เอกลักษณ์ผ้าไหมลายโบราณ เมือง“ชลบท”

เส้นไหมใยฝ้าย
ช่างภาพ: 

วิทยาลัยการอาชีพจังหวัดขอนแก่น ได้ทำการสำรวจและศึกษาลายผ้าโบราณที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน ณ อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น สามารถจำแนกลายหมี่พื้นฐาน หรือ แม่ลายได้ทั้งหมด 7 ลาย ได้แก่ 1. ลายหมี่ข้อ 2.ลายหมี่โคม 3.ลายหมี่บักจับ 4.ลายหมี่กง 5.ลายหมี่ดอกแก้ว 6. ลายหมี่ขอ 7. ลายหมี่ใบไผ่ และยังสามารถแบ่งกลุ่ม ของการจัดวางลายได้เป็น 2 วิธี คือ การจัดวางแบบลายเดียวซ้ำกันทั้งผืน และการจัดวาง แบบมีเส้นแบ่งลายเป็นทางยาว มีทั้งทางด้านตั้งและด้านนอน เรียกเป็นภาษาพื้นบ้านว่า “หมี่คั่น” หรือ “หมี่ตา” ลวดลายผ้า“หมี่ตา” ที่พบในจังหวัดนี้มีทั้งผ้าไหมและผ้าฝ้ายมัดหมี่ ลายหมี่ใบพัด ลายหมี่กง ลายหมี่น้ำพอง ลายหมี่ขอ ลายหมี่งูเหลือมใหญ่ ลายหมี่ปราสาทเสกกษัตริย์ ลายหมี่แปบ ผสมขอปลาหมึก ลายหมี่โคมเก้า ลายหมี่คั่นตาล็อค ลายหมี่กงห้าลายผสมกงเจ็ดสาย ลายหมี่จี้เพชรสอดไส้ปลาไหล โดยส่วนใหญ่ใช้ทอเป็นผ้าผืน ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจำพวกเครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ อาทิ ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง ผ้าพันคอ ฯลฯ

อำเภอชนบทตั้งเป็นเมืองเมื่อปี พ.ศ. 2326 มีกวนเมืองแสน หรือพระจันตะประเทศเป็นเจ้าเมืองคนแรก ตามหลักฐานเดิมมีชื่อว่า “ชลบท” ซึ่งแปลว่าทางน้ำหรือเมืองที่มีน้ำล้อมรอบ บรรพบุรุษชาวชนบทมีชาติพันธุ์ไท-ลาวอพยพมาจากจากแคว้น(แขวง)จำปาสัก เมืองสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นแคว้นที่มีชื่อเสียงที่สุดในเรื่องการทอผ้าไหมประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้ศิลปะการทอผ้าไหมได้เผยแพร่ อนุรักษ์ และวิวัฒนาการเป็นมรดกตกทอดมาสู่รุ่นหลัง ปัจจุบันนี้อำเภอชนบทจัดว่าเป็นศูนย์รวมการทอผ้าที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดขอนแก่น ทุกอำเภอที่พบการทอผ้าจะได้รับการถ่ายทอดทางด้านลวดลายต่าง ๆ มาจากอำเภอชนบททั้งสิ้น ผ้าไหมมีหลายประเภท แต่ที่ขึ้นชื่อของอำเภอชนบทคือ ผ้าไหมมัดหมี่ ซึ่งมีการการเล่นสีอย่างจัดจ้านเพื่อผูกมัดย้อมจนพร้อมที่จะมาทอ โดยเฉพาะผ้ามัดหมี่ที่เรียกกันติดปากว่า "หมี่กะเทย" จะมีลายที่สวยงามและปราณีตมากและเป็นที่ต้องการของตลาด ลวดลายผ้าไหมมัดหมี่โบราณที่เป็นลายต้นแบบ อาทิ ลายหมี่กง ลายขันหมากเบ็ง (เรียกอีกชื่อว่า “ลายเชิงเทียน”หรือ “ลายขอพระเทพ”) เป็นลายไหมที่มีชื่อเสียงโดดเด่น ใช้สีที่เป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมคือ สีม่วง สีแดง สีเขียว สีเม็ดมะขาม ความประณีตของลาย และการทอผ้าแบบ 3 ตะกอ ทำให้ผ้ามีลักษณะหนา เนื้อผ้าแน่น ผ้าสองด้านมีโทนสีต่างกัน เป็นเอกลักษณ์พิเศษอย่างหนึ่งของผ้าไหมเมืองขอนแก่น

ผ้าหน้านาง (ท้องถิ่นอื่นเรียกว่า “ปูม” ซึ่งเป็นผ้าที่ทอขึ้นสำหรับเจ้านายใช้นุ่ง มีลักษณะแบบโจงกระเบน ในสมัยโบราณนิยมใช้ในเขตอีสานใต้ ในประเทศลาวแถบแขวงเมืองจำปาสัก และเขมร) นอกจากจังหวัดสุรินทร์ที่มีชื่อเสียงเรื่องการทอผ้าหน้านางหรือที่ชาวสุรินทร์เรียกกันว่า “ผ้าปูมเขมร”แล้ว การทอผ้าไหมมัดหมี่ “หน้านาง” ก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของการทอผ้าแบบหนึ่งของเมืองขอนแก่นด้วย ซึ่งได้มีการทอเลียนแบบมาจากผ้าต้นแบบซึ่งเป็นผ้าของเจ้าเมืองชนบทคนแรก ปัจจุบันผ้าผืนนี้ก็ยังปรากฏอยู่มีอายุกว่า 220 ปี เอกลักษณ์การทอผ้าหน้านางของเมืองขอนแก่นจะมีลวดลายสีสันวิจิตรพิสดาร เนื่องจากได้มีการนำลายโบราณมาประยุกต์เข้ากับลวดลายไทยใหม่ ๆ ที่คิดสร้างสรรค์ขึ้น “ผ้าหน้านาง เมืองขอนแก่น”ได้รับรางวัลชนะเลิศที่ 1 ของการประกวดผ้าไหมไทยประเภท “ผ้าปูม” เมื่อ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2536จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งทอโดยสุรมนตรี ศรีสมบูรณ์ เป็นช่างทอผ้าอำเภอชนบท