วันนี้คุณดื่มน้ำ (แร่) หรือยัง?

โน้ตบุ๊ค

น้ำ คือสิ่งที่ร่างกายต้องการเพื่อนำน้ำไปใช้ในกระบวนการต่างๆของร่างกาย เช่น ขับของเสียออกจากร่างกาย

แต่ก่อนการบริโภคน้ำไม่ใช่เรื่องซับซ้อน ในชนบทเขาก็ดื่มน้ำฝนหรือน้ำบาดาลกัน แต่ปัจจุบันผู้คนมีทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะคนเมืองที่แสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ชีวิต แม้แต่น้ำดื่มที่เขาอาจเลือกสิ่งที่พิเศษกว่าน้ำเปล่าธรรมดา หากแต่เป็นน้ำดื่มบริสุทธิ์จากเทือกเขาในต่างประเทศ และน้ำแร่จากแหล่งธรรมชาติในประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน

น้ำเปล่าเป็นน้ำบริสุทธิ์ ไม่มีสารอาหารใดๆเป็นโมเลกุลที่มีขั้ว ประกอบไปด้วยไฮโดรเจน 2 อะตอมและออกซิเจน 1 อะตอม ยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะไฮโดรเจน น้ำเป็นตัวทำลายชีวิตที่ดีมาก และร่างกายสามารถดูดซึมได้รวดเร็วและดีที่สุด เมื่อเทียบกับน้ำชนิดอื่นๆ ส่วนน้ำแร่ธรรมชาตินั้น แม้จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติแต่ก็มีความซับซ้อนอยู่พอสมควร

น้ำแร่ธรรมชาติ (Natural Mineral Water) หมายถึง น้ำที่ได้จากแหล่งน้ำใต้ดินในธรรมชาติ ซึ่งมีแร่ธาตุละลายอยู่ โดยมีต้นกำเนิดจากน้ำบนพื้นดินไหลซึมผ่านชั้นดิน และชั้นหินพร้อมทั้งดูดซับแร่ธาตุต่างๆลงไปขังในแอ่งน้ำใต้ดินและถูกแรงกดดันภายในโลกทำให้ผุดหรือพ่นขึ้นมาเป็นแหล่งน้ำบนผิวดินในรูปของน้ำพุร้อน บ่อน้ำร้อน และไอน้ำร้อน

น้ำแร่จะมีแร่ธาตุต่างๆ เป็นส่วนประกอบมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับชั้นหินที่น้ำไหลผ่าน โดยแต่ละแห่งจะมีแร่ธาตุแตกต่างกัน ส่วนใหญ่ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม โปแตสเซียมไบคาร์บอเนต คลอไรด์ และซัลเฟต ส่วนที่พบในปริมาณน้อย ได้แก่ ฟลูออไรด์ ซีลีเนียม และแมงกานีส

มาตรฐานของน้ำแร่เพื่อบริโภคที่ดีต้องมีคุณลักษณะใส ไม่มีตะกอน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีแร่ธาตุในปริมาณที่ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน ไม่พบเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคและมีปริมาณสารปนเปื้อนอันได้แก่กัมมันตภาพรังสี แอลฟา-บีตา และไซยาไนด์ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน น้ำแร่ที่นำมาบริโภคมีอยู่ 5 ประเภท คือ

  • น้ำแร่ประเภทไม่มีคาร์บอเนต หมายถึงหลังจากบรรจุแล้วมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่าหรือใกล้เคียงกับปริมาณที่มีอยู่ในแหล่งธรรมชาตินั้น
  • น้ำแร่ประเภทไม่มีคาร์บอเนต หมายถึงหลังจากบรรจุแล้วไม่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณที่จะทำให้เกิดการละลายของเกลือไฮโดรเจนคาร์บอเนตที่มีอยู่ในน้ำ
  • น้ำแร่ประเภทขจัดคาร์บอเนต หมายถึงหลังจากบรรจุแล้วมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าปริมาณที่มีอยู่ในแหล่งธรรมชาติ
  • น้ำแร่ประเภทเติมคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งกำเนิด หมายถึงหลังจากบรรจุแล้วมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าปริมาณที่มีอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ
  • และน้ำแร่ประเภทเติมคาร์บอเนต หมายถึงน้ำแร่ที่มีการเติมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการบรรจุ

นอกจากจะต้องพิจารณาถึงคุณภาพของน้ำแร่ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแล้ว ยังต้องคำนึงถึงด้วยว่าน้ำแร่นั้นมีคุณสมบัติใดเป็นพิเศษ เช่น มีสภาพเป็นกรดหรือด่าง (PH) สูง ถ้าดื่มบ่อยจะทำให้เสียสมดุลความเป็นกรดเป็นด่างของร่างกาย หรือน้ำแร่รสกร่อยเนื่องจากมีปริมาณโซเดียมคลอไรด์สูงมากกว่า 1,000 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร จะไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไตและความดันโลหิตสูง ส่วนน้ำแร่ที่มีปริมาณของแข็งที่ละลายได้สูงมากกว่า 1,000 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร อาจทำให้ปัสสาวะมากกว่าปกติ หรือมีซัลเฟตมากกว่า 600 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร อาจมีฤทธิ์ถ่ายท้อง สำหรับผู้ทำงานหนักหรือเป็นนักกีฬาที่สูญเสียเกลือแร่ต่อวันในปริมาณที่สูง การดื่มน้ำแร่ธรรมชาติที่มีปริมาณแร่ธาตุที่สมดุลและมีสภาพเป็นกลางในบางครั้งบางคราวจะช่วยชดเชยเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไปได้

ในประเทศไทยพบแหล่งน้ำพุร้อน 112 แห่ง กระจายอยู่มากที่สุดในภาคเหนือ รองลงมาคือภาคใต้ ภาคตะวันตกและภาคกลาง มีช่วงอุณหภูมิ 40-100 องศาเซลเซียส ค่าความเป็นกรด-ด่าง (PH) ระหว่าง 6.4-9.5 แหล่งน้ำพุร้อนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันตกส่วนใหญ่มีค่าฟลูออไรด์สูงมากกว่า 5 มิลลิกรัมต่อลิตร และมีกลิ่นกำมะถันค่อนข้างแรง ส่วนแหล่งน้ำพุในภาคใต้บางแห่งมีลักษณะเป็นน้ำเค็ม ส่วนในต่างประเทศ แหล่งน้ำแร่ที่มีชื่อเสียงได้แก่ ฝรั่งเศส ออสเตรีย ตุรกี ญี่ปุ่น และจีน

ต่อไปนี้หากใครอยากดื่มน้ำแร่ให้เสริมสร้างประโยชน์ต่อร่างกายไม่ใช่เพียงเพื่อตามเทรนด์ ก็ต้องศึกษาให้รอบคอบก่อนดื่มนะคะว่าเหมาะกับตนเองจริงๆ จะได้ไม่เสียเงินเปล่าและเพิ่มคุณประโยชน์แก่สุขภาพจริง