มหามิตรเมียนมาร์

วิถีไทย-วิถีอาเซียน

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์ให้ทัศนะตรงกันว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังมีทัศนคติไม่สู้ดีกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านการเรียนรู้เรื่องเล่าในอดีต แม้ในปัจจุบันกำลังจะเดินหน้าเข้าสู่เออีซีแล้วก็ตาม ความเป็นคู่สงครามระหว่างไทยพม่า และภาพลักษณ์จากแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาก่อคดีหฤโหด จนถึงการฆาตกรรมบนเกาะเต่า กลายเป็นบาดแผล สะกิดใจไม่สิ้นสุด

จะว่าไปแล้ว เมียนมาร์กับไทยนั้นใกล้ชิดกันมาก ไม่เช่นนั้นรัฐบาลทหารของ พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา คงจะไม่หมายตาเป็นประเทศแรกที่ไปเยือน ด้วยบรรยากาศกระชับพื้นที่จับมือจับไม้มองตาก็รู้ใจแบบคนที่อยู่ในแวดวงทหารมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน แถมตอนนี้เมียนมาร์กำลังเนื้อหอม ถ้าเป็นผู้หญิงก็ต้องบอกว่า หัวบันไดไม่แห้ง ฟังจาก นายพลเต็งเส่ง ประธานาธิบดีของเมียนมาร์ รายงานมีถึง 36 ประเทศ เข้าไปลงทุนกว่า 720 โครงการแล้ว โดยประเทศไทยเป็นอันดับ 2 แถมการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัฐบาลคราวนี้ยังได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเอ็มโอยูเป็นพิเศษถึง 3 ฉบับ ฉบับแรกว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง จังหวัดเชียงใหม่-เชียงตุง ลงนามระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และมุขมนตรีรัฐฉาน บันทึกความเข้าใจฉบับที่ 2ว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์-มะริด ลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และมุขมนตรีภาคตะนาวศรี และบันทึกความเข้าใจ ฉบับที่ 3ว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง จังหวัดระนอง-เกาะสอง ลงนามโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง และมุขมนตรีภาคตะนาวศรี

ชาวพม่าเปรียบแผ่นดินของตัวเองว่าเป็นแดนพรหมโลกหรือดินแดนที่อยู่ของพระพรหม ชื่อของพม่าหรือเบอรม่า แม้จะเปลี่ยนมาเป็นเมียนมาร์ ตั้งแต่ พ.ศ.2532 ก็แผลงมาจากคำว่า พรหม เทพองค์สูงสุดหนึ่งในสามของศาสนาฮินดู จากพงศาวดารฉบับหอแก้ว ชาวพม่าเชื่อว่าวงศ์กษัตริย์ของตนสืบเชื้อสายมาจากพวกศากยะของอินเดีย แต่นักชาติพันธุ์วิทยาทั่วไปกลับลงความเห็นว่า ประชาชนชาวบะมาร์ของพม่าคือเชื้อสายของผู้อพยพมาจากบริเวณมณฑลกังสู ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน แต่การรับพุทธศาสนาน่าจะมาจากชาวมอญเป็นผู้วางรากฐานขนบธรรมเนียมไว้ ตามตำนานระบุว่า ชาวมอญเป็นผู้วางศิลาฤกษ์เจดีย์ชเวดากองเมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว และมีการบูรณะต่อเติมเจดีย์หลายครั้งด้วยกัน การที่พุทธศาสนาในพม่าเจริญรุ่งเรืองเป็นเพราะพระเจ้าอโนรธาแห่งราชอาณาจักรพุกาม ทรงเลื่อมใสในพุทธศาสนานิกายเถรวาท ทรงอุปถัมภ์การสร้างพระเจดีย์ชเวซิกอง ที่เมืองเยาวน์อู รวมถึงสร้างศาสนสถานอีกมากมาย

ในเมียนมาร์จึงมีงานบุญใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา และความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทบทุกเดือนอย่างเหลือเชื่อ เอาแค่ใกล้สิ้นปีที่นักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางไปเยี่ยมเยือนได้ในเร็ววันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ก็จะมีงานNadaw เป็นงานฉลองเทศกาลนัต หรือผีหลวง ซึ่งจะจัดแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ทั้งก่อนและหลังวันเพ็ญ เป็นการเฉลิมฉลองให้แก่โลกแห่งจิตวิญญาณ คำว่า นัต มาจากภาษาบาลีสันสกฤตว่า นาทะ หมายถึงเทวดาผู้ปกปักรักษา เชื่อกันมาตั้งแต่โบราณราว 1,500 ปี ชาวพม่าได้สร้างศาลหรือบ้านเล็กๆไว้สักการะบูชานัต ในสมัยพระเจ้าอโนรธา ทรงนำพุทธศาสนามาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ยังไม่สามารถขจัดความเชื่อเหล่านี้ไปได้ ถึงขั้นทรงใช้มาตรการปราบอย่างรุนแรง แต่ชาวพม่าก็ไม่ยอมละทิ้งความเชื่อ ทรงนำเอานัตตนที่ 37 มีนามว่า ตะจะมิน เข้ามาเป็นกษัตริย์ของนัตทั้ง 36 ตน และผ่อนปรนให้ชาวบ้านนับถือบูชานัต ปัจจุบันความเชื่อเหล่านี้จึงยังคงมีอยู่ ชาวพม่าจะบูชานัตด้วยการถวายอาหารดอกไม้ และเครื่องประดับ มีทั้งนัตประจำหมู่บ้าน ประจำต้นไม้ ทุ่งนา นัตที่เป็นเทวดาเก็บเกี่ยว เทวดาแห่งลมและฝน

ระหว่างธันวาคม-มกราคมจะ มีงาน Pyatho เป็นงานฉลองเจดีย์ในเมืองต่างๆทางพระพุทธศาสนา ทำบุญสังฆทาน งานรื่นเริงในวัด แข่งเรือ แข่งม้าแกลบ มายากล ตลาดนัด และมหรสพที่ขึ้นชื่อคือ งานฉลองวัดอนันดา ที่พุกาม งานฉลองเจดีย์ชเวดากอง ที่ย่างกุ้ง

วัดอนันดา เป็นวัดที่มีวิหารใหญ่ที่สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขเด็จยื่นออกไปทั้ง4ด้านแผนผังเหมือนไม้กางเขนแบบกรีก ซึ่งต่อมาเป็นสถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม สร้างโดย พระเจ้าจันสิทธะ ในพ.ศ.1634 จุดเด่นที่ชวนพิศวงคือช่างได้ทำช่องส่องแสงสว่างเข้าไปในวิหารเฉพาะให้ตรงองค์พระประธานสว่างเปล่งปลั่งมองเห็นแต่ไกล แม้ตัววิหารจะทึบ และมีผนังถึง 2 ชั้น กลับไม่มืด เพราะมีช่องแสง และชาวพม่าเล่าขานกันว่าพระพุทธรูปประจำทิศของที่นี่เหมือนมีชีวิตจริง พระโอษฐ์เหมือนจะแย้มสรวลเมื่อดูอยู่ไกลๆ แต่พอเข้าใกล้พระโอษฐ์กลับดูบึ้งตึง น่ากลัว เป็นวัดที่มีวิหารงดงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นชิ้นเอกของวัดในพุกาม

ส่วนเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมียนมาร์มาช้านานในฐานะพระเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง คำว่า ชเว หมายถึงทองคำ ส่วนดากองหรือตะเกิง เป็นชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง หมายถึงอวสานแห่งสงคราม หรือการสิ้นสุดของสงคราม ตามโบราณราชประเพณีกษัตริย์พระองค์ใดจะขึ้นครองราชย์บัลลังก์จะต้องถวายทองคำหนักเท่ากับน้ำหนักของพระองค์เพื่อนำมาห่อหุ้มองค์พระเจดีย์ องค์เจดีย์มีความสูงจากพื้น 326 ฟุต รอบองค์พระเจดีย์ มีเจดีย์ขนาดเล็กเรียงรายอยู่มากมาย ชเวดากองห่อหุ้มด้วยทองคำสะท้อนสีเป็นประกายเหลืองงามอร่ามตาไปทั่วเป็นที่น่าอัศจรรย์ ชาวพม่าจะจุดธูป เทียน ถวายดอกไม้ บริจาคเงิน แต่จะเพิ่มเติมด้วยการถวายฉัตรกระดาษเงินกระดาษทอง เมื่อนมัสการแล้ว ก็ควรเดินประทักษิณ คือเดินเวียนขวา 3 รอบ ถือเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นมงคลสูงสุด รอบเจดีย์จะมีซุ้มเล็กๆประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะพม่าทำด้วยหินอ่อนสีขาวขุ่นปางมารวิชัย ข้างหน้ามีบาตรน้ำมนต์ใหญ่บรรจุน้ำเต็มตลอด มีเจ้าหน้าที่คอยเติม รวมทั้งยังมีซุ้มเทวดาและสัตว์มงคลประจำวันเกิดให้สักการะเสี่ยงทาย ปิดท้ายด้วยการสรงน้ำพระตามจำนวนอายุปีของตน

ภาพ พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วันที่ไปสักการะพระเจดีย์ชเวดากอง สวมสูทถอดรองเท้า มีคนสนิทกางร่มกันฝนจึงให้อารมณ์เป็นที่ยิ่ง สื่อมวลชนที่ตามไปทำข่าวเป็นสาวช่อง 7 สี ดีใจยิ่งกว่าได้แก้ว ครั้งแรกในชีวิตที่ได้มาเมียนมาร์ เมื่อมาให้ถึงต้องการกราบสักการะพระเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านเมืองของเมียนมาร์แห่งนี้ คงสมใจนึกแล้วนะน้อง

ชาวพม่าซึ่งได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่ยึดมั่นในพุทธศาสนาคำสอนอย่างเหนียวแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถือธรรมเนียมว่าผู้ชายทุกคนจะต้องครองผ้ากาสาวพัสตร์อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ส่วนผู้หญิงจะบวชเป็นชี โกนผม แต่ไม่โกนคิ้วเช่นเดียวกับพระ นุ่งห่มสีชมพูอ่อนหรือส้ม ออกบิณฑบาตตอนรุ่งเช้าทุกวันเช่นเดียวกับพระสงฆ์ แต่พระสงฆ์พม่าสามารถบิณฑบาตได้ตลอดวัน โดยหลังเที่ยงวันไปแล้วจะบิณฑบาตเป็นเงินแทนอาหาร ในเมียนมาร์จึงสามารถมองเห็นพระสงฆ์เดินอยู่โดยทั่วไป บาตรพระจะมีน้ำหนักเบาทำด้วยไม้ไผ่ลงรักสีดำขนาดใหญ่กว่าบาตรพระไทย

ความใฝ่ฝันของชาวเมียนมาร์ยังมีอีกว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตควรจะได้เดินทางไปจาริกแสวงบุญ สักการบูชามหาบูชาสถานสำคัญสูงสุด 5 แห่ง สักการบูชาได้ครบทั้ง 5 แห่งจึงจะตายตาหลับ นอกจากเจดีย์ชเวดากอง ที่กรุงย่างกุ้ง ซึ่งเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุรวม 8 เส้นของพระพุทธเจ้า ถือเป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณของชาวพุทธแห่งลุ่มน้ำอิระวดี ตามด้วยเจดีย์ชเวซิกอง พุกาม เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามหาราชพระองค์แรก ผู้รวบรวมชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่น ชเวซิกอง แปลว่า เจดีย์ทองที่ตั้งอยู่บนพื้นทราย เจดีย์ชเวมอดอร์ หงสาวดี หรือที่พม่าเรียกว่า ไจก์มุเตาแห่งบาโก เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุรวม2เส้น ไจก์มุเตาแปลว่า เจดีย์จมูกร้อน เพราะเจดีย์มีความสูงมากจนต้องแหงนหน้าเพื่อมองไปที่ยอด ทำให้จมูกร้อนเพราะแสงแดดแผดเผา พระมหามุนีแห่งวัดยะไข่ มัณฑะเลย์ เป็นพระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องแบบกษัตริย์ปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง3เมตร เป็นที่ยอมรับว่ามีพุทธลักษณะงดงามที่สุดองค์หนึ่ง มหามุนี แปลว่า มหาปราชญ์ หล่อขึ้นในราว พ.ศ.688 เล่าขานกันว่าพระพุทธเจ้าทรงประทานลมหายใจให้พระมหามุนีเป็นตัวแทนสืบทอดพระพุทธศาสนา ชาวพม่าจึงเชื่อว่าพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ มีลมหายใจจริง จึงมีพิธีล้างพระพักตร์ในทุกเช้ามืดของทุกวัน และพระธาตุอินแขวน "ไจก์ทิโย" เมืองไจก์ทิโย เชื่อกันว่าพระอินทร์เสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์เพื่อนำพระธาตุมาแขวนไว้ให้ผู้มีบุญกราบไหว้

ถึงแม้จะยังไม่มีโอกาสได้ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 5 แต่ชาวมอญและพม่าแทบทุกคนจะต้องมีรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างน้อย 3 สิ่ง เคลือบพลาสติกพกพาติดกระเป๋าเป็นสิริมงคลอยู่เสมอ คือ พระมหาเจดีย์ชเวดากองย่างกุ้ง พระมหามุนี มัณฑะเลย์ และพระธาตุอินทร์แขวน ไจก์ทิโย

ส่วนใครจะดั้นด้นไปหา หมอดูอีที ที่แม่นเหมือนตาเห็น นั่นเป็นความเชื่อส่วนตัว ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ตามหลักพุทธศาสนิกชน เห็นผลแน่นอน