อาจารย์สมชาย สมานตระกูล "

"ทำให้ดู อยู่ให้เห็น"
นัดพบ

ออกจะเหลือเชื่อถ้ามีใครสักคนบอกว่าในกรุงเทพฯยังมีชุมชนหนึ่งที่เต็มไปด้วยบรรยากาศท้องไร่ปลายนา แต่ทุกอย่างที่ใครคนนั้นบอกมีอยู่จริงที่ "ชุมชนคอยรุตตั๊กวา" เขตหนองจอก จังหวัดมีนบุรี ซึ่งมี อาจารย์สมชาย สมานตระกูล เป็นประธานชุมชน อาจารย์เล่าถึงชุมชนอิสลามที่ได้น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่างมีความสุข การขับเคลื่อนชุมชนด้วยหลักศาสนาซึ่งมีกรอบเช่นเดียวกับแนวพระราชดำริ คือการวางจุดสมดุลของชีวิตและนำไปสู่ความผาสุกอย่างยั่งยืน

- ชุมชนคอยรุตตั๊กวาโด่งดังมาเลยนะคะเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

คอยรุตตั๊กวาเรามีตัวตนอยู่แล้ว เรื่องต่างที่เกิดขึ้นภายในชุมชน จึงคล้ายเป็นกิจวัตร ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมชุมชน ซึ่งเราใช้หลักในการพึ่งพาตนเองมาตลอด เรามีเซ็คชั่นอยู่ 2-3 ตัว คือ 1. ทำ กิน ขาย หรือเก็บ เพราะเมื่อเราทำมาได้เราต้องกินก่อน ซึ่งคนโบราณมักจะพูดว่า "ทำมาหากิน" เมื่อทำกินเสร็จแล้วจะเหลือหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องนึง สมมติว่าเหลือเราก็จะเลือกต่อไปได้อีกว่าจะขายหรือเก็บ "เก็บ" ในที่นี้หมายถึงการถนอมอาหารก็ได้ เก็บแปลว่าขายแล้วเอาสตางค์มาเก็บก็ได้ โอท็อปเป็นแนวคิดที่ดีนะครับ เพราะช่วยกระตุ้นให้คนรู้จักคิด และค้นหาว่าชุมชนของคุณนั้นมีอะไรดี ซึ่งต่างกับชุมชนของเราซึ่งมันคือวัฒนธรรม เพราะเราเดินไปไกลกว่าโอท็อปแล้ว เดินไปแล้ว โอท็อปจึงเป็นเพียงการกระตุ้นจิตสำนึก และสร้างจิตสำนึกให้กลับมาสู่ถิ่นเพื่อค้นหาศักยภาพภายในชุมชน

- ศักยภาพของชุนคอยรุตตั๊กวาคืออะไรคะ

หลักๆ คือเราใช้ศาสนธรรมนำชีวิต ซึ่งเป็นตัวกำหนดการดำเนินชีวิต อิสลามเราจะมีกรอบกำหนดไว้อยู่แล้ว ว่าการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เราต้องทำอะไรบ้าง ทำให้เราวิ่งไปตามลู่ได้ ไม่ออกนอกกรอบไม่ผิดกติกา และการวิ่งครั้งนี้เราไม่ได้แข่งกับใครแต่เราแข่งกับการวิ่งไปสู่เป้าหมายชีวิตของตัวเราเอง ซึ่งศาสนาล้วนกำหนดไว้หมด

แต่ว่าในขณะที่เรากำลังเดินหรือวิ่งอยู่นั้นเราต้องพยุงคนข้างๆไปด้วย เราจึงเป็นชุมชนที่มีสังคมแบบพึ่งพา เพราะเราไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเราต้องมีการเหลียวหน้าแลหลัง สังคมจึงมีความสุข สงบ และสันติ

การสร้างสังคมจึงเป็นแนวหนึ่งของการพัฒนา ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใดก็ตาม ชาวอิสลามเราจะดูกันที่สังคม ภาษาอิสล่ามเราจะใช้คำว่า "มูเก็ม" ซึ่งแปลว่าหยุดอยู่หรือที่พำนัก คือ มัสยิด ถ้าเป็นชาวพุทธที่หยุดอยู่ก็คือ "วัด"

และการหยุดอยู่นั้น หมายถึงการอยู่อย่างไรให้เข้มแข็ง เหล่านี้คือสิ่งที่ชุมชนเราถือเป็นกรอบตามคัมภีร์อัลกุระอ่าน ว่าจะต้องมีทิศทาง มีแนวทาง การหยุดอยู่จะดำเนินไปพร้อมกับการต้องบริหารแนวทางด้วย ดังนั้น คนในสังคมจึงต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน

นานมั้ยคะกว่าที่ชุมชนคอยรุตตั๊กวาจะเป็นที่ยอมรับในการน้อมนำแนวพระราชดำริเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้จนประสบความสำเร็จ

ผมไม่เคยทำเรื่องโฆษณาประชาสัมพันธ์เลยนะครับ เรื่องราวที่สื่อต่างๆนำไปลงเขาเขียนกันเองทั้งนั้น จะเป็นไปในลักษณะต่างคนก็ต่างมองมายังเรา และช่วยกันเผยแพร่ออกไปให้สังคมรับรู้ ซึ่งตรงกับพระราชดำรัสของในหลวงข้อที่ว่า "ปิดทองหลังพระ" คือทำไปเถอะแล้ววันหนึ่งสิ่งนั้นจะเป็นที่ปรากฏเอง

ผมกล้าพูดได้เลยว่าผมไม่เคยเชิญสื่อที่ไหนมา ยกตัวอย่างเช่นวันนี้จะมีชาวโอมานมาเยี่ยมเรา เพราะทราบจากเพื่อนที่ทำงานอยู่สถานฑูตโอมาน เพราะเขาเบื่อกรุงเทพฯ และต้องการอยากจะหาที่พักผ่อนก่อนกลับไปบ้านเขา

- อาจารย์เคยได้ถามแขกผู้มาเยือนบ้างมั้ยคะว่ารู้จักเราได้อย่างไร

ส่วนใหญ่จะบอกว่ามีคนแนะนำมาว่าเราเป็นชุมชนเกษตรที่เงียบสงบ

- ปัจจุบันคอยรุตตั๊กวามีอะไรบ้างคะ

หลัก ๆ เลยคือการเกษตรตามวิถีพอเพียง ที่พระองค์ท่านทรงย้ำ ทรงเตือน ทรงทำ รวมทั้งมีเรื่องของเกษตรผสมผสาน การถนอมอาหาร อะไรที่พระองค์ท่านทรงเตือนจะอยู่แถวๆ ชุมชนเราหมด ชาวอิสลามอย่างเรามีกรอบอย่างที่ว่าอยู่แล้ว แต่คล้ายกับว่าพระองค์ท่านมาย้ำเตือนให้เราตระหนักมากยิ่งขึ้นไปอีก ทุกอย่างเรียกว่าอยู่ในวิถีของเราด้วย ทุกอย่างที่เราปฏิบัติจึงเป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว

ยกตัวอย่างเช่นเรื่องของความสะอาด ในคัมภีร์กล่าวไว้หมดรวมไปถึงฮาลานด้วย เมื่อพระองค์ท่านมาเน้นอีก เช่น น้ำบำบัดอย่างไรจึงสะอาด พระองค์ท่านก็มีเรื่องกังหันน้ำชัยพัฒนาเป็นรูปธรรมให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ หรือเกษตรทฤษฎีใหม่ คือ พระองค์ท่านกำลังจะสอนเราเรื่องการพึ่งตนเอง พึ่งพาระหว่างเรากับธรรมชาติ

ซึ่งอิสลามกำหนดไว้หมดแล้วว่า ถ้าพรุ่งนี้เป็นวันสิ้นโลก วันนี้เราก็ยังต้องปลูกต้นไม้ เรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมพระองค์ท่านก็กำหนดไว้หมด ไม่ว่าจะเป็นโครงการแกล้งดิน โครงการแก้มลิง ต่างก็เป็นโครงการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม อันเป็นข้อกำหนดของศาสนาอิสลามทั้งนั้น

คอยรุตตั๊กวาเราเป็นชุมชนที่มีต้นทุนทางสังคมที่ดีมาก คือเราเป็นชุมชนเกษตรกรรมมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ผมพูดเสมอว่าบรรพชนของเราเค้าเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมไว้ คือมีทั้งแหล่งน้ำ คลองสามสายมาบรรจบกัน ณ บริเวณชุมชนของเรา คือ คลองลำไทร คลองลำจระเข้ ทำให้ชุมชนเรามีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ตลอด

คนโบราณเวลาที่จะตั้งหลักแหล่งที่ไหนสักแห่งมักจะให้ความสำคัญเรื่องแหล่งน้ำ เพราะดั้งเดิมเราคือวิถีเกษตร จึงทำให้เรามีความเชื่อมั่นว่านี้คือความมั่นคงทางอาหาร

ผมจึงย้ำเสมอว่าคนเรามีตังค์มิใช่มีความมั่นคง แต่ถ้ามีอาหารคือมั่นคงมากกว่าการมีเงินทอง คุณมีแต่สตางค์แต่คุณผลิตเองไม่ได้แล้วเงินจะมีความหมายอะไรถ้าคนผลิตเขาไม่ยอมขายให้คุณ หรือไม่ก็ต้องไปซื้อในที่ไกลขึ้น ราคาของก็ยิ่งต้องแพงขึ้น

เพราะฉะนั้นโจทย์แรกของพวกเราคือสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร คนโบราณเวลาทำนาเสร็จเขาจะเก็บข้าวเปลือกส่วนหนึ่งไว้ในยุ้งฉาง ไม่ขายจนหมดเกลี้ยง มีคลังเสบียงไว้ในบ้าน คนเฒ่าคนแก่เล่าให้ผมฟังว่า สมัยก่อนบ้านเราจะขายข้าวก็ต่อเมื่อมีข้าวใหม่มาแล้ว จึงค่อยขายข้าวเก่าออกไปที่เรียกว่าข้าวเก่าซึ่งมีราคาแพง เพราะสมัยก่อนทำนาครั้งเดียว เราจะเห็นว่าคุณลักษณะของความมั่นคงแบบนี้มีอยู่ในแนวพระราชดำริ

- อาจารย์ใช้วิธีใดในการดึงความสนใจและสร้างความตระหนักให้กับชาวบ้านในชุมชนคะ

เรามีทั้งหมด 150 กว่าหลังคาเรือน ที่ไหนก็แล้วแต่ถ้าไปสั่งเขาทำไม่มีทางประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นเราต้องเปลี่ยนจากการใช้คำสั่งมาเป็นใช้ความศรัทธา สมมติเราจะยกมือไหว้ใครสักคนเราต้องศรัทธาคนคนนั้นอย่างมากใช่หรือ ถามว่าไหว้ด้วยความศรัทธา หรือไหว้ด้วยคำสั่งอะไรจะอยู่ในใจมากกว่ากัน เราเห็นคนคนหนึ่งซึ่งเราศรัทธาเขามากเราจะยกมือไหว้แต่ไกล กับอีกคนหนึ่งถ้าไม่ถึงกับต้องเผชิญหน้ากันเราจะไม่ยกมือไหว้เด็ดขาด เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นเรื่องของความศรัทธา ไม่ใช่เรื่องการออกคำสั่ง ทีนี้ถามว่าผมทำยังงัย? ง่ายๆคือ "ทำให้ดู อยู่ให้เห็น" ว่าการใช้ชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงนั้นมีความสุขอย่างไร แต่มิได้ทำโครงการใหญ่แบบพระองค์ท่านซึ่งทำทั้งระบบ แต่ของเราเล็กๆเพียงแค่ระบบครัวเรือน ในบ้านผมมีบ่อน้ำ ถ้าผมจะบอกว่านี้คือระบบแก้มลิงย่อส่วนทำให้ผมมีน้ำใช้ตลอดปี ผมพยายามสำรองน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง นี่คือ วิธีหนึ่งในการทำให้ดู เพราะเมื่อก่อนเรายังไม่มีน้ำประปา แล้วผมก็ทำเกษตรน้ำจึงจำเป็นมาก เมื่อภายหลังมีน้ำประปา ก็กลายเป็นบ่อเลี้ยงปลาไป ก็เกิดประโยชน์อีกเช่นกัน

นานมั้ยคะกว่าที่ชาวบ้านจะเกิดความศรัทธาต่อแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

ก็ไม่นานนะครับ เพราะที่นี่มีหลักคุณธรรมอยู่แล้ว เมื่อชาวบ้านเค้าเห็นอะไรเกี่ยวกับคุณธรรมเขาจะปฏิบัติตามเลยทันที เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในจิตวิญญาณอยู่แล้ว ความดีรีบทำก็รีบได้เท่านั้น เขาทำเขาได้นะครับไม่ใช่ผมได้

เวลาขอความร่วมมืออะไรผมจึงไม่ชอบใช้คำว่า "คณะกรรมการ" แต่ชอบใช้คำว่า "คณะทำงาน" มากกว่า เพราะกรรมการมีอะไรที่ซ่อนๆอยู่ข้างใน มีเงื่อนไข ต้องมีเบี้ยประชุม อิสลามเราจะบอกว่า "จงตั้งขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อประกอบการดี"

ดังนั้น ผมจึงใช้เวลาขับเคลื่อนอยู่ประมาณ 10 ปี ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไปสั่งการณ์ แต่คือการทำให้ดูอยู่ให้เห็น และความศรัทธา คณะทำงานเราไม่จำเป็นต้องมาพร้อมเพรียงกันทั้งหมด ใครว่างใครมาจะดีกว่า เอาแค่ว่าเค้าเต็มใจมาก็เพียงพอ

เวลาที่มีแขกไปใครมา แล้วผมต้องการอาหารว่าง เราก็ประกาศออกไปว่าใครทำได้เดี๋ยวเดียวของก็มา ผมต้องการสินค้าแบบนี้ใครมีก็ให้มาบอก เช่นกันเดียวก็มีคนมาบอกแล้ว

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้อาจารย์ประกอบอาชีพอะไรคะ

ผมรับราชครูที่โรงเรียนอิสลามลำไทร แต่ผมจะเป็นครูที่ต่างไปจากครูทั่วไป คือสอนให้เด็กรู้จักชีวิตของตัวเอง โดยประยุกต์เข้ากับเนื้อหาของหลักสูตร ซึ่งนำมาเพียงแค่วัตถุประสงค์ของหลักสูตรว่าเขียนขึ้นมาเพื่ออะไร ไม่ใช่อ่านในหนังสือแล้วนำมาสอนเด็กทั้งประเทศ ซึ่งล้วนมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันออกไป เด็กทั้งประเทศมิได้มีพฤติกรรมที่เหมือนกัน

- อาจารย์สอนวิชาอะไรคะ

วิทย์-คณิตครับ เชื่อมั้ยครับว่าสมัยที่เรียนสองวิชานี้ผมสอบตก และความที่เราเรียนไม่เก่งนั่นแหละทำให้เราอยากค้นหาว่าทำไมสองวิชานี้จึงเรียนยากจัง สิ่งที่ผมค้นพบคือ ครูต่างหากที่ไม่มีวิธีสอนให้เราเข้าใจ อย่ากระนั้นเลยเมื่อเราเป็นครูแล้วเราต้องหาวิธีสอนให้เด็กเข้า ใจให้จงได้ วิชาฟิสิกส์ เราก็ยกตัวอย่างเรื่องในบ้านเข้ามาประกอบการเรียน โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น ลิ่มที่ใช้กับคันไถ หรือบ้านทรงไทย ช่วย ระหัดวิดน้ำ ล้วนเกี่ยวข้องกับพลังงานกลในวิชาฟิสิกส์ แต่ที่ครูสอนล้วนใช้ค่าสมมติ

- อาจารย์รู้สึกอย่างไรที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนชุมชนคอยรุตั๊กวากลายเป็นชุมชนพอเพียงอย่างสมบูรณ์แบบ

ถ้าพูดถึงความสำเร็จ ผมภูมิใจในบรรพชนมากกว่า ไม่ใช่ตัวผมเลย ตัวผมเป็นเพียงผู้ประสานงานหรือผู้สานต่อ อุปมาก็เหมือนกับเขาเหลาไม้ไว้แล้ว แล้วเรามาถักสานให้มันเป็นรูปเป็นร่าง เราไม่ใช่เป็นคนปลูกต้นไม้ เราไม่ใช่คนตัดไม้ ผมเป็นเพียงคนที่นำไม้ที่เขาเหลาไว้แล้วมาถักให้เป็นอะไร อยากได้ตะกร้าก็สานตะกร้า อยากเป็นกระบุงก็สานกระบุง อยากได้บ้านก็สร้างบ้าน

ณ วันนี้จึงมีคานระบบฟันคัมอยู่ 2 คาน คือการอนุรักษ์กับพัฒนาต้องไปพร้อมกัน และตั้งอยู่บนความสมดุล เพราะฉะนั้นการวางจุดฟันคัมจึงสำคัญมาก ต้องไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ถ้าขาดเสียซึ่งความสมดุลแล้วชีวิตจะดำเนินไปเช่นไรคุณก็ลองนึกดูแล้วกัน

เพราะฉะนั้นคนโบราณซึ่งวางจุดฟันคัมได้ดีชีวิตของท่านจึงดำเนินไปอย่างสมดุล แล้วถามว่าวันนี้จุดสมดุลของครอบครัวเราอยู่ตรงไหนมีใครรู้บ้าง เดิมนั้นบรรพชนท่านวางจุดฟันคัมนั้นดีอยู่แล้ว เราต่างหากที่ทำให้เสียสมดุล สังคมส่วนรวมจึงพิกลพิการเช่นปัจจุบัน

และจุดสมดุลตรงนี้ล้วนแฝงอยู่ในแนวพระราชดำริ หากเรานั้นรู้จักดึงแนวทางของพระองค์ท่านมาใช้ชีวิตก็จะเกิดสมดุลและมีความสุขได้อย่างสบายๆ

ดังนั้น การสอนนักเรียนนั้นเราไม่ต้องยึดติดกับวิชาการ หรือยึดแต่ตำรา ผู้ที่เขียนตำราเขาก็ประสบความสำเร็จในแบบฉบับของเขา แต่ถ้าผมเขียนตำรานั้นก็เกิดจากแนวความคิดของผมซึ่งก็ไม่เหมือนคนอื่น ส่วนผู้ใช้จะเลือกของใครนั้นเป็นอีกเรื่องนึงถูกมั้ยครับ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องเกิดจากการศึกษาอย่างถ่องแท้ก่อน ซึ่งเป็นเพียงการรับรู้ แต่เมื่อไหร่นำไปใช้ต้องใช้อย่างผู้มีสติปัญญา

เพราะฉะนั้นผมจึงมักพูดกับนักวิชาการทั้งหลายเสมอว่า คุณอย่ามาอ้างเลยคุณทำงานวิจัยเรื่องโน้นเรื่องนี้เอง แต่...คุณไปหาคนที่ทำวิจัยต่างหาก โดยมิได้ลงมือทำเอง ความสามารถของคุณคือผู้ประสานงานและรวบรวมองค์ความรู้มาเขียน แล้วคุณยังมาประกาศว่าคุณเป็นเจ้าของงานวิจัย ผมเคยพูดแบบนี้บนเวทีท่ามกลางนักวิชาการทุกคนเงียบกันหมด ผมยังบอกเลยว่าถ้าคุณจบด็อกเต้อร์เพราะงานวิจัยเล่มนี้ คนที่คุณไปขอความรู้เค้าก็ต้องได้ด็อกเต้อร์ด้วยถูกมั้ยครับ เพราะเขานั้นทำมาก่อน แต่ทุกวันนี้คนที่อุตส่าห์ค้นคว้ามานานนับ 10 ปี หายไปไหนกันหมดก็ไม่รู้ บางคนล้มหายตายจากไปแล้วก็มี หารู้ไม่ว่าความรู้ที่คุณได้มานั้นแค่เพียงปลายก้อยเท่านั้น

ตอนที่ผมไปสอนเด็กมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยออกข้อสอบช้อยส์ ปรนัยล้วนๆ เพื่อต้องการทราบว่านักศึกษาที่จบออกไปนั้นเขามีความรู้ขนาดไหน ผมออกแบบอัตนัยก็ได้ แต่ถ้าคุณไม่รู้จริงในเรื่องนั้นๆ ถามว่าคุณจะได้อะไร เด็กที่ราชภัฏพระนครจะรู้จักผมดีว่าถ้าเรียนกับผมต้องตอบข้อสอบปรนัย แต่ตอนนี้ไม่ได้สอนแล้วเพราะงานในชุมชนล้นมือเลยไม่มีเวลาไป

- คอยรุตตั๊กวาประสบความสำเร็จแล้วหลังจากนี้อาจารย์มีโครงการต่อไปอย่างไรคะ

ตอนนี้เข้าสู่ของกระบวนการขยายผล ผมไม่ค่อยได้ลงในรายละเอียดแล้วสักเท่าไหร่แล้ว ตอนนี้ผมขยายแนวคิดไปทำที่วังน้ำเขียวอีกแห่งหนึ่ง อยู่ใกล้ๆกับตัวอำเภอ เขามีพื้นที่ว่างอยู่ 20 ไร่ เขาให้ผมไปช่วยทำ ซึ่งก็ต้องใช้วิธีการประยุกต์ไปจากคอยรุตตั๊กวาเพราะพื้นที่บริเวณนั้นเป็นภูเขา

สิ่งที่ท้าทายก็คือ ความแตกต่างของพื้นที่ ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน แล้วพื้นที่ตรงนั้นเราจะน้อมนำแนวพระราชดำริตรงส่วนไหนมาใช้

เช่นกัน ณ วันแรกที่ผมขับเคลื่อนคอยรุตตั๊กวา เรียนตามตรงว่าผมไม่เคยคิดว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะผมคิดว่าผมไม่ได้ทำเพื่อกาโจทย์นี้ แต่เราทำเพื่อที่จะค้นพบ แล้วนำเรื่องที่ค้นพบมาบอกต่อ ในรูปแบบของแนวคิดไปประยุกต์ใช้ หลังจากนั้นกระบวนการก็จะตามมาเอง

เพราะฉะนั้นผมจะมีทุนอยู่ 3 ทุน คือ 1. ต้นทุนทางปัญญา คุณมีมั้ยถ้าคุณไม่มีก็จบละ 2. ทุนทางด้านทรัพยากร 3. ทุนทางสังคม ถ้าคุณมีครบทั้ง 3 อย่างนี้รับรองว่าคุณไปต่อได้ ผมจึงย้ำเสมอว่าคุณต้องเริ่มที่ตัวตนและต้นทุนที่คุณมี เอาที่มีน่ะมาทำ และอย่าได้นำของที่ไม่มีมาทำเท่านั้นเอง

- สุดท้ายแล้วอาจารย์มีข้อคิดสำหรับชุมชนที่อยากดำเนินชีวิตแบบชุมชนคอยรุตตั๊กวาอย่างไรบ้าง

ผมฟันธงเลยว่าทุกชุมชนมีของดี แต่คุณต้องไปค้นต้นทุนทั้ง 3 ข้อที่ผมกล่าวมาก่อนว่าคุณมีมั้ย 1. มีคนมีปัญญาหรือไม่ 2. คุณมีทรัพยากรมากน้อยเพียงใด 3. แล้วคุณมีทุนทางสังคมอะไรบ้างซึ่งมันอาจกระจัดกระจายอยู่ คุณต้องใช้คนในชุมชนของคุณเองทำสิ่งนี้ให้ได้ คุณต้องไปหาคนคนนั้นให้พบเอง และสำคัญคือ คุณต้องมีเวทีให้เขา เวลาเราปิดกั้นเวทีคนอื่น แล้วพอตัวเราขึ้นไปอยู่บนเวทีแทน ลองนึกดูก็แล้วกันว่าเขาจะแสดงออกอย่างไร ฉะนั้นแล้วเราเองนั้นต้องอยู่ข้างล่าง แล้วก็สร้างเวทีให้เขาขึ้นไปแสดงองค์ความรู้ ซึ่งจะทำให้กล้าแสดงออก และดึงส่วนดีของเขามาใช้

ผมจึงยืนยันตรงนี้ แนวเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำไปใช้ได้กับคนทั้งโลก ไม่ใช่แต่เฉพาะประเทศไทย ในทางปฏิบัติประเทศไทยอาจจะเป็นต้นแบบก็ได้ กระบวนการเป็นเรื่องสำคัญ คุณต้องศึกษากระบวนการคุณถึงจะทำได้ วันนี้ที่เรายังไปไม่ถึงไหนเพราะเราไม่ศึกษากระบวนการ เราไปให้ความสำคัญกับปลายทางมากกว่า กระบวนการนั้นยิ่งใหญ่มาก ถ้าเรามองย้อนกลับไปในแนวพระราชดำริ ก่อนที่พระองค์จะนำมาสรุปทรงทดลองทำที่สวนจิตรลดา พอสำเร็จแล้วพระองค์ท่านจึงทรงขยายพื้นที่ไปเป็นโครงการอันเนื่องมากจากพระราชดำริไปยัง 4 ภูมิภาค เพื่อที่จะได้ทรงทราบถึงปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้น เราจึงปฏิบัติตามพระองค์ท่าน คือ ศึกษากระบวนการโครงการต่างๆของพระองค์ท่านเพื่อนำมาใช้ โดยหาแนวร่วมด้วยการทำประชาพิจารณ์ ลูกต้องเก่งกว่าพ่อ ลูกน้องต้องเก่งกว่าเจ้านายครับ...