พลิกโฉมทรัพยากรชีวภาพท้องถิ่น

สู่ "ผลิตภัณฑ์ชุมชน" สมัยใหม่ โดดเด่น โดนใจ และยั่งยืน
ที่นี่รายการเพื่อคุณภาพชีวิต

ของฝากของที่ระลึกจากเพื่อนรักนักเดินทาง ที่จะมีติดไม้ติดมือมาฝากเสมอคือ "สินค้าพื้นบ้าน" หรือผลิตภัณฑ์จากชุมชน พร้อมกับเรื่องเล่าถึงความเป็นมาอันน่าประทับใจ กว่าจะมาเป็นสิ่งของเหล่านี้ได้ ไม่ใช่ง่ายๆนะ ชาวบ้านเขาต้องตั้งใจและมีความเพียรพยายาม มุ่งมั่น เพราะนี่คือ "ภูมิปัญญาของคนไทย"

นักวิชาการใช้คำว่า "ทรัพยากรชีวภาพ" ชาวบ้านเรียกกันง่ายๆว่า "ของพื้นบ้าน"

เมื่อเร็วๆนี้ ดิฉันได้รับเชิญไปฟังการสัมมนาเรื่อง "การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรชีวภาพเพื่อความยั่งยืน" มีผู้ประกอบการจากวิสาหกิจชุมชน 4 กลุ่ม มาบอกเล่าประสบการณ์ของตนที่ต้องเพียรพยายามคิดค้นหา ทรัพยากรชีวภาพในพื้นถิ่น ที่จะนำมาสร้างสรรค์ได้ การเข้าสู่กระบวนการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ของตนจากรูปแบบเดิมๆที่เคยเห็นชินตา เรียบง่าย ไม่สะดุดตา หรือมีความโดดเด่น ลูกค้ามองแล้วผ่านเลยไปไม่สนใจซื้อสินค้า ไม่มีการหมุนเวียนในเชิงธุรกิจเกิดขึ้น

ความน่าสนใจอยู่ที่เกิดการ พลิกโฉมของสินค้าพื้นบ้าน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยใช้ทรัพยากรชีวภาพที่มีอยู่แล้วในพื้นถิ่น นำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดูดี มีรสนิยม ทันสมัย โดดเด่น สะดุดตา น่าซื้อน่าใช้ มั่นใจได้ในคุณภาพภาพของสินค้าที่ผลิตขึ้นจากการนำภูมิปัญญาไทยมาต่อยอดให้เป็นมรดกสู่รุ่นลูกหลานสืบต่อไป นำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด และมีความสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ภายในงานได้มีการจัดแสดงผลงานหรือผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาแล้วของผู้ประกอบการ และการเจรจาธุรกิจ การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นโดยความร่วมมือของ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Ismed) ผู้ดำเนินการโครงการศึกษาเพื่อยกระดับ และสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยการสนับสนุนของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. เรียกกันทั่วไปว่า เบโด้ (Bedo) จัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

ศุภสิทธิ์ จำปาวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มแผนงานพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน สพภ. เปิดเผยว่า เบโด้ (Bedo) เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ให้การสนับสนุนส่งเสริมให้ชุมชนนำ ทรัพยากรชีวภาพที่มีในท้องถิ่น มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ภายใต้กระบวนการผลิตที่สะอาด ถูกสุขอนามัย และก่อให้เกิดกิจกรรม นำรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปดูแลรักษาระบบนิเวศหรือวัตถุดิบต้นทุนนั้นๆให้คงอยู่

ภารกิจดังกล่าว สพภ. จึงมุ่งพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรชีวภาพสู่ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยในปี 2557 สพภ. ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์เป็นพิเศษจากกลุ่มผู้ผลิตที่มีความพร้อม และตั้งใจจริง 4 วิสาหกิจชุมชน จาก 4 จังหวัด จำนวน 10 ผลิตภัณฑ์ เพื่อดำเนินการศึกษาวิจัยและจัดทำแผนธุรกิจผลิตภัณฑ์ชุมชน วิเคราะห์ และสังเคราะห์ปัจจัยต่างๆ กำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด พัฒนาเพิ่มคุณค่า มูลค่าผลิตภัณฑ์ในเชิงคุณภาพ ให้มีความโดดเด่น แตกต่าง มีจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ ยกระดับไปสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีแนวคิดโดดเด่น มีศักยภาพด้านการตลาด สามารถสร้างยอดขายได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนก้าวสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในตลาด

และเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของภารกิจ สพภ. ได้มอบหมายให้ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ Ismed เป็นที่ปรึกษาในการดำเนินโครงการศึกษา เพื่อดำเนินการยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ศักยภาพด้านการผลิต การตลาด ผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน 4 แห่ง ที่มีศักยภาพทางการตลาดในประเทศเป็นหลัก และ/หรือต่างประเทศ

"คัดเลือกเพื่อจัดทำแผนธุรกิจ พัฒนาการสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ในเชิงคุณภาพ สร้างแบรนด์ เพื่อยกระดับความสามารถในการทำตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ตลอดจนเพื่อจัดทำแผนธุรกิจวางรากฐานและกลยุทธ์ของแบรนด์ ตลอดจนกลยุทธ์ทางการตลาดของผลิตภัณฑ์"

สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Ismed) เป็นหน่วยงานชำนาญการที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ด้านการสร้างแบรนด์ และพัฒนาผู้ประกอบการโดยการประยุกต์ใช้ทุนศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์/บริการ ให้เกิดคุณค่าและมีมูลค่าเพิ่ม มีผลงานเป็นที่ประจักษ์หลายโครงการที่ผ่านมา

การสัมมนาเริ่มโดย อยุทธ์ เตชะสุกิจ ผู้อำนวยการศูนย์เพิ่มมูลค่าผลผลิตและออกแบบผลิตภัณฑ์ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Ismed) กล่าวเปิดการสัมมนา ได้กล่าวถึงที่มาของการจัดงานและวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ว่าในปี 2557 เบโด้ (Bedo) ได้มอบหมายให้ สถาบันฯเป็นผู้ดำเนินงานโครงการศึกษา เพื่อดำเนินการยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อดำเนินการศึกษาวิจัย และจัดทำแผนธุรกิจผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อพัฒนาเพิ่มคุณค่า มูลค่าผลิตภัณฑ์ในเชิงคุณภาพให้มีความโดดเด่น แตกต่าง มีจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์

"กลุ่มวิสาหกิจที่เข้าร่วมโครงการฯ และนำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนามาจัดแสดงในงานครั้งนี้ ได้รับการพิจารณาจากเบโด้ (Bedo) แล้วว่า เป็นกลุ่มผู้ผลิตที่มีความพร้อมและมีความตั้งใจจริง จากการลงพื้นที่ทำงานร่วมกันถึง 3 ครั้ง คณะทำงานของสถาบันฯ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี"

Bedo กับ Ismed (สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) และผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ร่วมกันพัฒนา 10 ผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่ใช้ทุนจากฐานชีวภาพ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีความโดดเด่น แตกต่าง ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์จากเดิม สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ตรงต่อรสนิยม และความต้องการของผู้บริโภค

นอกจากการจัดสัมมนาแล้ว ยังเป็นการนำเสนอผลงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ และการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการกับคู่ค้า (Business Matching) ซึ่งจะเป็นแนวทางให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับความรู้และเข้าใจถึงการนำทุนทรัพยากรชีวภาพในท้องถิ่นของตนมาประยุกต์ใช้รวมกับทุนในด้านอื่นๆ เช่น ทุนทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อ และวิถีชีวิตชุมชน ทุนทางสังคม เอกลักษณ์ชุมชน ทุนทรัพยากรธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ ความหลากหลายของทรัพยากร ดิน แร่ธาตุ พันธุ์พืชผักสมุนไพร คุณภาพน้ำ อากาศ แสงแดด รวมถึงทุนทางภูมิปัญญา ฯลฯ

"เมื่อผ่านการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์แล้ว ทุนเหล่านี้ก็จะกลายเป็นมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ที่จะนำรายได้กลับคืนมาเข้าสู่ชุมชนของตนเอง อันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริง"

โครงการศึกษาเพื่อดำเนินการยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ศักยภาพด้านการผลิต การตลาดผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน 4 แห่ง 10 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม ผลิตภัณฑ์สุขภาพและผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการในในธุรกิจสปา ที่มีศักยภาพทางการตลาดในประเทศและต่างประเทศ แล้วคัดเลือกเพื่อจัดทำแผนธุรกิจ

วิสาหกิจชุมชน 4 แห่งประกอบด้วย 1. กลุ่มผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพรพื้นบ้าน บ้านโนนแต้ หมู่ที่ 10 ตำบลสำราญ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ 2. วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรบ้านบัว ตำบลบ้านบัว อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ 3. วิสาหกิจชุมชนสหกรณ์การเกษตรสมุนไพรตำบลแม่มอก จำกัด ตำบลแม่มอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง 4. วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจชุมชน บ้านวังส้มซ่า ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

การดำเนินงานโครงการฯ เริ่มต้นที่แนวคิดของการจะพัฒนายกระดับผู้ประกอบการให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น และส่งเสริมศักยภาพบนพื้นฐานความยั่งยืน ด้วยการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่มีแนวคิดโดดเด่น มีศักยภาพด้านการตลาด ภายใต้หลักการใช้ทรัพยากรชีวภาพที่มีในท้องถิ่น และมีการนำรายได้จากธุรกิจกลับไปดูแลรักษาระบบนิเวศ และวัตถุดิบต้นทุน โดยประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เสน่ห์ทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตามแนวโน้มของโลกและการตลาดนั้นๆ

ผู้แทนของกลุ่มผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพรพื้นบ้าน บ้านโนนแต้ จังหวัดกาฬสินธุ์ เล่าให้ฟังว่าเป็นผู้ผลิตกลุ่ม ผลิตภัณฑ์แปรรูปสมุนไพรจากวัตถุดิบธรรมชาติปลอดสารเคมี ภายใต้แบรนด์ Propin (โพธิ์พิณ) โดยนำความเป็นมืออาชีพในการบำบัดโรคภัยไข้เจ็บ บำรุงสุขภาพองค์รวมที่ทำให้กับคนในชุมชนมาเป็น นำไปสู่ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีสรรพคุณทางการแพทย์

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของกลุ่มฯ ประกอบด้วยสมุนไพรแคปซูลปลาไหลเผือก Tongkat Ali Capsules มีสรรพคุณในการปรับร่างกายให้สมดุล บำรุงร่างกาย สมุนไพรแคปซูลเมล็ดหมามุ่ย Mucuna Capsules ผลิตภัณฑ์สมุนไพรช่วยบำรุงร่างกาย น้ำมันสมุนไพรว่าน 108 Waan 108 Sedge Oil บรรเทาอาการเคล็ดขัดยอก ปวดเมื่อยร่างกาย แมลงสัตว์กัดต่อย บรรเทาอาการคัดจมูก วิงเวียน หน้ามืด ตาลาย

ผู้แทน วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรบ้านบัว บอกว่าแบรนด์ บัวบุรา (Buabura) เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณที่ผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและเภสัชกรรมแผนโบราณ คัดเลือกสมุนไพรอย่างพิถีพิถัน ดูแลใส่ใจทุกขั้นตอนของการผลิต ผลิตภัณฑ์เด่น ได้แก่ สบู่กวาวเครือขาว-ไหม Pueraria Mirifica & Silk Soap Bar ช่วยกระชับผิวกระจ่างใสไร้ริ้วรอย ครีมกวาวเครือขาว-ขมิ้น Pueraria Mirifica & Curcuma Day Cream บำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื่น ซีรั่มกวาวเครือขาวผสมน้ำมันมะรุม Pueraria Mirifica & Moringa Serum บำรุงผิวหน้า ลดริ้วรอย ชุ่มชื่นกระจ่างใสแลดูอ่อนเยาว์

ผู้แทนสหกรณ์การเกษตรสมุนไพรตำบลแม่มอก จำกัด เจ้าของแบรนด์ Maemok (แม่มอก) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรธรรมชาติปลอดสารเคมี ได้เลือกใช้ กรรมวิธีการผลิต ที่สืบทอดภูมิปัญญาจาก ตำรับแพทย์แผนไทยโบราณ ผสานองค์ความรู้สมัยใหม่ เพื่อคงไว้ซึ่งคุณค่าของสมุนไพรแท้

มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ประกอบด้วย ยาแคปซูลว่านชักมดลูก (Curcuma Comosa Capsules) สมุนไพรไทยสำหรับสตรี พกพาสะดวกอยู่ในรูปแบบของแคปซูล ยาหม่องขี้ผึ้งไพร (Phlai Balm) มีสูตรการผลิตที่สืบทอดจากโบราณกาล ทาแล้วนวดเบาๆ บริเวณที่มีอาการก็จะบรรเทาลง นอกจากนี้ยังมี ต้นหญ้ารีแพร์ที่กำลังได้ความนิยมในขณะนี้ มาจำหน่ายให้ผู้สนใจภายในงานด้วยค่ะ

วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจชุมชน บ้านวังส้มซ่า จังหวัดพิษณุโลก ภายใต้แบรนด์ Beste (เบสเต้) ผู้ประกอบการเล่าให้ฟังว่า ได้นำผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรชีวภาพในชุมชน มาเข้ากระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน เพื่อให้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับ สุขภาพและความงาม โดยมีส่วนผสมของ สารอาหารออกฤทธิ์ชีวภาพ (Nutrition BIO-Active Ingredients) จากพืชสมุนไพรไทย คือ กล้วย และส้มซ่า ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่

เบสเต้ บานาน่า เฟเชียล มาสสาจ ครีม (Beste Banana Facial Massage Cream) และเบสเต้ บานาน่า เฟเชียล มาร์ค เจล (Beste Banana Facial Mask Gel) บำรุงผิวหน้า ชะลอริ้วรอยและช่วยให้เกิดความกระจ่างใสด้วยสารสกัดจากผลกล้วยและผลส้มซ่า ซึ่งมีวิตามินอี บี3 วิตามินซี และไฮยารูรอน

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานสัมมนาครั้งนี้คือ การกำหนดฐานรากสำคัญของการดำเนินธุรกิจด้วย การสร้างแบรนด์ บนแนวคิด จริง เด่น โดน เป็น Model ต้องให้ความสำคัญกับ การค้าหาทุนที่แท้จริง ที่จะนำไปประยุกต์สร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง และต้องโดนใจกลุ่มเป้าหมาย ก่อนนำไปสู่ขั้นตอนการจัดทำแผนธุรกิจ กลยุทธ์ทางการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การถ่ายทอดความรู้ การจัดสัมมนานำเสนอแนวคิดและจัดแสดงผลงาน ตลอดจนสร้างการเชื่อมโยง และโอกาสทางการตลาดให้แก่ทุกผลิตภัณฑ์

ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นได้นั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเข้าใจ และรู้จักประยุกต์ใช้ทุนหรือศักยภาพของพื้นที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างแบรนด์ ให้โดดเด่น แตกต่าง มีเอกลักษณ์ และคุณค่าเฉพาะตัว อันจะนำไปสู่การเพิ่มคุณค่า และมูลค่า ตามแนวคิด "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทุนความคิด ภูมิปัญญา ทดแทนวัตถุดิบ แรงงาน ฯลฯ เรามาสนับสนุนซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์ชุมชนของคนไทยกันดีไหมคะ "ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ"