อลังการหอเงิน ณ หอศิลป์สุทฺธจิตฺโต

หัตถศิลป์ถิ่นไทย
ช่างภาพ: 

เป็นเวลาใกล้ค่ำแล้วที่เราเดินพลัดหลงเข้าไปในถนนวัวลาย ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหาร้านอาหารสำหรับมื้อเย็น ป้ายแผ่นเงินขนาดใหญ่สลักลวดลายดุนชื่อ วัดหมื่นสาร เด่นสะดุดตา ใกล้กันนั้น มีป้ายบอกทางไป "หอศิลป์สุทฺธจิตฺโต" 100เมตร แม้ท้องจะร้องเบาๆ แต่ความอยากรู้อยากเห็นมีกำลังมากกว่า จึงลากขาสองข้างของเราให้เดินตามทางนั้นไป

ในท่ามกลางความมืดที่เริ่มโรยตัวห่มคลุมอาณาบริเวณวัด ภาพหอศิลป์ขนาดใหญ่ที่เกิดจากฝีมือช่างเครื่องเงินชาวเชียงใหม่วิจิตรตระการตา งดงามแจ่มชัดอยู่เบื้องหน้า คล้ายใครจำลองภาพวิมานสวรรค์ชั้นฟ้าในอากาศ ลงมาให้ชม เราเกิดความปีติเต็มตื้นทุกก้าวที่สาวเท้าเข้าไปใกล้ๆ โอ้! แม่เจ้า แค่เราซื้อสร้อยเงินเส้นเล็กๆเส้นเดียว ราคาก็หลายร้อยแล้ว แต่อาคารแห่งนี้ก่อสร้างและประดับประดาด้วยเงินแท้เกือบทุกตารางเมตร ราคาคงมากมายมหาศาล ยิ่งรังสรรค์ด้วยฝีมือสล่าช่างเครื่องเงินผู้รับภูมิปัญญาสูงค่าจากบรรพบุรุษ คุณค่าแห่งความงดงามอลังการนี้ยิ่งมากมายเกินประมาณค่าได้

คุณจิราวรรณ กาวิละ โอคาโมโตะ เขียนถึงการก่อสร้างหอศิลป์สุทฺธจิตฺโต ไว้ว่า...เดิมเรียกหอแห่งนี้ว่า " หอเงิน" และ "ศาลาโลหะ 3 ครูบา" เพราะเป็นที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ครูบาอินตา อินทปัญโญ (ครูบาอินต๊ะ) และ พระครูโอภาสคณาภิบาล (ครูบาบุญปั่น ปุญญาคโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดหมื่นสาร ผู้มีคุณูปการเป็นที่เคารพรักและศรัทธาของชาวบ้านวัวลาย

ริเริ่มสร้างจากดำริของ พระครูสุทธิจิตตาภิรัต เจ้าอาวาสวัดหมื่นสารในปัจจุบัน ร่วมกับคณะกรรมการวัด และคณะศรัทธาวัดหมื่นสาร ร่วมคิดและจัดหาทุนดำเนินการ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2545โดย ครูบาดวงดี สุภัทฺโท (อายุ 95 ปี ในขณะนั้น) วัดท่าจำปี อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน

ด้านหน้าหอมีต้นมะขามเก่าแก่อายุหลายร้อยปีปลูกอยู่ การก่อสร้างเป็นแบบล้านนาประยุกต์ ตัวหอก่ออิฐถือปูน ฉาบ และประดับด้วยโลหะดุนลายทั้งหลัง ออกแบบโครงสร้างโดย อำนวย นันตากาศ ส่วนลวดลายประดับหอศิลป์ จิรศักดิ์ กาวิละ ช่างเงินบ้านวัวลายนำลวดลายที่เป็นลายพื้นเมืองล้านนาดั้งเดิม อันเป็นเอกลักษณ์เครื่องเงินบ้านวัวลาย ดุนลายโลหะประดับตกแต่งภายในและภายนอกหอศิลป์ โดยมีช่างฝีมือชาวบ้านวัวลายทั้งชาย-หญิง หลายคนช่วยกันตอกลาย ซึ่งต่อมา จิรศักดิ์ กาวิละ ได้รับการยกย่องให้เป็น บุคคลดีเด่นด้านศิลปวัฒนธรรมเป็น "เพชรราชภัฏ-เพชรล้านนา สาขาการดุนลายโลหะ" จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประจำ พ.ศ.2548

ลวดลายที่ปรากฏในหอศิลป์ ได้แก่ ลายเวสสันดรชาดก ลายรามเกียรติ์ ลายเทวดา ลายเทพนม ลายสิบสองราศี ลายแส้ ลายดอกกระถิน ลายเครือเถา สร้างสรรค์สื่อถึงประวัติความเป็นมาของชาวบ้านวัวลาย ตั้งแต่การอพยพจากเมืองปั่น ลุ่มแม่น้ำคง (สาละวิน) รัฐไทใหญ่ฝั่งประเทศพม่าปัจจุบัน ภาพวิถีชีวิตของชาวบ้านวัวลายในอดีต จนถึงลวดลายประวัติการสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ ของ ครูบาเจ้าศรีวิชัย "นักบุญแห่งล้านนา" รวมทั้งภาพประวัติการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระธาตุดอยสุเทพ และเทพเจ้าแห่งศิลปะและความสำเร็จที่บรรดาช่างเงินบ้านวัวลายให้ความนับถือ เช่น พระศิวะ พระพิศเณศ ฯลฯ

การออกแบบหอศิลป์สื่อถึงดินแดนอันสุขสงบและศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่อยู่ของอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ยอดหลังคาประดับด้วยฉัตร7 ชั้น ลายรอบนอกประกอบด้วยเทวดาที่ปกปักรักษาหอศิลป์ ต้นไม้ ดอกไม้ และสัตว์ต่างๆ ในป่าหิมพานต์ ถือเป็นลายโบราณชั้นสูงที่ทำได้ยากยิ่ง ช่างฝีมือต้องมีความชำนาญ เป็นยอดฝีมือขั้นสูงสุดและยากที่สุด โดยเฉพาะลายนูนสูงรูปเหมือน รูปคน รูปยักษ์ เทวดา สัตว์จากป่าหิมพานต์ ต้องใช้ความประณีต สัดส่วนได้มาตรฐาน มีรายละเอียดมากมาย

"หอศิลป์สุทฺธจิตฺโต" เป็นผลงานที่ลูกหลานช่างเงินบ้านวัวลาย มีความภาคภูมิใจได้แสดงถึงความกตัญญูกตเวทิคุณต่อบรรพบุรุษช่างเงินที่ได้ฝากภูมิปัญญาวิชาชีพช่างเงินให้ลูกหลานได้ยึดเป็นอาชีพมาถึงปัจจุบัน และเป็นการน้อมสักการะ3ครูบา ผู้มีสัมมาปฏิบัติ มีคุณูปการต่อพุทธศาสนิกชนทั่วทุกแห่งหน เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรัก ความศรัทธา ความสมานสามัคคี และเป็นเกียรติประวัติที่ลูกหลานชาวบ้านวัวลายได้ร่วมสร้างและจรรโลงศิลปะเครื่องเงินบ้านวัวลายให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป