เทวดา

ในวังสวนจิตรลดา
ประสบการณ์ลี้ลับ

ในโลกใบนี้ที่ใดก็ตามที่สงบ ร่มเย็น เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเมตตาและพลังแห่งบุญ ที่นั่นย่อมมีหมู่นกกาบรรดาสรรพสัตว์มาอิงอาศัยอยู่อย่างมีความสุข ซึ่งไม่ใช่มีเพียงแต่สัตว์เท่านั้น แม้แต่หมู่เทพยดาก็ยังมาสถิต สถานที่ที่มีหมู่มวลเทวดามาสถิตอยู่มากมายในเมืองไทย สถานที่หนึ่งที่จะเล่าถึงนี้คือ "วังสวนจิตรลดา" หรือ "พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน"

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม คือพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นที่ยืนยันถึงเทวดาในวังสวนจิตรลดาว่ามีอยู่จริง หลวงปู่ชอบเมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตท่านจะเอ่ยถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถว่า "พ่อจ้าวหลวง" และ "แม่จ้าวหลวง" ซึ่งทั้งสองพระองค์เคยเสด็จพระราชดำเนินไปกราบนมัสการและทรงพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานของไปถวายสักการะเสมอ เช่น ดอกไม้ น้ำผึ้งบริสุทธิ์ และรถเข็น

มีเรื่องเล่าว่าคราวหนึ่งท่านราชเลขาธิการอัญเชิญพระราชกระแสมาว่าได้ทรงสร้างกุฏิไว้ในเขตบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ด้วยเป็นที่สงบ มีต้นไม้เรียงรายโดยรอบ มีลักษณะเป็นป่า ซึ่งหลวงปู่คงชอบทรงนิมนต์ขอให้หลวงปู่ไปพัก ณ กุฏินั้นบ้าง เมื่อเวลาที่ท่านเข้ามาในกรุงเทพฯ แต่เมื่อนำความกราบเรียนหลวงปู่ ท่านตอบว่า ท่านเคยอยู่แต่ในป่า เข้าไปในเขตพระราชฐานจะลำบาก เพราะพวกศิษย์ติดตามก็เป็นแค่คนบ้านนอก ไม่รู้ธรรมเนียมอะไร แล้วท่านก็ยิ้มแย้มพูดปลอบว่า "อยู่ข้างนอกก็แผ่เมตตา (ถวาย) ให้อยู่แล้ว แผ่ทุกวันให้ทุกองค์ในนั้น" และยังพูดต่ออีกว่า "ในนั้น...มีเทวดามากน้อ มาก...แน่นไปหมด"

นอกจากหลวงปู่ชอบ ซึ่งเป็นพระปฏิบัติผู้ฝึกจิตมาดีท่านจะ "เห็น" เทวดาในวังสวนจิตรลดาแล้วก็อาจจะมีบางคนมีโอกาสเห็นเทวดาในวังด้วย "ตาเนื้อ" แต่ก่อนที่จะเล่าเรื่องเทวดาให้ฟัง ก็ควรรู้ประวัติของวังสวนจิตรฯกันก่อน

"วังสวนจิตรลดา" หรือเรียกว่า "พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน" เป็นพระตำหนักในพระราชวังดุสิต เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2456 ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 บริเวณนี้สมัยก่อนเรียกว่า "ทุ่งส้มป่อย" ซึ่งเป็นทุ่งนาระหว่างพระราชวังสวนดุสิตกับวังพญาไท (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงนครบาลจัดสร้างพระตำหนักขึ้น โดยมีพระยาวิศกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลป์) เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างเพื่อทรงใช้เป็นที่รโหฐานสำหรับทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ รวมทั้งราชเสวกจะได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเป็นการส่วนพระองค์ โปรดเกล้าฯพระราชทานนามทุ่งส้มป่อยว่า "สวนจิตรลดา" พระราชทานนามพระตำหนักว่า "พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน" บริเวณรอบพระตำหนักมีการขุดคู และทำกำแพงรั้วเหล็กโดยรอบ มีประตู 4 ทิศ พระราชทานชื่อตามสวนจิตรลดาของพระอินทร์และท้าวโลกบาลคือ พระอินทร์อยู่ชมพระยมอยู่คุ้น พระวิรุณอยู่เจน และพระกุเวรอยู่เฝ้า

พระตำหนักสวนจิตรลดาฯสร้างเป็นตึก 2 ชั้น ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก รัชกาลที่ 6 ได้เสด็จมาประทับเป็นครั้งคราว เมื่อมีพระราชพิธีต่างๆ ก็ทรงกระทำที่พระตำหนักสวนจิตรลดาฯ เช่นเดียวกับพระราชวัง ต่อมาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชมณเฑียรสถานขึ้นใหม่เป็นที่ประทับที่วังพญาไท ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯให้ประกาศยกสวนจิตรลดาเป็นพระราชฐานอยู่ในเขตพระราชวังดุสิต

ในรัชกาลปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ใช้พระตำหนักสวนจิตรลดาฯเป็นที่ประทับถาวร และให้สร้างศาลาดุสิดาลัย เป็นอาคารอเนกประสงค์ สร้างโรงเรียนจิตรลดา เมื่อ พ.ศ.2501 เป็นสถานศึกษาชั้นต้น สำหรับพระโอรส พระธิดา และบุตรหลานข้าราชสำนัก ภายในพระตำหนักสวนจิตรลดาฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้เป็นสถานที่ทดลองโครงการทดลองส่วนพระองค์เกี่ยวกับการเกษตรเพื่อนำผลการศึกษาพระราชทานแก่ประชาชน เช่น โครงการข้าวจำลอง โครงการค้นคว้าวิจัยเชื้อเพลิงเขียว โครงการเลี้ยงปลานิล โครงการโคนม ฯลฯ

เรื่องเล่าของผู้เคยเห็นเทวดาในวังสวนจิตรลดาฯนี้เล่ากันมาจากเว็บพันทิพย์ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเรื่องจริงของผู้ที่พบเรื่องลี้ลับและนำมาเล่าสู่กันฟัง คนที่พบเหตุมหัศจรรย์นี้ได้เล่าว่า เขาชอบไปเดินเร็ว ออกกำลังกายที่หน้าวังสวนจิตรลดา ขณะที่เดินก็จะสวดมนต์และแผ่เมตตาไปด้วย แล้วก็มีอยู่วันหนึ่งที่เขาจดจำวันเวลาได้เป็นอย่างดี วันนั้นเขาก็เดินออกกำลังไปตามปกติ เดินไปสักพักพอถึงทางเลี้ยวมองไปเห็นขบวนชุดชาว ขบวนยาวเหยียด ทีแรกที่เห็นเขาคิดว่าคงเป็นขบวนกงเต๊ก ก็ยังคิดว่าที่นี่เขาปล่อยให้มีขบวนกงเต๊กผ่านมาได้ด้วยหรือ หรือว่าจะออกมาจากในวัง แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆก็เห็นชัดและรู้ว่าไม่ใช่ขบวนกงเต๊ก แต่เป็นคนใส่ชุดชาวเป็นผ้าบางๆเหมือนชุดครุยรับปริญญา แต่ปักเพชรทั้งชุด สวมหมวกทรงสูงสีขาวปักเพชรทั้งใบ เขายังคิดว่าในวังอาจมีงานแฟนซี คนปริศนาเหล่านี้เดินเรียงแถว มีผู้หญิงสูงอายุเดินนำทั้งขบวนเป็นผู้หญิงทั้งหมด มีผู้ชายเดินท้ายขบวนอยู่คนเดียว และทุกคนสวมเครื่องทรงแบบเดียวกันหมด

เขาเล่าต่ออีกว่า พยายามเพ่งมองว่าเพชรที่ปักนั้นเป็นเลื่อมหรือเปล่า แต่ยืนยันว่าไม่ใช่เลื่อม และขบวนนี้ก็เดินตรงไป ความที่มัวแต่มองตะลึงเหมือนถูกสะกด จึงไม่ได้ตามไปดูว่าไปที่ไหนกัน ใจหนึ่งยังคิดว่าหากตามไปแล้วจู่ๆพวกเขาหายแวบไปจะทำอย่างไร เพราะเป็นเรื่องแปลกอีกอย่างหนึ่ง คือบรรยากาศเวลานั้นไม่มีใครเลย แม้แต่รถซักคันก็ยังไม่มีวิ่งผ่าน นอกจากเขากับคนกลุ่มนี้เท่านั้น จึงชวนให้คิดว่าน่าจะเป็นเทพยดาในวัง ท่านมาปรากฏให้เห็นเพราะเขาแผ่ส่วนกุศลไปให้บ่อยๆ

ภูมิของเทวดานั้นมีหลายระดับชั้น เทวดาบางจำพวกก็อยู่ซ้อนภพในภูมิมนุษย์ เทพยดา ในวังสวนจิตรลดาก็คือกลุ่มที่เสวยบุญในเมืองมนุษย์ การได้จุติเป็นเทวดาเมื่อหมดบุญก็ต้องมาจุติหาที่เกิดใหม่ ใช่ว่าจะได้อยู่เป็นเทวดาเพื่อเสวยสุขได้ตลอดไป เมื่อหมดบุญวันใดก็ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกไม่รู้จบ

หากใครต้องการพบกับสุขที่แท้จริงอันเป็นนิรันดร์ ก็ต้องหาหนทางไป "นิพพาน" ให้ได้เท่านั้น