอย แบบหมอนสุขภาพที่เคยอ่านเจอในนิตยสารประเภทคุณก็ทำได้

ห้องนั่งเล่น เวลากลางวันคงเอาไว้นั่งเล่น ตอนกลางคืนถ้าใครมากับเพื่อน จะมาทำอาหารเย็นกินกันที่นี่ก็ได้

ส่วนชั้นสอง แยกเป็นห้องนอนหญิง และห้องนอนชาย มีห้องส้วมเล็กๆอยู่บนชั้นนี้อีกห้องหนึ่ง

ที่ด้านนอกห้องนอนทั้งสอง มีระเบียงไม้กว้างขวาง สำหรับให้ออกไปสูดอากาศ และที่ด้านข้างตัวบ้าน ก็มีจักรยานจอดไว้เป็นแถวเรียงราย สำหรับให้เช่า

นี่แหละ กลับมาถึงมาเขียนได้ว่า ขี่จักรยานในคามาคุระนั้นเหนื่อยจริงๆ

 

ท้องฟ้ามืดลงแล้ว แสงไฟถนนเริ่มสาดส่อง

นักท่องเที่ยวสองคนยังปั่นจักรยานอยู่ในเมืองคามาคุระ

ขณะที่เจ้าของถิ่นทยอยกลับบ้าน อย่าคิดนะว่านักท่องเที่ยวสองคนนี้ไม่อยากกลับที่พักบ้างเหมือนกัน

ไม่ได้ออกกำลังกายยามเย็น

แต่มันกลับไม่ถูก!

เพื่อนแยกไปนั่งรถประจำทางของเมืองเที่ยวเอง เพราะขี่จักรยานไม่แข็ง และจักรยานที่นั่นก็ไม่มีเบาะให้ซ้อน

(เอ...จะว่าไปก็แปลกดี จักรยานที่เห็นที่ญี่ปุ่นไม่มีเบาะให้ซ้อนเลย นอกจากจักรยานแม่บ้านสำหรับให้กระเตงลูกเล็กๆไปด้วย)

เพื่อนกลับถึงที่พักได้หลายชั่วโมงแล้วตอนที่เราไปถึง กำลังคุยกับคุณลุงชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งอยู่

เพื่อนพูดภาษาอังกฤษ คุณลุงพูดภาษาญี่ปุ่น

แต่เราทุกคนก็เป็นเพื่อนกันได้ เว้นแต่ตอนที่เราทิ้งคุณลุงไปหามื้อค่ำกินข้างนอก

เราก็เจอ "คุณลุง" อีกคนหนึ่ง เพียงแต่คุณลุงคนนี้มีคุณป้าด้วย

สองผัวเมียเปิดร้านอาหารในเมืองเล็กๆบนเขา ภายในร้านเปิดช่องกีฬาประจำชาติ...ซูโม่

เมนูอาหารไม่มีภาษาใดๆให้เลือก นอกจากภาษาญี่ปุ่น

ไม่มีภาพประกอบใดๆ นอกจากตัวอักษรญี่ปุ่น

เมื่ออ่านไม่ออกก็ต้องสุ่มจิ้มเอา

ก็...อร่อยดี

ได้ราเมงร้อนๆ ใส่กะหล่ำมาเต็มเลย