พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ

พระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมด้วยมหาบารมีแห่งทาน
มรดกธรรม

ลานอีเดนชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้รับการเนรมิตให้เป็นวิหารเทพวิทยาคม มีซุ้มอภิมหาบารมี พระพิรุณ พระอินทร์ประทับบนคอช้าง 33 เชือกบุษบก มองเบื้องสูงจะแลเห็นรูปปั้นพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ พระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมด้วยมหาบารมีแห่งทาน ในขณะนั่งยองๆ ซึ่งเป็นบุคลิกประจำตัวที่พุทธศาสนิกชนเห็นอยู่เจนตา ในขณะที่ด้านหลังรูปปั้นประดับด้วยแก้วใสเป็นรูปใบโพธิ์ซ้อนกัน 4 ชั้น พิธีมอบมรดกธรรม "วิหารเทพวิทยาคม" แหล่งเรียนรู้พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งหลวงพ่อคูณได้นำมาสั่งสอนและให้เป็นคติธรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตให้แก่สาธุชนและประชาชนทั่วไป เน้นความรู้ที่เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ทุกวัย เป็นธรรมะที่สนุก และเพลิดเพลิน เปิดให้เข้าชมอย่างสมบูรณ์เต็มรูปแบบแล้ววันนี้

พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ (ดร.พม.โกวิท อภิญญโญ) เจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ภาณุ แย้มศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา สมฤดี ชาญชัย ผู้อำนวยการภูมิภาค ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมทรง สัจจาภิมุข ตัวแทนสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เกรียงไกร จารุทวี รองประธานคณะกรรมการวัดบ้านไร่ และผู้อำนวยการโครงการอุทยานธรรมวิหารเทพวิทยาคมพร้อมด้วย มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ดารานักแสดงและนักปฏิบัติธรรม ร่วมเสวนา "มรดกธรรมหลวงพ่อคูณ" เพื่อเฉลิมฉลองเกียรติคุณความดีและบารมีของหลวงพ่อคูณ เผยแพร่หลักธรรมพระพุทธศาสนา รวมทั้งแบ่งปันประสบการณ์ปฏิบัติธรรมอันนำไปสู่การสร้างความสุขความเจริญในชีวิต ทั้งนี้ จูน-จุตติมา ภิญโญภาณุสกุล ทำหน้าที่พิธีกรในงานแถลงข่าว มรดกธรรม หลวงพ่อคูณ ที่ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

พระครู ศรีปริยัติวิสุทธิ์ กล่าวอำนวยพรในฐานะตัวแทนลูกศิษย์หลวงพ่อคูณ ฝ่ายสงฆ์ เข้าร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์อันมีค่ายิ่งในการเผยแผ่มรดกธรรมที่หลวงพ่อคูณยึดมั่นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างจริงจัง ในพระพุทธศาสนามีหลักยึดเหนี่ยว 3 หลัก หลักการศึกษาปริยัติธรรม หลักปฏิบัติด้วยการลงมือกระทำ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ หลวงพ่อคูณ ในวัย 91 ปี (เกิดวันที่ 4 ตุลาคม 2466) บวชมาแล้ว 70 ปี คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า สวดได้ทั้งหมด ทั้งการสวดเดินหน้า และการสวดถอยหลัง เป็นการสวดมนต์ด้วยความศรัทธา ด้วยความรัก เราต้องศึกษาแบบอย่างของหลวงพ่อคูณ แบบไม่มีข้อสงสัย เมื่อเรียนวิชาฝังตะกรุดกับครูบาอาจารย์ ท่านไม่เคยตั้งตัวเองเป็นเกจิอาจารย์ ท่านให้ความเคารพหลวงพ่อคง ท่านยกมือไหว้เมื่อนั่งรถผ่านทั้งเส้นทางขาไปและขากลับบนถนนที่มีรูปปั้นหลวงพ่อคง

หลวงพ่อคูณเป็นแบบอย่างในเรื่องการศึกษาอย่างจริงจัง ด้วยท่านลงมือปฏิบัติ ด้วยการออกธุดงค์ ด้วยชีวิตเป็นเดิมพัน ฝากมรดกธรรมด้วยการไม่ยึดติด มีปัจจัยก็ยกให้ เมื่อมาอย่างไร เปล่าอย่างไร กลับไปก็เปล่าอย่างนั้น ในช่วงปัจฉิมวัย ท่านใช้ชีวิตอยู่วัดบ้านไร่ ท่านเป็นนักสอนธรรมะด้วยการปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่าง มีคนเอาเงินมาให้ท่าน ท่านหยิบเงินใบเดียวที่มีค่าน้อยที่สุด คนที่ให้เงินหลวงพ่อก็บอกว่าให้เงินทั้งหมดนี้แก่หลวงพ่อ ท่านพูดว่า "กูพอแล้ว" ถ้าเราหูไม่ตึงย่อมเข้าใจ เงินที่มีค่าน้อย แต่เมื่อรวมกันแล้วมีจำนวนมากไปทำประโยชน์ได้ การบริจาคไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไข ไม่จำเป็นต้องหวัง ลาภ ยศ สรรเสริญ ท่านกล้าสร้างวัดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประเทศจีน เมืองซัวเถา ที่ลาว ที่เกาะลังกาวี โดยปราศจากเงื่อนไข

ในช่วงบั้นปลายชีวิตของหลวงพ่อคูณ ในวัย 91 ปี ท่านยังมีสุขภาพแข็งแรงให้ลูกศิษย์ลูกหาร่วมกันสร้างวิหารพระเทพวิทยาคม ไม่ใช่วิหารธรรมดา แต่เป็นพระไตรปิฎกที่มีชีวิต บรรดาลูกศิษย์สนองบารมีหลวงพ่อคูณ ทั้งนี้สังขารร่างกายมนุษย์มีระยะเวลา พระวรกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีอยู่เป็นพันๆปีนั้น พระพุทธเจ้าอยู่กับเรา ทรงแต่งตั้งพระศาสดา เมื่อหลวงพ่อละสังขารด้วยวัย บุญบารมีวิหารธรรมพระไตรปิฎกจะช่วยกันอนุรักษ์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาธรรมะนำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก

หลวงพ่อคูณได้ฝากข้อคิดสำคัญไว้ 3 ประการ 1. ให้เชื่ออย่างที่หลวงพ่อคูณเชื่อในเรื่อง บุญ สวรรค์ นรกมีจริง "อาตมารับใช้หลวงพ่อคูณเป็นปีที่ 28 ยังไม่เคยเห็นหลวงพ่อคูณสงสัย ถ้าชาติหน้ามีจริง มึงจะไปถ้าทำไม พรุ่งนี้ก็คือชาติหน้าของวันนี้ ชาติหน้ามีจริง จึงบอกว่าจะชาตินี้ชาติเดียว ชาตินี้ท่านยากจนเรียนไม่จบชั้นประถมปีที่ 4 นักธรรมไม่ถึงชั้นเอก ได้เห็นคนยากคนจนนอนโรงพยาบาลตามขอบระเบียง จึงบริจาคเงินช่วยสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน ดังนั้น ขอยากจน และขอโง่เพียงชาตินี้ชาติเดียว ขอเกิดเป็นมหาเศรษฐีอีก 25 ชาติ เรากล้าที่จะเชื่อหรือไม่"

2. หลวงพ่อคูณกล้าที่จะลงมือกระทำ กล้าที่จะหยิบยื่นเงิน 400 ล้านบาทโดยไม่เสียดาย เพื่อทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน 3. ตลอดชีวิตที่ผ่านมา หลวงพ่อคูณไม่เคยตำหนิติฉินนินทาใคร อย่าทำบาปทางปาก อยู่ดีๆไปนินทาคนอื่น ถ้าเคยทำก็ให้หยุดนิ่งเสีย อุทยานฯมหาวิหารนี้บรรดาลูกศิษย์รวมเงินสร้างเพื่อเป็นมรดกของชาติ ศาสนา โลกของหลวงพ่อมองเห็นการณ์ไกลให้ธรรมะอย่างเดียวด้วยการสร้างเป็นวิหารธรรมเป็นจุดท่องเที่ยวของคนทั่วโลกที่ศึกษาเรื่องธรรมะที่มีคุณค่า มีวิทยากรฝึกอบรมอธิบายเรื่องพระไตรปิฎกจารึกอยู่ในวิหารนี้ ใครที่ต้องการศึกษาธรรมะ ก็ใช้เวลาที่นี่ได้ครั้งละ1-2 ชั่วโมง หรือจะนานกว่านั้นได้ตามอัธยาศัย

การคล้องหลวงพ่อที่ใจ คล้องเหรียญ คือคำสั่งสอนเป็นแบบอย่าง มีครั้งหนึ่งหลวงพ่อคูณได้รับนิมนต์ไปที่กระทรวงศึกษาธิการ มีผู้เข้าร่วมงานเป็นระดับด็อกเต้อร์จำนวนมาก ได้นิมนต์เชิญหลวงพ่อคูณกล่าวให้โอวาท "เออ กูดีใจกับมึงที่นิมนต์กูมา แต่กูสอนมึงไม่ได้ เพราะมึงมีดีกรีเป็นด็อกเต้อร์ กูจบแค่ ป.4 กูจะเปรียบเทียบพวกมึงเป็นครูเสมือนต้นไม้ นักเรียนเสมือนเป็นเครือ ต้นไม้ตรง เครือตรง ต้นไม้สูง เครือก็สูง ต้นไม้คด เครือก็คด ต้นไม้เตี้ย เครือก็เตี้ย"

"หนึ่งในคำสอนของหลวงพ่อคูณที่อยู่ในใจชาวโคราชมาเสมอ นั่นคือการทำตัวให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่นั้นง่าย แต่จะสร้างสมบุญให้มีบารมีนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องเป็นผู้ให้ด้วยธรรมอันบริสุทธิ์จริง หลวงพ่อคูณเป็นพระอาจารย์ นอกจากเป็นผู้ทรงคุณทางไสยเวทย์ แต่ในด้านธรรมะ หลวงพ่อคุณยิ่งมีความเป็นเลิศ โดยให้ความสำคัญต่อการศึกษาหาความรู้และการปฏิบัติกรรมฐาน เน้นเรื่องการมีสติ ระลึกรู้ พิจารณาอารมณ์ต่างๆที่มากระทบเพื่อให้รู้เท่าทันในอารมณ์ และใช้ความคิด ปัญญา เพื่อไม่ให้เกิดความหลง เพราะทุกสิ่งนั้นไม่เที่ยงเป็นทุกข์ การที่อาตมาได้อุปัฏฐากรับใช้หลวงพ่อคูณเป็นบุญตัว การที่ได้นิมนต์มาในครั้งนี้ ขออวยพรให้ทุกท่านในที่นี้ประสบความสุขความเจริญทุกท่านเทอญ"

ภาณุ แย้มศรี กล่าวว่า "หลวงพ่อคูณได้รับฉายานามเป็นนักบุญแห่งที่ราบสูง เทพเจ้าแห่งอีสานใต้ ใครที่ได้เหรียญหลวงพ่อคูณ ได้พรมน้ำมนต์เคาะกะโหลกเป็นสิริมงคลต่อตัวเอง ตลอดระยะเวลาที่หลวงพ่อคูณได้บวชในบวรพระพุทธศาสนารวม70พรรษา ได้บำเพ็ญวัตรปฏิบัติที่เปี่ยมล้นด้วยมหาบารมีทาน สละทรัพย์สร้างสาธารณะประโยชน์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยากเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นศาสนสถานโรงพยาบาล โรงเรียน และสถานที่ราชการต่างๆมาโดยตลอด เนื่องในวาระศุภวัฒนมงคลครบ91ปี และ70พรรษาในบวรพระพุทธศาสนาของ พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ที่จะเวียนมาบรรจบ ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2557 ก็จะเป็นอีกครั้งที่หลวงพ่อคูณได้ตั้งจิตมั่นที่จะมอบวิหารเทพวิทยาคมให้เป็นมรดกธรรมแห่งพระพุทธศาสนาสืบไปชั่วลูกหลาน"

ภาณุกล่าวว่าคำขวัญของจังหวัดนครราชสีมา "เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน" หลวงพ่อคูณพูดเสมอว่าไม่ใช่พระนักเทศน์ ท่านเป็นพระที่พูดไม่เก่ง พูดกูมึง ตีความในสิ่งที่พูดแสดงได้หลายอย่าง ท่านลงมือทำและเชื่อในสิ่งที่ได้ปฏิบัติ ท่านพูดเสมอว่ายิ่งเอา จะยิ่งอด แต่ถ้าให้หมด จะยิ่งได้ ถ้ายิ่งโลภ รับมาแล้วไม่ให้คืน ก็ไม่เข้ามา เมื่อรับมาแล้วมาสร้าง มาทำให้เกิดประโยชน์กับผู้คนรอบข้าง ถ้ารับมาแล้วไม่ให้ต่อ เจ้าของจะได้บุญได้อย่างไร ท่านมีวิถีปฏิบัติสมถะที่เรียบง่าย เครื่องใช้ไม้สอยก็เป็นไปตามฐานานุรูป ทุกครั้งที่ท่านได้เงินมาแล้วก็จะให้ต่อทั้งหมด ท่านจะต้องหาเหตุในการทำทานให้ได้ครั้งละหมื่นบาท/วัน ในช่วงที่หลวงพ่อคูณอายุ 77ปี บรรดาลูกศิษย์ลูกหารวบรวมเงินได้ 4,000 ล้านบาท ท่านได้ให้กับสังคมมาแล้วมากมาย ทำเพื่อให้คนหมู่มากได้ประโยชน์ วัดบ้านเกิดที่ตำบลกุดพิมาน เป็นพื้นที่ยากจน ด่านขุนทดพื้นที่ราบสูง มีเทือกเขาดงพญาเย็นเป็นตัวกั้นพายุฝน พื้นที่แห้งแล้ง โคราชในสมัยที่ท่านเป็นพระหนุ่มๆ ท่านนำชาวบ้านขุดสระ ใช้แรงงานคน เมื่อมีลูกศิษย์มากขึ้น ได้เงิน 72 ล้านบาท นำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็พระราชทานคืนทั้งหมด มอบให้กรมชลประทานพัฒนาแหล่งน้ำมากมาย สร้างประปา บ่อบาดาล สร้างโรงเรียนด่านขุนทด สร้างวิทยาลัยเทคนิค สร้างโรงพยาบาล ซื้อเครื่องมือแพทย์ เนื่องจากโคราชเป็นศูนย์กลางภาคอีสาน มีผู้เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นสูงมาก หลวงพ่อคูณจึงรับอุปถัมภ์ทำเพื่อคนหมู่มาก รวมถึงการสร้างสิ่งก่อสร้างสาธารณกุศลมากมาย ถนนหนทาง สะพาน ศาลาว่าการ อำเภอ โรงพัก รถสายตรวจ รถกู้ชีพ เงินทั้งหมดนี้ก็ด้วยเงินบริจาคจากลูกศิษย์เพื่อให้คนหมู่มากได้ประโยชน์ ทำให้เกิดบุญกุศลสร้างศรัทธายิ่งขึ้นๆ"

มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ดารานักปฏิบัติธรรม เปิดประเด็นด้วยคำพูดที่ว่าปลื้มหนอ ปีติหนอ แม้ว่าเธอจะไม่ใช่ลูกศิษย์ของหลวงพ่อคูณที่ใกล้ชิด แต่โดยส่วนตัวแล้วมีความศรัทธา มีที่ปฏิบัติธรรมะในการสืบสานพุทธศาสนา โดยเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ฝากเสาหลักพระพุทธศาสนา พระภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา การที่มีวิหารเทพวิทยาคมเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงธรรมะ เป็นเรื่องควรอนุโมทนาบุญว่า วิหารมีแต่ความสุขและกุศล ผลที่ได้จากการนำหลักธรรมะมาใช้ในชีวิตว่า "ธรรมะทำให้ใจสงบ และเกิดปัญญา ทำให้รู้ว่าผลที่ไม่ดีนั้นขึ้นอยู่กับการกระทำของเราเอง คำว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มีจริงๆ การเรียนรู้ธรรมะทำให้รู้ว่า ควรใช้ชีวิตอย่างไร ควรเดินไปทางไหน ชีวิตนั้นก็จะมีแต่ความสุขและก็สันติสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มงคลชีวิต 38 ประการ เป็นหลักธรรมที่ง่ายต่อความเข้าใจและการนำไปใช้ อยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองทำกัน เชื่อว่าทุกคนทำได้หากตั้งใจเรียนรู้และฝึกจริงจัง"

"การรักษาศีล 5 ศีล ปกติ มนุษย์ คน คือฝูง หากประเทศของเรามีมนุษย์รักษาศีล5 เป็นจำนวนมากประเทศนั้นย่อมมีความเจริญรุ่งเรือง เราทำตัวให้เป็นมนุษย์ใจสูงรักษาศีล 5 อยู่เสมอ ก็มีความสุขแล้ว ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ชีวิตคุณก็มีความสุขแล้ว" มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ กล่าวจบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

เกรียงไกร จารุทวี กล่าวว่า "ผมไม่ได้เป็นลูกศิษย์เก่าแก่ของหลวงพ่อคูณ ผมพบท่านเมื่อปี 2552 ได้กราบท่านเป็นครั้งแรกในชีวิต ท่านพูดว่า มึงไม่ทำแล้วใครจะทำ การสร้างวิหารต้องรอให้เกิดความสามัคคี ทั้งศิลปิน ชาวบ้าน ผมทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ประสานงานเท่านั้น สัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้า คือ ดอกบัว จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปปางลีลาโปรดชาวบ้าน และอัญเชิญรูปปั้นหลวงพ่อคูณ คู่กันไว้บนดาดฟ้า ท่านปรารภว่าอยากฝากธรรมะให้ประชาชนทั่วโลกเข้าใจธรรมะแบบง่ายๆ เหมือนกับคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามีคำสอนตามจริตนิสัยของคน เป็นการตอบโจทย์ที่ค่อนข้างยาก"

"เรื่องธรรมะต้องอ่านพระไตรปิฎก เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เมื่อรำลึกถึงพระพุทธองค์แล้ว แต่ยังไม่มีผู้ใดนำพระไตรปิฎก 3 ภาค จาก 547 ชาติ มาจัดแสดงไว้ให้เข้าใจธรรมะง่ายๆ โดยเฉพาะใครจะจดจำ 84,000 พระธรรมขันธ์ได้ทั้งหมดนั้น สิ่งที่จะจูงใจให้ได้เห็นได้ยินผ่านสิ่งสวยงาม ศิลปะร่วมสมัยทุกแขนงทุกรูปแบบมองใกล้มองไกลให้เห็นถึงความสวยงาม ผ่านการถ่ายทอดเข้าใจได้ง่าย การเล่าเรื่องผ่านมัคคุเทศก์ให้ความสำคัญกับการได้เห็นได้ยินนำเรื่องราวที่หลวงพ่อคูณฝากไว้เป็นมรดกธรรมมาเล่าถ่ายทอดให้ได้รับฟังกัน ที่นี่พื้นที่สองหมื่นตารางเมตร ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีครึ่ง ชาวบ้านที่อยู่รอบวิหารมีส่วนร่วมงาน กับศิลปินเป็นจำนวนร้อยมารวมกันเพื่อให้งานใหญ่ครั้งนี้สำเร็จสวยงาม ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวและศึกษาธรรมะควบคู่กันไปด้วย"

วิหารเทพวิทยาคมก่อสร้างขึ้นด้วยปณิธานอันยิ่งใหญ่ของหลวงพ่อคูณที่ต้องการจะให้เป็นวิหารที่เป็นศูนย์รวมของพระธรรมวินัยในพระไตรปิฎก หรืออีกนัยหนึ่งคือ ดินแดนที่รวบรวมพุทธประวัติ พระวินัย และพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงไว้ทั้งหมด วิหารเทพวิทยาคมนี้ จึงเป็นสถานที่แห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่นำเอาพระไตรปิฎกมาแสดง และให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป สมกับที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า เมื่อเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้วให้ถือเอาพระธรรมวินัยของพระพุทธองค์เป็นศาสดาตลอดไป พระธรรมวินัยในพระไตรปิฎกจัดแสดงไว้ในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย สวยงาม สนุก และเพลิดเพลินด้วยรูปแบบการนำเสนอผ่านงานศิลปะร่วมสมัย และการจัดแสดงด้วยเทคนิคสมัยใหม่ โดยจุดเด่นอีกประการของวิหารนี้ คือ สถาปัตยกรรมแบบโมเสก ด้วยฝีมือเหล่าศิลปิน และแรงศรัทธาของชาวบ้านท้องถิ่นที่มีต่อหลวงพ่อคูณ ช่วยการสร้างสรรค์ บรรจงติดกระเบื้องเซรามิค จำนวนมากกว่า20ล้านชิ้น ส่งผลให้เป็นวิหารเซรามิคที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

สำหรับผู้ที่สนใจวิหารเทพวิทยาคม ตั้งอยู่ที่ "วัดบ้านไร่" หรือ "วัดหลวงพ่อคูณ" ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เปิดให้เข้าเยี่ยมชมและสักการะอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. ผู้สนใจสอบถามข้อมูล หรือสำรองการเข้าชมเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 08-1617-2122 หรือ www.watbaanrai.com

สมฤดี ชาญชัย กล่าวว่า "วิหารเทพวิทยาคม มรดกธรรมของหลวงพ่อคูณแห่งนี้ จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาที่สำคัญของภาคอีสาน สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมะของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ทุกคนในเมืองไทยต้องไป ถ้าพลาดแล้วเป็นเรื่องน่าเสียดาย บางคนไม่สามารถไปแสวงบุญที่พุทธคยาได้ ก็สามารถเดินทางไปท่องเที่ยววิหารเทพวิทยาคมแหล่งเรียนรู้พระธรรมคำสอนพระพุทธเจ้า เพราะเป็นการท่องเที่ยวที่มีเรื่องราว ไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ให้ทั้งความสุขและความสบายใจ ปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจในศาสนา วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม และเป็นการร่วมสร้างสังคมที่ดีตามแนวคิด "คุณธรรมนำสังคม" อีกทั้งกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เกิดการตื่นตัวต่อการเห็นความสำคัญของรากฐานวัฒนธรรมภายในชาติ นอกเหนือจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดการหมุนเวียนก่อให้เกิดรายได้สู่ท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาค"

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาอีสานจำนวน 26 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นคนไทย มีชาวต่างประเทศจำนวนล้านกว่าคน วิหารเทพวิทยาคมเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เปิดมาแล้ว 10 เดือน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว 6.5 แสนคน ได้รับคำสอนดีๆ ในระหว่างเส้นทางยังสามารถท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆได้ แล้วเดินทางมาทำบุญที่วิหารเทพวิทยาคมของหลวงพ่อคูณ สร้างพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ เที่ยวแบบเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสายธรรมะ ท่ามกลางธรรมชาติที่วัดบ้านไร่ มีข้าวเหนียวที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุด

สมทรง สัจจาภิมุข รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า "ผลการศึกษาพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวชาวไทยล่าสุดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พบว่า วัตถุประสงค์หลักของการท่องเที่ยว อันดับ ๒ ของคนไทย คือ การไหว้พระ ปฏิบัติธรรม รองจากอันดับแรก คือ การเยี่ยมญาติ หรือเพื่อน รวมทั้งเมื่อดูกิจกรรมระหว่างการท่องเที่ยวแล้ว สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น ทำบุญ นมัสการศาสนสถาน นั่งสมาธิ วิปัสสนา เป็นอันดับ ๒ รองจากอันดับแรก คือ การท่องเที่ยวทั่วไป เช่น กินอาหาร ซื้อของ ดังนั้น การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะ จึงเป็นกลุ่มที่น่าจับตามอง และควรได้รับการสนับสนุน และพัฒนาอย่างเป็นระบบ และแบบแผน รวมทั้งเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่างๆตามเส้นทางเข้าไว้ด้วยกัน"

ในระหว่างการแถลงข่าว สัมพันธ์ สารารักษ์ ธนากร สารารักษ์ และศิลปินอีกหลายคนที่มีส่วนร่วมในการวาดภาพพุทธประวัติวิหารเทพวิทยาคม ช่วยกันวาดภาพลายเส้นบนแผ่นกระดาษเป็นการสร้างบรรยากาศภายในงานเรียกความสนใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากนั้น พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ (ดร.พม.โกวิท อภิญญโญ) กดปุ่มพร้อมคณะร่วมกันเปิดนิทรรศการ "มรดกธรรม หลวงพ่อคูณ" จัดแสดงความรู้และแก่นแท้พระพุทธศาสนาซึ่งปรากฏใน "วิหารเทพวิทยาคม" มรดกธรรม ที่หลวงพ่อคูณประสงค์ให้สร้างขึ้นเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาอย่างมั่นคงสถิตสถาพรสืบไป พร้อมกับนำชมนิทรรศการมรดกธรรม วิหารเทพวิทยาคม แหล่งเรียนรู้ธรรมและแก่นแท้พุทธศาสนาที่จำลองมาให้เข้าชมภายในงานนี้

นิทรรศการภายในงานนำมรดกธรรมของ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นข้อคิดในการดำเนินชีวิต

"ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคต" "ทำอย่างไรกูจึงจะช่วยให้คนเหล่านี้พ้นทุกข์ได้" "กูให้พวกมึงรู้จักพอเพียง เกิดมาแล้ว รักความสงบให้มีศีลธรรมไว้ประจำใจทุกๆคน โลกจะได้อยู่ชุ่มกินเย็น" "เงินเป็นทาส กูไม่ยอมเป็นทาสเงิน" "กูดีใจที่เกิดมาเป็นคนจน เพราะได้สร้างทานบารมี ถ้ากูเกิดมาเป็นคนรวย ป่านนี้คำว่าบุญก็ไม่รู้จักกัน" "การทำตัวให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่นั้นง่าย แต่จะสร้างสมบุญให้มีบารมีนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องเป็นผู้ให้ด้วยธรรมอันบริสุทธิ์" "กูจะทำให้ชาวบ้าน เพื่อตอบแทนข้าว น้ำที่เขาให้กูกินทุกวัน กูไม่เคยยินดียินร้ายในลาภ ยศ สรรเสริญ" "เราไม่ได้อยู่กับคนชั่ว แต่อยู่กับคนดี ให้นึกว่าพระมากับเรา จะทำชั่วไม่ได้ อย่าทำตัวผิดศีลธรรม ผิดจารีตประเพณี โดยทำเฉพาะทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท" "กูทำดี เขาจึงให้ของดีๆมา" "ยิ่งเอา มันยิ่งอด ยิ่งสละให้หมด มันยังได้" "เกิด แก่ เจ็บตาย เป็นเรื่องธรรมดาของคน ก็ในเมื่อเกิดมาแล้ว เรารับโรคมาด้วย มันก็เจ็บป่วยอยู่อย่างนี้แหละ" "ของดีกูมีแต่ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พวกมึงเอาไว้ได้เลย" "กูให้พวกมึงรู้จักพอ คนโลภมาก รู้จักเอาชนะใจคนเรา"