ผู้หญิง ผู้ทรงอิทธิพลในวงการบันเทิง รองศาสตราจารย์ สดใส พันธุมโกมล ศิลปินแห่งชาติ

บันทึกรายปักษ์

ผู้เขียนเคยอ่านในหนังสือ หรือนิตยสาร หรือดูรายการโทรทัศน์ในต่างประเทศ เขาชอบมีการจัดอันดับ ผู้ทรงอิทธิพล ในสาขาต่างๆมาเยอะ ก็เลยมานั่งคิดอยู่บ่อยๆว่า เอ๊ะ เราก็มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงแล้ว ถ้าหันมามองวงการบันเทิงบ้านเราล่ะ ผู้หญิงคนไหนนะ ที่จะเป็นผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลในวงการบันเทิงบ้าง คุณผู้อ่านคิดถึงใครคะ

ผู้เขียนเลยไปตั้งคำถามกับคนในแวดวงบันเทิง กับสื่อมวลชน กับน้องๆที่ทำงานในวงการบันเทิง ที่รู้จักมักคุ้นกันแบบขำๆว่า

คุณคิดว่า ผู้หญิงคนไหน เป็นผู้ทรงอิทธิพล ในวงการบันเทิงบ้าง

โดยที่ผู้เขียนมีธงปักอยู่แล้วว่าคิดถึงใคร และจะดูว่ามีใครบ้างไหมที่คิดเหมือนผู้เขียนบ้าง ซึ่งผู้เขียนก็ได้รับคำตอบมาแบบหลากหลาย ถ้าเป็นชายหนุ่ม คำตอบตอบส่วนใหญ่ ก็จะเป็น อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ไง เพราะดูจากความเซ็กซี่ และความร้อนแรงที่ยากจะหาใครมาทาบในหลายปีที่ผ่านมา อั้ม เป็นเจ้าแม่งานเปิดตัวสินค้าเป็นนางแบบโฆษณา เป็นนักแสดงที่มีงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ที่เรียกได้ว่างานชุกที่สุด ค่าตัวในการเป็นพรีเซ็นเตอร์แต่ละงาน แม้จะไม่มีใครยอมเปิดเผยว่าเท่าไหร่ แต่เอาเป็นว่า เราสามารถคำนวณรายได้จากจากกระเป๋าถือยี่ห้อ แอร์เมส ที่พี่เอผู้จัดการของเธอถือออกงาน แบบไม่ซ้ำสี ก็น่าจะเดาได้นะคะ

แต่ถ้าคนที่ชื่นชอบ น้องชม ชมพู่ อารียา เอ ฮาร์เก็ต ก็จะเถียงขึ้นมาทันทีว่า น้องชมจ้ะ ต้องน้องชม เพราะช่วงนี้ไม่ว่าจะเล่นละครเรื่องไหน ก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จ ล่าสุด ละคร ต้มยำลำซิ่ง ที่เล่นก็ดังไปทั่วประเทศ งานเปิดตัวสินค้า งานอีเว้นต์มีไม่เว้น งานชุกงานชุม ไม่แพ้อั้มเหมือนกัน ยิ่งช่วงหลังมาอยู่กับช่อง 3 ด้วยแล้ว แทบจะต้องใช้ภาพถ่ายตัดสินกันเลยทีเดียวว่าระหว่าง น้องชม กับน้องอั้ม ใครเป็นผู้ทรงอิทธพล ในหัวใจหนุ่มๆมากกว่ากัน

หากมองไปถึง ผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลในสายสื่อสารมวลชน ผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลในวงการสื่อบันเทิง ร้อยละเก้าสิบจะบอกว่า มองไปที่ คุณติ๋ม พรรณทิภา สกุลชัย เกือบ 20 ปีของ คุณติ๋ม พี่ติ๋ม หรือเจ๊ติ๋ม แล้วแต่สถานะความสนิทสนมของแต่ละคน ว่าจะเรียกเธอว่าอย่างไร ในเส้นทางเจ้าแม่สื่อบันเทิง คุณติ๋มประสบความสำเร็จอย่างสูง ยากที่ใครจะประสบความสำเร็จเท่าได้ รวมไปถึงการที่เป็นผู้หญิงที่มีเส้นสายในทางธุรกิจบันเทิงมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทโน้ต พับลิชิ่ง จำกัด ผลิตนิตยสารทีวีพูล , นิตยสารคุณหญิง, นิตยสารสไปซี่, หนังสือพิมพ์สตาร์นิวส์, นิตยสารสเปเชี่ยล, และ ยังเคเบิ้ลทีวี ช่องทีวีพูล และยังบินไกลไปเปิดทีวีดาวเทียมที่อเมริกาอีก ความเป็นผู้หญิงทรงอิทธพลของวงการ ก็เห็นได้ชัดจากงานฉลองครบรอบวันเกิดทีวีพูลทุกปี จะมีดาราและผู้ผลิตรายการบันเทิงจากทั่วสารทิศเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง งานการแจกรางวัล ท็อป อะวอร์ด ที่มี นิตยสารทีวีพูล เป็นแม่งานจัด ก็จะมี ดารานักร้องนักแสดง ผู้จัดละคร เจ้าของค่ายเพลง และคนในแวดวงบันเทิง ให้เกียรติไปร่วมงานอย่างคับคั่งทุกครั้ง และกิจการใดที่คุณติ๋มจะจับ ก็ดูจะไม่มีสิ่งไหนที่ไม่ประสบความสำเร็จและไปถามเถอะ ไม่มีใครไม่รู้จัก ติ๋ม ทีวีพูล

ผู้หญิงอีกท่านที่ติดโผ ของ ผู้เขียน ซึ่งยังมีใครหลายคนคิดถึงอยู่ คือ คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์ เจ้าแม่ แห่งช่อง 7 สี ซึ่งในหลายสิบปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าคุณแดง เป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการทีวีจริงๆ การเป็นผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สีนั้น ชี้นิ้วสั่งให้ใครเกิด หรือไม่เกิดก็ได้ ดารานำที่คุณแดงเลือกลงละคร เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่เกิด ว่ากันแบบนั้นเลยทีเดียว ใครจะไปขอเวลารายการโทรทัศน์ ในช่อง 7 ก็ต้องไปหาคุณแดงก่อน เพราะเรตติ้งของช่อง 7 สี นั้น ไม่ว่าจะสำรวจกี่ครั้ง ก็ยังคงเป็นที่หนึ่ง จะว่าไปทั้งชมพู่ อารียา และ อั้ม ก็เกิดมาจากน้ำมือคุณแดง

แต่เรื่อยมาจนถึงวันนี้ ผู้เขียนว่า คุณแดงยังจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลไปอีกนาน เพราะแว่วว่า เวลานี้จากช่อง 7 คุณแดง เธอไปจับมือกับช่อง 5 จัดประกวด มิสยูนิเวิร์ส ปีนี้แล้ว

ส่วนทางด้านวงการวิทยุ ถามใครๆ ไม่ใช่ดีเจเจ๊แหม่มนะคะ แต่หลายคนยังยกให้ พี่ฉอด สายทิพย์ ประภาสานนท์ เจ้าแม่ แห่ง เอ ไทม์ มีเดีย (แต่ผู้เขียนกลับคิดว่าเป็น วนิดา วรรณศิริกุล มากกว่า เพราะคลื่นข่าว 101 ของเธอวันนี้ มีอิทธพลมาก ทีเดียว)

ในสามทศวรรษที่ผ่านมาของวงการวิทยุ ชื่อของพี่ฉอด ไม่เคยหายไปจากหน้าปัดวิทยุเลย แม้ว่าพักหลัง จะมีสื่อทาง อินเตอร์ เน็ต มีส่วนแบ่งแย่งคนฟังวิทยุไปไม่น้อย และทุกวันนี้ เอไทม์ ต้องแตกบริษัท มุ่งไปจัดคอนเสิร์ต และเปิดบริษัททัวร์ พาคนไปเที่ยวแล้วก็ตาม ชื่อของพี่ฉอด ก็ยังคงเป็นหนึ่งในหัวแถวของวงการวิทยุ ที่ใครๆบอกว่าทรงอิทธิพลและวันนี้ ก็หัน ไปเปิดค่ายเพลง ส่งศิลปินเบอร์แรก โดยไปคว้าตัว ลิเดียมาจากอ้อมอกของอาร์เอสได้ก็แล้วกัน

บางคนก็บอกว่า อรพรรณ พานทอง สิ เป็นผู้หญิงทรงอิทธิพลตัวจริง เพราะบริษัท โพลีพลัส ของเธอ สามารถมีรายการออกอากาศได้ ในทุกช่องสถานีโทรทัศน์ ไม่เหมือนผู้จัดคนอื่นๆ ที่อยู่กับช่อง 3 แล้ว จะไปทำรายการให้ช่อง 7 ก็คงยาก แต่รายการของ โพลีพลัส สามารถ ออกอากาศได้ ในสถานีโทรทัศน์เกือบทุกช่อง และก็มีรายการเกือบทุกช่อง และมีดาราในสังกัดมากมาย และที่ทำให้มีอิทธพลมากไปกว่านั้น ก็น่าจะเป็นการเป็นศรีภรรยาของคุณสราวุธ วัชรพลแห่งหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐนั่นเอง มีอิทธิพลมั้ยล่ะ

นานาจิตตัง จะว่าไป มีผู้หญิงทรงอิทธิพลอีกหลายท่านในวงการบันเทิง ไว้ว่างๆค่อยมาไล่กันดูอีกทีนะ

แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว จะว่าไปผู้ที่สมควรที่จะเป็นผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการบันเทิง ไม่น่าจะมีใครเกิน ศิลปินแห่งชาติ ล่าสุดปี 2554 ใน สาขาศิลปะการแสดง (ละครเวทีและละครโทรทัศน์) นั่นคือ รองศาสตราจารย์ สดใส พันธุมโกมล หนึ่งเดียวคนนี้ของเมืองไทย

ทำไมผู้เขียนถึงกล้าฟันธงขนาดนี้ เพราะจากการที่ผู้เขียนได้ศึกษาประวัติของท่านแล้ว ยากยิ่งที่ใครจะมีประสบการณ์ ผ่านงานทางด้านบันเทิง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ และ มีลูกศิษย์ลูกหานับถือ และเดินตามรอยเท่าท่านนี้

ก่อนอื่น ลองมาดูรายชื่อผู้ที่เป็นลูกศิษย์ลูกหา บางส่วนกันก่อน เรียกว่ามีในทุกวงการทั้งวงการศึกษา วงการละครโทรทัศน์ ละครเวที ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้เขียนบท นักแสดง กันก่อน ซึ่งก็มีอาทิ ดารกา วงศ์ศิริ รองศาตราจารย์ อรชุมา ยุทธวงศ์ ชนประคัลภ์ จันทร์เรือง ดังกมล ณ ป้อมเพชร ในส่วนของวงการโทรทัศน์ และภาพยนตร์ ก็มีอย่าง สมรักษ์ ณรงค์วิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของช่อง 3 คณิต คุณาวุฒิ ผู้บริหาร ทรูวิชั่นส์ ประภาส ชลศรานนท์ วัชระ แวววุฒินันท์ และ ผุสชา โทณะวณิก แห่ง เจเอสแอล ฯลฯ นักแสดง นี่ไม่ต้องพูดถึง ไล่มาตั้งแต่ รุ่น ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ปวันรัตน์ นาคสุริยะ โน่น ทางด้าน ผู้กำกับที่เป็นลูกศิษย์ลูกหาท่านก็มีอาทิ ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล พิไลวรรณ บุญล้น อมรศรี เย็นสำราญ ยิ่งยศ ปัญญา ฯลฯ

นี่ยกมาเป็นบางส่วนเท่านั้นนะ ถ้าเอารายชื่อลูกศิษย์ลูกหาท่านมาลงจนหมด ไม่มีหน้ากระดาษพอแน่เลย เฉพาะที่เอ่ยนามมานั้น ต่างกุมบังเหียนธุรกิจบันเทิงแทบทุกแขนงไว้ทั้งสิ้น

ผู้เขียนมิได้เป็นลูกศิษย์ลูกหาท่าน แต่ก็แอบชื่นชมความสามารถท่านมานาน เพราะเวลาไปคุยกับใครในวงการบันเทิง ลองตั้งคำถามไปเถอะว่า มีใครเป็น ไอดอล หรือเป็นแบบอย่างในความสามารถ ในการทำงานบ้าง ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่า "อาจารย์ สดใส ค่ะ อาจารย์สดใสครับ" เป็นที่ยกย่องอย่างสูงของคนในวงการบันเทิง

ผู้เขียนโชคดีมากที่ได้มีโอกาส รู้จักกับน้อง จอย ดาริส ลูกสาวท่าน ก็รู้สึกยินดี และเป็นเกียรติมาก

แต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้ทรงอิทธพล "โดยที่ท่านไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย ก็อนุญาตนำประวัติบางส่วนของท่าน ที่ต้องเอามาเพียงบางส่วน เพราะผลงานของท่านนั้นมีมากเหลือเกิน มาบันทึก เผยแพร่ให้แฟนๆหญิงไทยได้ทราบไว้ตรงนี้

และก็ขอขอบคุณ น้องจอย ดาริส ที่ กรุณา ส่งรูปมาให้

รองศาสตราจารย์ สดใส พันธุมโกมล ปัจจุบันอายุ 78 ปี เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2486 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรสาวของ ศาตราจารย์ ศุภชัย วานิชวัฒนา ม.ว.ม. , ป.ช., ท.จ., ราชบัณฑิต (วิทยาศาสตร์ ชีวภาพ) มารดาชื่อ ประยงค์ศรี (ลักษณะสุต) อดีตนางเอก ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง เรื่อง เพลงหวานใจ สมรสกับ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ตรง พันธุมโกมล อดีตหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ ออโธปิดิกส์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักดนตรี ผู้เชี่ยวชาญ และอดีตประธานชมรมดนตรีสากลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านกล่าวเสมอว่า ครูทางด้านการแสดงในชีวิตของท่านคือ แม่ และครูทางด้านวรรณกรรม และดนตรี คือ พ่อ มีบุตรธิดา สามคนคือ ศุภยง ดาริส และดริน

การศึกษา จบอักษรศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยม) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Master of Arts in Theater จาก University of California at Los Angeles (UCLA)

ชีวิตในขณะที่ศึกษาวิชาศิลปะการละครอยู่ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น น่าสนใจ และน่าทึ่งมากค่ะ เรียนๆอยู่ก็ได้ทุน ได้เข้าไปทำงาน ได้เป็นนักร้องนักแสดงในสังกัดของบริษัทลิเบอร์ตี้และบริษัทฟ็อกซ์

ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตเรียนรู้อยู่ในสหรัฐนั้น ได้ทำงานด้วยความสามารถ ที่ผู้เขียนเชื่อว่า ยังไม่มีคนไทยหรือผู้หญิงไทยคนไหน ได้มีโอกาสทำงานที่หลากหลายในวงการบันเทิง ที่สหรัฐ เท่ากับรองศาสตราจารย์ สดใส พันธุมโกมล แน่นอน เรียกว่า ได้มีส่วนในการสร้างชื่อเสียงให้คนไทย ด้วยนะ

ขณะที่ทำงานและศึกษาอยู่ฟ็อกซ์นั้น รองศาสตราจารย์ สดใส พันธุมโกมล ก็ได้รับคำแนะนำ ทางด้านการแสดง จากดาราชื่อดังของ ฮอลลีวู้ดอย่าง จีน เคลลี ดารานักแสดง นักเต้น อย่าง ลูซิล บอลล์ ฯลฯ

รองศาสตราจารย์ สดใส พันธุมโกมล เคยมีอัลบั้มเพลงออกวางในสหรัฐด้วย ชุด Sondi Sodsai ในสังกัด ลิเบอร์ตี้ เรคคอร์ด มีเพลงเด่นๆ เช่น The Buffalo Song ซึ่งแปลจากเพลงขวัญใจเจ้าทุย The Siamese cay song พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ เรายังทำแบบนี้ไม่ได้เลย บี๋ เดอะสตาร์ ก็ทำแบบนี้ไม่เป็น

ยังมีอีกค่ะ ท่านยังได้แสดงทั้งภาพยนตร์จอใหญ่ ภาพยนตร์ชุดและรายการทางโทรทัศน์ อาทิ ภาพยนตร์ชุด Mike Hammer Adventures in Paradise รายการ The Lucy-Desi Comedy Hour , มีนักแสดง หรือดาราดังคนไหนในประเทศนี้ ทำแบบนี้ได้ ไม่มีเลยค่ะ

ทั้งยังได้รับเชิญจากผู้จัดงานประกวด ผ่านทางกงสุลไทยประจำลอสแองเจลีส ให้เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการประกวด Miss Universe และ ได้รับคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ให้เป็น Miss Friendship

นอกจากนี้ ก็ยังเคยเป็น ดีเจ กิตติมศักดิ์ รับเชิญ ไปเปิดเพลงของตัวเองด้วย กลับมาเมืองไทย ก็มาสร้างงาน ทำประโยชน์มากมายให้กับวงการศึกษาวงการการแสดง วงการละคร และภาพยนตร์

ท่านเป็นพหูสูตรในด้านศิลปะการละครสากลอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นด้านการแสดง การกำกับการแสดง การเขียน-ดัดแปลงบท ละครเวที ละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ รายการ วิทยุ รายการโทรทัศน์ การร้อง เต้นรำ และได้นำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ มาประยุกต์ใช้ในการสอน และพัฒนาศิลปะการละครสากลในประเทศไทยได้อย่างสมดุลกลมกลืนกับความเป็นไทย

ส่วนด้านการถ่ายทอดความรู้ด้านการแสดง เป็นผู้บุกเบิกการเรียนการสอนวิชาศิลปะการละครขึ้นในประเทศไทย โดยใช้หลักคิด ทฤษฎี องค์ความรู้และแนวปฏิบัติของการละครสากล ได้ก่อตั้งแผนกวิชาศิลปะการละครขึ้นในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นผู้จัดทำหลักสูตรของภาควิชาศิลปะการละคร เป็นผู้วางหลักสูตรวิชาการละครและการแสดงในสถาบันต่างๆ รวมทั้งเป็นผู้วางรากฐานการเรียนการสอนวิชาศิลปการละครทั้งด้านศาสตร์และศิลป์ให้กับสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา มัธยมศึกษา และวงการแสดง ระดับอาชีพของประเทศ เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนการแสดงของ สถานีโทรทัศน์ ไทยทีวีสี ช่อง 3 อีกด้วย

มีผลงานทั้งเขียนบท ดัดแปลงบทละครของต่างประเทศ กำกับการแสดง นักแสดง รวมทั้งงานประพันธ์เพลง-ดนตรี ผลงานละครเวทีเด่น ได้แก่เรื่อง YanKee Don't Go Home ตุ๊กตาแก้ว ยอดปรารถนา เกิดเป็นตัวละคร ผู้แพ้-ผู้ชนะ พรายน้ำ คนดีที่เสฉวน ฯลฯ

ช่วงที่ท่านมากำกับการแสดงละครโทรทัศน์ เรื่อง คำพิพากษา นั้น จำได้ว่า ทำเอาวงการโทรทัศน์ยุคนั้น ไปไม่เป็นก็เป็นเลยทีเดียว ด้วยความแปลกใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในวงการโทรทัศน์ ในปี พ.ศ.2527 ผลงานละครเรื่องคำพิพากษา ได้รับรางวัลเมขลา สาขาละคร ชีวิตยอดเยี่ยม ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และผู้แสดงประกอบชายยอดเยี่ยม

งานที่สำคัญ อีกชิ้นหนึ่งก็คือ การได้ถวายงาน การประพันธ์เนื้อร้องภาษาอังกฤษ เพลง แสงเทียน หรือ Candle light Blues ทูลเกล้า ฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2496

น่ามหัศจรรย์ กับความเป็น สดใส พันธุมโกมลจริงๆ เลยใช่ไหมคะ

คำให้คำโปรยไว้ในหนังสือ ศิลปินแห่งชาติว่า "มองให้เห็น ฟังให้ได้ยิน" สมัยนี้ คนเรามองอะไรก็ไม่เห็น ฟังอะไรก็ไม่ค่อยได้ยิน ก็เลยเก่ไม่เท่าท่าน ผู้เขียนคิดแบบนี้จริงๆ

และคุณผู้อ่าน เห็นด้วยมั้ยคะ กับการเป็นผู้หญิง ผู้ทรงอิทธิพลของวงการบันเทิงท่านนี้