ประวัติศาสตร์ของโลกกาแฟ

โน้ตบุ๊ค

"กาแฟ" กับ "บันนี่" เป็นเพื่อนที่คบหากันมาตั้งแต่วัยรุ่น เนื่องจาก "บันนี่" เริ่มดื่มกาแฟตั้งแต่ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัย และยังเป็นเพื่อนสนิทรักกันมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน และกลายเป็นสาวกคาเฟอีนเต็มตัวในวันนี้ แล้วจะไม่ให้ "บันนี่" สนใจที่มา...ที่ไปของโลกกาแฟได้อย่างไรล่ะคะ?

กาแฟโดยแหล่งกำเนิดแล้วเป็นพืชพื้นเมืองของอาพีซีเนีย (Abyssinia) และอราเบีย (Arabia) ถูกค้นพบในศตวรรษที่ 6 ราว ค.ศ.575 ในขณะที่บางคนหรือบางตำนานกล่าวว่ากาแฟเป็นพืชพื้นเมืองที่พบในเมืองคัฟฟ่า (Kaffa) ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศเอธิโอเปีย กาแฟจึงได้ชื่อเรียกตามจังหวัดนี้ บางตำนานกล่าวว่า มีชายหนุ่มชาวอาบีซีเนียหรือเอธิโอเปีย ชื่อคาลดี มีอาชีพเลี้ยงแพะ ทุกวันเขาจะนำฝูงแพะไปหาอาหารกินตามทุ่งนาและเนินเขาต่างๆ เมื่อเจอแหล่งหญ้าและพุ่มไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เขาจะปล่อยให้ฝูงแพะหากินตามสบาย ส่วนตัวเขาก็จะหาที่ร่มเพื่อนอนพักตามประสาหนุ่มขี้เกียจ ตกเย็นก็พาฝูงแพะกลับบ้าน วันหนึ่งเขาสังเกตเห็นความผิดปกติของฝูงแพะ หลังจากที่มันไปหากินแถวบริเวณเนินเขา ดูเหมือนว่ามันมีอาการกระปรี้กระเปร่าขึ้น เจ้าหนุ่มคาลดีจึงเริ่มจับตาดู ก็ตามไปพบว่า ฝูงแพะไปกินผลไม้ลูกเล็กๆสีแดงชนิดหนึ่ง ซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อน จากการเฝ้าสังเกตติดต่อกันหลายวัน เขาจึงสันนิษฐานว่าคงต้องเป็นผลไม้สีแดงนี้แน่ ที่ทำให้ฝูงแพะกระปรี้กระเปร่าขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เขาจึงเด็ดผลไม้นี้ติดตัวกลับบ้านและทดลองกินดู จากนั้น เขานำไปเล่าให้นักบวชที่อยู่ในหมู่บ้านฟัง เนื่องจากมีความรู้ทางสมุนไพร พระรูปนี้จึงได้นำผลไม้สีแดงลูกเล็กๆนี้ไปลอกเปลือกออก แล้วนำไปตากแห้ง ดื่มเป็นน้ำสมุนไพรและสังเกตความเปลี่ยนแปลงของตนเองดู ก็พบว่าความง่วงเหงาหาวนอนในระหว่างสวดมนต์ตอนเย็นได้หายไป และมีความกระปรี้กระเปร่าเข้ามาแทนที่ ทำให้การสวดมนต์สรรเสริญพระเจ้าในตอนเย็นมีชีวิตชีวาขึ้น จากนั้นการต้มผลไม้ลูกเล็กๆที่เรียกว่า "กาแฟ" นี้ก็ได้แพร่หลายไปสู่บริเวณใกล้เคียง

จากการค้นพบครั้งแรกในศตวรรษที่ 6 เรื่อยมาจนถึงศตวรรษที่ 16 การดื่มกาแฟและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ยังคงจำกัดอยู่ในวงแคบและอยู่ในมือของชาวอาหรับเท่านั้น พวกเขาหวงแหนเมล็ดกาแฟและเก็บเป็นความลับสุดยอด เมล็ดกาแฟที่จะส่งออกไปจำหน่ายให้พ่อค้าจะต้องผ่านการต้มสุกเสียก่อนเพื่อป้องกันการนำไปขยายพันธุ์ แต่ในที่สุดเมล็ดกาแฟที่เป็นของหวงแหนของชาวอาหรับก็ถูกมือดีชาวอินเดียลักลอบนำออกไปสู่โลกภายนอกจนได้ โดย นายบาบา บูดาน ผู้มีถิ่นพำนักอยู่ที่ไมซู ทางภาคกลางของประเทศอินเดีย ขณะเดินทางกลับจากการไปแสวงบุญที่กรุงเมกกะ เขาได้ลักลอบนำผลกาแฟสุกสีแดง 6-7 เมล็ด ซุกไว้ที่ผ้าคาดเอวและนำมาปลูกที่หลังบ้านของเขา เมื่อเติบโตขึ้นเขาได้แบ่งต้นกล้าที่เพาะได้ต้นหนึ่งให้แก่พ่อค้าชาวดัตช์ ซึ่งได้นำไปทดลองปลูกที่เกาะชวา และประสบผลสำเร็จ ต่อมาพ่อค้าชาวดัตช์ได้นำไปปลูกที่สวนพฤกษชาติในกรุงอัมสเตอร์ดัม ต้นกล้าในสวนพฤกษชาติแห่งนี้จึงกลายเป็นต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของกาแฟในยุโรป ส่วนต้นกล้าของ นายบาบา บูดาน ก็กลายเป็นต้นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ของต้นกาแฟในอินเดีย

ส่วนการขยายพันธุ์ไปยังทวีปอเมริกานั้น มีตำนานเล่าว่า ในปี 1723 มีทหารเรือชาวฝรั่งเศสชื่อกา
เบรียล แมทธิว เดอคิว ได้พยายามทะนุถนอมต้นกาแฟ 6 ต้น ที่เขานำลงเรือไปด้วย ในระหว่างเดินทางจากยุโรปไปยังทวีปอเมริกาโดยยอมสละน้ำจืดที่เก็บไว้ดื่มมารดต้นกล้ากาแฟเพื่อไม่ให้มันตาย แต่ก็ตายไปทีละต้น จนกระทั่งเรือเดินทางไปถึงเมืองมาร์ตีนิกในหมู่เกาะคาริบเบียน เขาก็เหลือต้นกล้าที่รอดตายมาเพียงต้นเดียว สามปีต่อมา ต้นกาแฟนี้ก็เริ่มผลิดอกออกผล 50 ปีให้หลัง ก็ได้ขยายพันธุ์ไปมากกว่า 20 ล้านตัน และต่อมาอีก 250 ปี ดินแดนแห่งนี้ได้กลายเป็นดินแดนที่ปลูกกาแฟมากเป็นอันดับ 1 ของโลก

เรื่องราวของกาแฟยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยเฉพาะการเดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อไร...อย่างไร ชนิดต่างๆของกาแฟ แล้วการดื่มกาแฟมีประโยชน์หรือให้โทษต่อร่างกายอย่างไร? ตลอดจนถึงศิลปะของการชงและเสน่ห์ของการดื่มกาแฟที่กลายเป็นแฟชั่นอย่างแพร่หลายในโลก ปัจจุบัน ซึ่ง "บันนี่" จะนำมาเสนอต่อในฉบับหน้า!