การพัฒนาที่ยั่งยืนและการนำเสนอ

รายงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ สำนักงาน กปร. ร่วมมือกับทาง ส.ท.ท. และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำหลักสูตรฝึกอบรม วิทยากรและการนำเสนอ เพื่อเผยแพร่และขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือ วพร. รุ่นที่ 3 และวิทยากรและการนำเสนอ เพื่อเผยแพร่และขยายผล การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือ วพร.ท. รุ่นที่ 1

ส่วนหนึ่งในหลักสูตรดังกล่าว กำหนดให้ศึกษาดูงานหัวข้อ "การพัฒนาที่ยั่งยืนและการนำเสนอ" ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน อีกด้วย

Plant Factory & Energy-Saving Greenhouse Technologies เป็นสถานที่การศึกษาดูงานแห่งแรก ด้วยจำนวนประชากรจีนที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีความต้องการอาหารเพิ่มตามตัว อีกทั้งยังประสบปัญหาในเรื่องทรัพยากรที่ดินที่ใช้เพื่อการเกษตรลดลง รวมถึงได้เกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติ ในปี 2011 จึงจัดตั้งเป็นสถานที่ในการค้นคว้าและวิจัยพัฒนา ด้วยการใช้ Artifact Light หรือแสงประดิษฐ์ ที่กำเนิดมาจากหลอดไฟชนิดต่างๆ ช่วยให้พืชพรรณเจริญเติบโตได้ดี โดยที่ไม่ต้องอาศัยแสงจากพระอาทิตย์ หรือแสงที่มาจากธรรมชาติอีกต่อไป

ในวันต่อมาเข้าพบกับ เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน วิบูลย์ คูสกุล กล่าวถึงความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ ว่า "...เป็นยุคของความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่ได้พัฒนามาถึงจุดที่ดีที่สุด ดูได้จากมูลค่าการค้า หรือดูจากตัวเลขนักท่องเที่ยว ซึ่งการปฏิสัมพันธ์หรือความสัมพันธ์ ที่เป็นรูปธรรมอย่างมากนั้น สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนที่สุด คือการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยการเยือนของผู้นำ ได้สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่น เพราะการเยี่ยมเยือนมากเท่าไหร่...ปัญหายิ่งน้อยลง ตรงกันข้ามยิ่งไปมาหาสู่น้อยเท่าไหร่...ปัญหายิ่งเพิ่มขึ้น ดังนั้น การไปมาหาสู่ของผู้นำประเทศ จึงเป็นเนื้อหาอย่างหนึ่งของความสัมพันธ์

...ระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา จีนได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศ นับตั้งแต่รัฐบาลรุ่นที่ 5 ขึ้นมา จีนไม่เน้นผลิตสินค้าราคาถูก หรือด้านการส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการหารูปแบบการพัฒนาใหม่ๆ ที่สามารถส่งจีนขึ้นสู่ความเป็นหนึ่ง ซึ่งจีนยังเป็นประเทศแรกๆที่ยังคงดำเนินเศรษฐกิจแบบเปิด แต่เน้นการเมืองแบบปิด

...ความชอบธรรมในระบอบของจีนขณะนี้ อยู่ที่ให้เศรษฐกิจโตขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ไม่กระทบความชอบธรรมระบอบของพรรค ซึ่งไม่เคยมีรูปแบบการบริหารมาก่อน แต่เป็นสิ่งที่ท้ายทายแก่ผู้นำจีน ทั้งขณะนี้ยังประสบปัญหาคอรัปชั่น จีนก็ดำเนินการปราบปรามให้หมดสิ้น เพราะถ้าไม่ปราบคอรัปชั่น...ประเทศจีนเจ๊ง แต่ถ้าปราบคอรัปชั่น พรรคคอมมิวนิสต์...เจ๊ง โดยสรุปปราบคอรัปชั่นให้ประเทศอยู่รอด แต่ขณะเดียวกันความอยู่รอดของพรรค...ก็สำคัญ ว่าไปแล้วพรรคคอมมิวนิสต์ก็อยู่มาถึงประมาณ 64-65 ปี ด้วยมีแต่พรรคคอมมิวนิสต์เท่านั้น ที่จะสามารถทำให้ประเทศจีน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน...ก็จริง สองมีแต่พรรคคอมมิวนิสต์เท่านั้น ที่จะสามารถให้จีนอยู่ดีกินดีได้โดยถ้วนทั่ว...ก็จริง และสาม มีแต่พรรคคอมมิวนิสต์เท่านั้น ที่จะสามารถพาประเทศจีนสู่ความฝันได้...ก็จริง ความฝันของจีน คือฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของประเทศ

...ความฝันของจีน รัฐบาลเป็นคนกำหนด เพื่อให้อยู่ดีกินดี จึงให้ชนชั้นกลาง ที่มีมากเกินกว่าครึ่ง ของจำนวนประชากร มารองรับการบริโภคภายใน ตามยุทธศาสตร์ของจีน ที่ไม่สามารถอาศัยการส่งออกได้อีกต่อไป จึงอาศัยจากการบริโภคภายใน-อาศัยภาคบริการ ที่มีสัดส่วนไม่ถึงครึ่งของ GDP สรุปก็คือว่า เป็นเป้าหมายของพรรคคอมมิวนิสต์จีน หลังจากที่อุดมการณ์ใช้ไม่ได้แล้ว จึงหันมาใช้เรื่องของชาตินิยม ซึ่งเป็นคำพูดคำแรกที่ว่า 'อ้ายกว๋อ' ชาตินิยม...การกระตุ้นให้รักชาติ สอง คำว่า 'ช่วงซิน' นวัตกรรมใหม่ๆ...การพัฒนาที่ต้องหนีระดับเดิมขึ้นไปอีก สามคำว่า 'เปาหรง' การยอมรับ...ยอมรับความแตกต่าง มีความอดทน ใจกว้าง และสุดท้ายคำว่า 'โห่วเต๋อ' ธรรมาภิบาล...การมีคุณธรรม ผู้นำ-ฝ่ายปกครอง ต้องมีธรรมาภิบาล ต้องมีทศพิธราชธรรม ซึ่งคำทั้ง 4 คำ อธิบายความเป็นจีน ได้ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต..."

วันสุดท้ายเดินทางสู่เขตผิงกู่ เพื่อเข้าชม Beijing CP Egg Products Co., Ltd. ในโครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมใหม่ ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน และกลุ่มธุรกิจเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อสร้างโครงการไก่ไข่ครบวงจร และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยสามารถเลี้ยงไก่ไข่ได้ถึง 3 ล้านตัว กับกำลังการผลิตไข่ไก่กว่า 5 หมื่นตันต่อปี

โครงการที่ร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศนั้น ได้มีมูลค่าของการลงทุนรวมราว 720 ล้านหยวน หรือประมาณ 3,600 ล้านบาท โดยที่มีเกษตรกรชาวจีนได้รับประโยชน์ จากการที่ได้ดำเนินโครงการ จำนวน 1,608 ครอบครัว หรือประมาณ 5,000 คน

โดยสรุป...หลักสูตรฝึกอบรมครั้งนี้ สอดคล้องต่อการขับเคลื่อน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของสำนักงาน กปร. ที่ให้ความสำคัญอีกประการหนึ่ง คือการขยายผล หรือการต่อยอด ให้เกิดคุณประโยชน์อย่างกว้างขวาง โดยเน้น "คน" เป็นเป้าหมายในการพัฒนา อาจประเมินด้วยภาพ ด้วยสถิติ หรือด้วยผลลัพธ์ ที่ได้เกิดขึ้นกับชุมชน

ดั่งผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร ได้แก่ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย สุรชัย ตันชัชวาล บอกเล่าถึงการดูงานในครั้งนี้ว่า "ก็รู้สึกดีใจอย่างมากครับ ที่ทางสำนักงาน กปร. จัดหลักสูตรฝึกอบรมนี้ขึ้นมา ซึ่งจะทำให้ผู้รับการฝึกอบรม สามารถนำสาระความรู้ที่ได้รับ ทั้งในการนำเสนอ เทคนิค หรือวิธีการต่างๆให้กับผู้คนทั่วไปรับทราบ หรือเกิดความสนใจ เกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ นอกจากความรู้ที่ได้ในการอบรมนั้น ยังทำให้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ในหลวงทรงงานเพื่อประชาชน จึงเกิดแรงบันดาลใจอย่างมาก...ต่อตัวผม ที่ทำให้ตั้งใจทำงาน ด้วยความเข้มแข็ง อดทน และต่อสู้

...สถานที่ดูงานที่ปักกิ่งแห่งแรก ให้รู้สึกทึ่งอย่างมากครับ กับนวัตกรรมของประเทศจีน ที่มีความพยายามดำรงชีวิต ในพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง ด้วยการปลูกพืชผักที่ไม่ใช้ดิน ขณะเดียวกันที่ได้ไปสถานทูต ท่านเอกอัครราชฑูต พูดคุยเกี่ยวกับความฝันของประเทศจีน ที่พยายามดำเนินการ ในเรื่องแรกการรักชาติ หวงแหนประเทศ หรือการเป็นชาตินิยม เรื่องต่อมาเรื่องนวัตกรรม โดยนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยให้เศรษฐกิจเติบโต และปิดท้ายกันที่ CP ก็ให้รู้สึกภูมิใจ เพราะเป็นบริษัทคนไทย ที่ทางรัฐบาลจีนได้ต้อนรับและให้ความร่วมมือ

...สำหรับความรู้ที่ได้รับจากการอบรม นอกจากได้เรียนรู้การเป็นวิทยากรและการนำเสนอ ยังสามารถสร้างเครือค่ายได้ด้วย เนื่องจากผู้เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ ได้มาจากองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กรมป่าไม้ กรมชลประทาน สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานปศุสัตว์ หรือเทศบาลเมือง ที่ดำเนินงานอย่างบูรณการ ตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประชาชนคนไทย"

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำแผนกผลิตรายการวิทยุ กรมกิจการพลเรือนทหาร พันตรีหญิง ฉัตรรพี พูนศรี กล่าวถึงการดูงานในครั้งนี้ว่า "ก็รู้สึกว่า...โชคดีมากเลยค่ะ ที่ได้รับคัดเลือกให้ร่วมฝึกอบรมในครั้งนี้ ในระยะเวลา 17 วันด้วยกัน แม้เป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร แต่คุ้มค่าอย่างมากค่ะ เมื่อได้รับฟังการบรรยาย จากผู้ทรงคุณวุฒิ ในเรื่องของการให้ความรู้ การเผยแพร่ หรือการนำเสนอ และที่สำคัญ...ทำให้ทราบถึงพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ ของพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย สิ่งหนึ่งที่ได้สัมผัสผ่านการฝึกอบรม คือเห็นในพระอัจฉริยภาพ ในหลากหลายแง่มุม ที่ต้องรู้จริง รู้ถึงอัตลัด รู้ถึงภูมิสังคม ในแต่ละภูมิภาค

...ในส่วนการมาดูงานที่ปักกิ่ง ก็ให้ทราบว่า จีนได้ตระหนักถึงทรัพยากร ที่เกิดความเสื่อมโทรม จึงให้ความสำคัญกับ Plant Factory ที่ประหยัดพื้นที่เพาะปลูก แล้วยังใช้แสงประดิษฐ์ เข้ามาช่วยในการทำเกษตร จึงบริโภคพืชผักแบบปลอดสาร เป็นอย่างที่ท่านเอกอัครราชทูตไทย กล่าวว่าจีนพยายามพัฒนา ให้มีความโดดเด่น พร้อมเปิดรับกับการลงทุนในหลายด้าน นอกจากนั้นได้ปลูกฝังการรักชาติ ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและรู้คุณค่า นี่คือแนวคิดหลักที่ได้ตกผลึก และส่งต่อไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ส่วนสถานที่ดูงานสุดท้าย คือโครงการของ CP ที่มาลงทุนในจีน ก่อนอื่นอยากบอกว่า รู้สึกภาคภูมิใจมากค่ะ ที่คนไทยมาบุกเบิก และลงทุนกับทางรัฐบาลจีน ในโครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมใหม่ ที่ชาวผิงกู่จะได้รับประโยชน์

...โดยส่วนตัวแล้ว ก็ได้ทำการผลิตรายการวิทยุ ที่มีหัวใจสำคัญๆ คือการเผยแพร่ในแนวพระราชดำริ รวมถึงมีเครือข่ายของรายการวิทยุ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ซึ่งจากประสบการณ์ต่างๆ ที่รับมาจากการฝึกอบรมนั้น ก็จะมีการส่งต่อถึงกันด้วย ขณะเดียวกันยังมีศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อันเป็นศูนย์บัญชาการทางทหาร ในการน้อมนำโครงการต่างๆ ขยายผลโดยตรงให้กับพี่น้องชาวไทย"

"การพัฒนาที่ยั่งยืนและการนำเสนอ" คือการพัฒนา...ที่เริ่มมาจากครอบครัว สะท้อนไปสู่ชุมชน ส่งผลต่อประเทศชาติ เมื่อเกิดความยั่งยืน ที่ยืนหยัดได้ด้วยตนเอง และก็พร้อมนำเสนอ เพื่อเผยแพร่ หรือต่อยอด ให้เกิดประโยชน์ในส่วนรวม