สรวลสรร จำนรรจ์ชา:นิทรรศการดินเผา

ศิลปวัฒนธรรม

ปานชลี สถิรศาสตร์ ศิลปินหญิงช่างปั้นใช้วิชาดินบันดาลทางด้านศิลปะปั้นเป็นงานเซรามิคส์อาร์ตเป็นถ้วยชา จานวางดอกไม้ แจกันทรงสูง เพื่อจำหน่ายผลงานในงานนิทรรศการดินเผา ขณะเดียวกันเธอยังเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง ชมรมหรี่เสียงกรุงเทพฯ จัดกิจกรรม 'เยือนมุมสงบ หลบเสียงกรุงเทพ' เพื่อสร้างความตระหนักปัญหาเมืองหนวกหูกับเด็กหูตึงซึ่งนับวันจะมีมากขึ้นและกลายเป็นภัยคุกคามคนเมืองทั่วทุกหัวระแหง เธอมีผลงานนิทรรศการเดี่ยว สันติสุขแห่งถ้วยชาเมื่อปี 2537 ชาแห่งความรื่นรมย์ 2539 เวลาอันแสนสุข 2542 มนตราแห่งแผ่นดิน 2545 งามในความเงียบ 2547 สู่นิทรรศการดินบันดาล ด้วยความรื่นรมย์อันสงบ งานนิทรรศการแต่ละครั้งจัดกิจกรรมดื่มชารสหวานและขมจากถ้วยชาที่ปั้นด้วยตัวเอง เป็นแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปินหญิงช่างปั้นมีถ้วยสีขุ่นไว้ใส่ข้าวรับประทาน ถ้วยทรงยาวไว้ชงชาเขียวอุ่นๆ เพื่อความสุนทรีย์ในการรับประทานจะมีจานสีหมอกทำจากหินและดินเพื่อวางดอกไม้โดยเฉพาะดอกจำปาหอม 

รศ.สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กล่าวเปิดงานนิทรรศการดินเผา ปานชลี สถิรศาสตร์เมื่อวันศุกร์ที่ 16 กันยายน งานมีต่อเนื่องจนถึงวันที่ 25 กันยายน ทั้งนี้รายการเสวนาสรวลสรรเสวนาหนังสือแห่งชา พร้อมด้วยนิทรรศการดินเผา ปานชลี สถิรศาสตร์ ที่ห้องแห่งแรงบันดาลใจ ปรีดี พนมยงค์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ภายในห้องกระจกใสท่ามกลางสายฝนที่หยาดหยดลงมาอย่างหนักหน่วงและค่อยๆตกปรอยๆ ในเวลาต่อมา ผู้ร่วมเสวนา ผศ.ดร.อู่ทอง โฆวินทะ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.ดร.สุวรรณา สถาอานันท์ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ อาจารย์หลักสูตรปริญญาตรี โท บริหารธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประวิตร โรจนพฤกษ์ นักข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์ The Nation กรินทร์ กลิ่นขจร สถาปนิกรุ่นใหม่ อาจารย์สอนวิชาการวางแผนเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และภิญโญ ไตรสุริยธรรม เป็นผู้ดำเนินรายการ
The Book of Tea หนังสือแห่งชา คะคุโซ โอคะคุระ ผู้เขียน ประวิตร โรจนพฤกษ์ และ กรินทร์ กลิ่นขจร แปลและเรียบเรียง ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา บรรณาธิการบริหาร ปานชลี สถิรศาสตร์ ช่างปั้น แดนทอง บรีน ช่างภาพ Open Books สำนักพิมพ์ เป็นหนังสือเล่มเล็กจำนวน 126 หน้า มีสารบัญ คำนิยม เนื้อหาหกบทว่าด้วย ถ้วยแห่งมนุษยชาติ สกุลชา ลัทธิเต๋าและนิกายเซน ห้องชา การซาบซึ้งศิลปะ ดอกไม้ อาจารย์ชา เนื้อหาเป็นการประท้วงวิพากษ์ความเชี่ยวกรากของอารยธรรมอุตสาหกรรมทุนนิยมจากตะวันตกสู่ญี่ปุ่นในช่วงศตวรรษที่20 และไขแสดงปริศนาแห่งมนุษย์ไปพร้อมกัน ทั้งนี้คะคุโซค้นพบรากแก้วในพิธีชาด้วยการแสวงหารากแก้วแนวจิตวิญญาณของตนเอง 
ความดื่มด่ำในกรรมวิธีชงชาอันละเอียดประณีตก่อรูปเป็นพิธีชาอันงดงามกลายเป็นวิถีแห่งชีวิตทางจิตวิญญาณอันลึกซึ้ง สื่อนัยสำคัญต่อผู้คนจำนวนมากในสังคมปัจจุบัน ท่ามกลางมลพิษเสียงหนวกหู ตึกระฟ้าที่สูงเสียดแทงท้องฟ้าจนทะลุ ตลอดจนอำนาจอาวุธที่เข่นฆ่ากันเอง (คำนิยมของสุวรรณา สถาอานันท์)
กรินทร์ กลิ่นขจร กล่าวว่าวันนี้เป็นวันนัดพบผู้มีพระคุณได้เข้าร่วมกิจกรรมโดยเฉพาะปานชลี สถิรศาสตร์ โดยส่วนตัวชื่นชอบผลงานและสะสมโปสการ์ดโบชัวร์ของการจัดงานนิทรรศการดินเผาและงานปั้นของเธอมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา กรินทร์ได้นำสิ่งสะสมมาโชว์และให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชื่นชมด้วย ในเวลาต่อมาได้อ่านหนังสือวะบิ-ซะบิ สำหรับศิลปินนักออกแบบ กวี และนักปรัชญา ในระหว่างที่แปลหนังสือเล่มนี้เริ่มตั้งข้อสงสัยในเรื่องความงามแบบญี่ปุ่น โดยส่วนตัวได้เรียนมาทางด้านสถาปัตยกรรม เห็นบ้านญี่ปุ่น สวนญี่ปุ่นรู้สึกถึงความสุนทรีย์ในความงามอย่างลึกซึ้ง ได้เห็นความงดงามตามธรรมชาติ ความเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาที่งดงามมากในทุกฤดูกาล ศิลปวัฒนธรรมตะวันตกไม่ได้มีอิทธิพลต่อประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากหยั่งรากลึกทางศิลปวัฒนธรรมมีความสงบอยู่ภายใน 
หนังสือแห่งชาเล่มนี้เสมือนหนึ่งกระท่อมฟางหลังน้อยที่เชื้อเชิญให้ผู้คนมานั่งดื่มชาชื่นชมความประณีตละเมียดละไมของประสบการณ์ทางจิตวิญญาณท่ามกลางคลื่นลมอลหม่านของป่าใหญ่ที่ห้องล้อมความเป็นไปที่เรียกว่าชีวิต ด้วยจิตที่ขบถ ภาษาที่ประณีตงดงามละมุนเป็นจินตนาการเกี่ยวกับประสบการณ์อันสุนทรีย์หล่อเลี้ยงด้วยความกดื่มดำกับสิ่งอันเป็นสามัญวิธีชงชาอันละเมียดประณีตก่อรูปเป็นพิธีชงชาอันงดงามกลายเป็นวิถีแห่งชีวิตทางจิตวิญญาณอันลึกซึ้ง ถ้อยคำวลีอันงดงามมากมายในหนังสือเล่มนี้ เป็นดอกไม้ดอกเล็กๆที่ผู้เขียนได้หยิบยื่นให้แก่ชาวเอเซียและมวลมนุษย์ ดอกไม้เล็กๆ นี้ช่วยเตือนสติเราให้ได้เห็นความไร้สาระของสิ่งยิ่งใหญ่และความยิ่งใหญ่ของสิ่งเล็กน้อย
ประวิตร โรจนพฤกษ์ นักข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์ The Nation เป็นหนึ่งของผู้แปล 'หนังสือแห่งชา' กล่าวว่า ในช่วงแรกของการเรียนภาษาญี่ปุ่นแบบงูๆปลาๆ แต่เมื่อได้อ่านหนังสือ The Book of Tea ตั้งแต่เรียนระดับปริญญาตรี รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ถูกจริต เกิดความรู้สึกรักและผูกพันเป็นอย่างมาก ด้วยความสำคัญของชนบทไทยเราจะไม่มีการบังคับซึ่งกันและกัน แต่จะมีการปรับเข้าหาซึ่งกันและกัน คนที่น่าสนใจ?สำหรับ คนไทยทุกวันนี้ไม่สามารถหาคำตอบได้ทางการเมือง ถ้ามองในด้านมิติทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยในรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข มีความพยายามของสยามประเทศสมัยใหม่ๆ เมื่อได้อ่านหนังสือแล้วทำให้เกิดความรู้สึก สะท้อนความลึกลับที่ไม่ลงตัว เป็นการสะท้อนปรัชญาพื้นเมือง ปรัชญาเซน ความงดงามด้วยความเงียบอยู่ภายในของวะบิ-ซะบิ เป็นความงดงามที่คลาสสิก ตัวอย่างเช่น เวลานี้เฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจ นิยมของที่ดูเก่า ใช้สีเทา เก้าอี้โต๊ะเป็นสีเก่า ๆ เป็นการ ขัดลอกให้เห็นร่องรอยความสึกหรอของกาลเวลา ถือว่า เป็นความงดงามสะท้อนความเก่าที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง 
ประวิตรได้ยกข้อความที่ประทับใจตอนหนึ่งว่า"ในความเทาหม่นระรัวของอรุณรุ่งฤดูใบไม้ผลิ เมื่อสกุณากำลังกระซิบกระซาบในห้วงจังหวะลึกลับท่ามกลางหมู่ไม้ คุณไม่รู้สึกหรือว่ามันกำลังพูดคุยกับคู่ของตนเรื่องดอกไม้.แน่นอนสำหรับมนุษยชาติแล้ว การซาบซึ้งคุณค่าดอกไม้จะต้องร่วมยุคสมัยกับบทกวีแห่งความรัก....ในความเริงรื่นหรือความโศกเศร้า ดอกไม้คือเพื่อนเราตลอดกาล เรา กิน ดื่ม ร่ายรำ ขับขาน และเกี้ยวพานกับมัน เราสมรสและเข้าพิธีรับศีลจุ่มด้วยดอกไม้ เรามิกล้าจะตายโดยปราศจากมัน เราบูชาด้วยลิลลี่ เราภาวนาด้วยดอกบัว เราพยายามจะพูดภาษาดอกไม้ด้วยซ้ำไป" 
รศ.ดร.สุวรรณา สถาอานันท์ กล่าวว่ารู้สึกประทับใจคะคุโซ โอคะคุระ ผู้เขียนที่ถอดวิญญาณเขียนอย่างมีสุนทรียภาพ ทั้งยังสะท้อนบริบทสังคมไทยปัจจุบันในขณะที่ผู้เขียนมีตัวตนทางวัฒนธรรมสูงมาก เป็นตัวของตัวเอง นับได้ว่าเป็นคนที่มี EGO ในเชิงสร้างสรรค์อย่างยิ่ง พร้อมที่จะขัดขืนอารยธรรมที่แข็งแกร่งกว่า กล้าที่จะขัดขืนในเรื่องอำนาจและวัฒนธรรมของประเทศที่มีศักยภาพสูงกว่า หนังสือเล่มนี้เป็นการประท้วงการวิพากษ์อันเชี่ยวกรากอายธรรมอุตสาหกรรมทุนนิยมจากประเทศตะวันตกสู่ประเทศญี่ปุ่น หนังสือแห่งชาเสมือนกระท่อมฟางหลังน้อยที่เชื้อเชิญให้ผู้คนมานั่งดื่มชา ชื่นชมความประณีตละเมียดละไมของประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ ท่ามกลางความสับสนอลหม่านของป่าใหญ่ที่ห้อมล้อมความเป็นไปไม่ได้ที่เรียกว่าชีวิต 
      เสน่ห์ของหนังสือเป็นบทนิพนธ์ที่ไขแสดงปริศนาแห่งมนุษยชาติไปพร้อมกัน ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ท้าทายความเข้าใจตนเองของมนุษย์เมื่อต้องรับหรือน้อมรับอารยธรรมที่แตกต่างแต่ทางพลังยิ่งจนไม่อาจปฏิเสธได้ สร้างสำนึกแห่งการประท้วงวิพากษ์ กลับไปแสวงหารากแก้วแห่งจิตวิญญาณของตนเอง ถ้อยประทั้วงที่นิพนธ์ขึ้นเมื่อหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา สื่อนัยสำคัญต่อผู้คนจำนวนมากในสังคมคริสตศตวรรษที่ 212 ชาวไทยได้สูญเสียวิถีชีวิตดั้งเดิมไปมากในกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วง 5-6 ทศวรรษที่ผ่านมา วิถีอุตสาหกรรมได้ค่อยๆบ่อนเซาะทำลายสำนึกอันละเมียดมละไมของผู้คนไปทีละน้อย แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อร้อยปีก่อน โอคะคุระตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อเราชื่นชมภาพเขียนที่เป็นผลงานศิลปะ เราก็ชื่นชมด้วยหุว่าศิลปินมีชื่อเสียงมากน้อยเพียงใด เรามิได้กล่อมเกลาตาของเรา ให้ซาบซึ้งจริงๆกับภาพที่เห็น 
มีวลีที่งดงามมาก "ชั่วขณะของการบรรจบพบ ผู้รักศิลปะก็ข้ามพ้นตนเองไป" "เมื่อยื่นดอกไม้ ก็พ้นเดรัจฉาน" เหตุใดสภาพเดรัจฉานยังเป็นปมปัญหาอยู่ในคริสตวรรษที่ 21 เมื่อวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีได้มอบอำนาจมากมายมหาศาลแก่มนุษย์ มนุษย์ได้สร้างเขื่อนไฟฟ้าขนาดมหึมา สร้างอุโมงค์ใต้ทะเล สร้างสะพานแขวนยาวหลายสิบกิโลเมตร สร้างตึกระฟ้าที่สูงเสียดแทงท้องฟ้าจนทะลุ สร้างยานอวกาศ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์สายพันธุ์ต่างๆ แต่เรามีอำนาจอาวุธที่จะเข่นฆ่ากันเองอย่างทรงประสิทธิภาพ ดังนั้นหนังสือแห่งชาเป็นดอกไม้ดอกเล็กๆ ที่โอคะคุระได้ยื่นให้เราชาวเอเซีย และมวลมนุษย์ ช่วยเตือนสติให้เราเห็นความไร้สาระของสิ่งยิ่งใหญ่และความยิ่งใหญ่ของสิ่งเล็กน้อย ด้วยสำนวนโวหารที่ไพเราะยิ่ง สื่อประสบการณ์เชิงสุนทรีย์ซี่งมี นับวันแต่จะอ่อนเปลี้ยโรยแรงในท่ามกลางมลพิษ เสียงหนวกหู ตึกคอนกรีตทรงเหลี่ยมไม่รู้จบ ด้วยการเรียกร้องขอมุมเล็กๆ ที่มืดสลัว เงียบสงบแล้วปล่อยให้สำนึกสุนทรีย์ของมนุษย์ได้ร่ายรำนาฏลีลาแห่งตน 
หนังสือสามารถให้คำตอบอะไรคือกระจก สนับสนุนอำนาจทางทหาร กองทัพ โลกทั้งโลกเคลื่อนที่ด้วย สอง?พลังในโลกาภิวัฒน์ พื้นที่จริยธรรมคนไทยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การให้คุณค่าทางวัตถุนิยมสูงค่าเกินจริง พร้อมกับเล่าว่ามีเพื่อนซื้อของเล่นให้ลูกสาววัย4ขวบเป็นรถวิ่งได้สนนราคา 4,000 บาท เพียงไม่กี่วันรถคันนี้ก็พังไปกับมือเล็กๆของเด็ก ทำให้คนเป็นแม่บ่นด้วยความรู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะเสียดายเงินที่ลงทุนซื้อของเล่นให้ลูกเล่นทั้งๆที่ไม่ใช่สิ่งจำเป็นในชีวิต 
"ความสุขของคนเรานั้นจะเป็นเรื่องง่ายหรือเรื่องยากย่อมขึ้นอยู่กับระบบคิดในเรื่องทุนนิยม การชงชาเป็นความสุขตามธรรมชาติที่เรียบง่ายมาก ชาเป็นหนึ่งในยาอายุวัฒนะแห่งความเป็นอมตะ มีสรรพคุณทางยามาตั้งแต่ยุคต้น ๆของคนจีนว่าสามารถช่วยคลายความอ่อนล้า จรรโลงจิตใจให้ร่าเริงรวมถึงช่วยให้มีสมาธิและแก้ไขปัญหาตาพร่าพรางได้ ทั้งยังใช้ประสบภายนอกเมื่อเกิดอาการป่วยเมื่อยทางกล้ามเนื้อด้วย" รศ.ดร.สุวรรณากล่าวผลดีของชา 
ความสุขของคนเรานั้นหาได้ง่ายทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับความเป็นนักบริโภคนิยมหรือไม่ ความสุขอย่างง่ายๆ เพียงแต่ดูดอกมะลิซ้อนบานในค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวงสวยสวรรค์จริงๆ ความสุขแบบง่ายๆ เป็นเรื่องที่หลายคนมักจะมองข้ามไปทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับว่าเราจะสร้างคุณค่าให้เป็นจริงได้อย่างไร ชาคือหนึ่งในยาอายุวัฒนะแห่งความเป็นอมตะ มีสรรพคุณทางยามาตั้งแต่ต้นๆของบรรพบุรุษจีนว่าสามารถช่วยคลายความอ่อนล้าและจรรโลงจิตใจให้ร่าเริง รวมถึงช่วยให้มีสมาธิและแก้ไขปญหาตาฝ้าฟางได้ ทั้งยังใช้ประคบภายนอกเมื่อเกิดอาการปวดเมื่อยทางกล้ามเนื้อ อิทธิพลของชาที่มีต่อเซรามิคจีน เครื่องปั้นดินเผาโพเซเลนถูกคิดค้นเพื่อสร้างสรรค์ด้วย ชามสีคราม และ น้ำตาลเข้มดีที่สุดสำหรับถ้วยชาจะส่งผลขับให้น้ำชามีสีเขียวขึ้น สวยขึ้น
นิวาสสถานแห่งความนึกฝันด้วยเหตุว่าเป็นโครงสร้างชั่วคราวสิ่งปลูกสร้างให้เป็นที่พำนักแรงดลใจในเชิงกวี เพื่อการโลดแล่นของจินตนาการจะได้เติมเต็ม นับแต่ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา อุดมคติของลัทธิชานั้นมีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมภายใน ภายในสิ่งปลูกสร้างญีป่นทั่วไป เหตุแห่งความเรียบง่ายและการไม่ได้ประดับประดาของแบบแผนการตกแต่งดูเผินๆ แล้วแทบจะเป็นเรื่องจืดชืดสำหรับชาวต่างชาติ 
ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ผู้ดำเนินรายการกล่าวว่า สวยสวรรค์ของรศ.ดร.สุวรรณาบอกนั้นพวกเราไม่มีวันได้เห็นอย่างแน่นอน ขอไปดูที่บ้านอาจารย์จะได้หรือไม่ เหมาะสมแล้วที่อ.เป็นเจ้าของสำนวน เยิรเงาสลัว ของจุนอิจิโร ทานิซากิ ที่ดร.นิจ หิญชิระนันทน์เขียนคำนิยมให้ ขณะเดียวกันการอภิปรายของรศ.ดร.สุวรรณาในวันนี้ก็มีกำลังใจสำคัญคือดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ก็เข้ามานั่งฟังอยู่ด้วย 
ผศ.ดร.อู่ทอง โฆวินทะ กล่าวว่าความเรียบง่ายไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่าเป็นความวิเวก งานของปานชลี สถิรศาสตร์ เป็นงานที่สะอาดตามาก (คิดว่าอ.อู่ทองไม่ได้ใช้คำนี้แน่ค่ะ เพราะงานของป๊อปสีหม่นๆมัวๆหมองๆ จะใกล้เคียง กับคำว่า rustic beauty ในความงามแบบเซนมากกว่า) สามารถมองเห็นความงามที่ไม่สมบุรณ์แบบ เห็นหัวใจของชีวิต การสร้างงานของชาวตะวันตกเป็นสิ่งที่สมบูรณ์ลวงตาเราได้ เป็นความยิ่งใหญ่สมบูรณ์แบบ แต่ในขณะที่ของบางสิ่งบางอย่างนั้นบิดๆเบี้ยวๆ ไม่ได้สมบูรณ์แต่ กลับเป็นความงดงามในจิตใจได้ คนเราสามารถจะมองเห็นความงดงามจากความไม่งามได้ เรียกสิ่งนั้นว่าวะบิ-ซะบิ การชงชาจึงเป็นรายละเอียดที่เราสัมผัสได้ เป็นความสำคัญ เป็นห้องแห่งการเรียนรู้ซึ่งไม่ใช่เรื่องธรรมดา ความงามไม่ได้อยู่ที่ตัวเองแต่หากอยู่ที่จินตนาการความเข้าใจของผู้รับรู้ พระอาทิตย์ตกดินทุกวันเป็นความรู้ตระหนักด้วยความรู้สึก การรับรู้ความงดงามเสมือนหนึ่งเป็นการนั่งสมาธิ การอ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้เกิดความเพลิดเพลินใจเป็นอย่างยิ่ง 
วะบิ-ซะบิ เป็นหนังสือของเลนนาร์ด โคเรน จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สวยเงินมีมา คือหั้วใจของสุนทรียภาพญี่ปุ่น คือความงามของสรรพสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ ไม่เสร็จสมบูรณ์ ไม่ยึดติดในคติแบบแผนอันเป็นที่ตกลงยอมรับการยึดถือสืบต่อกันมาในสังคม หากจะเปรียบคือศาสนาเต๋าของศาสดาเล่าจื่อไม่สามารถอธิบายได้ง่ายๆ แม้จะตรงไปตรงมาเรียบง่าย หรือตรงกับแนวภาษิตที่ว่าปลูกเรือนแต่พอตัว หวีหัวแต่พอเกล้า ดังนั้นคุณค่าความงามของวะบิ-ซะบิ เหมือนกับการถวิลหาธรรมชาติ ตรงไปตรงมาไม่ต้องมีการโอ้อวดแต่อย่างใด เน้นความเรียบง่ายคือหัวใจของสรรพสิ่ง ความงามไซร้อยู่ที่ตาของผู้มอง มองเห็นคุณค่าของสรรพสิ่งที่ไม่ได้ยึดติดในคติแบบแผนแต่อย่างใด 
ด้วยคำนำของดร.นิจ หิญชีระนันทน์ ทำให้มองได้ว่าความงามของสรรพสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบไม่คงทนถาวร ไม่เสร็จสมบูรณ์ คือความงามของวัตถุสิ่งของที่สงบเสงี่ยมอ่อนน้อม คือความงามของวัตถุสิ่งของที่ไม่ยึดติดในคติแบบแผนต่างๆ 
งานศิลปะนั้นเป็นเรื่องสร้างสรรค์ แม้แต่ภาพหนูตายร้อยตัวเป็นงานศิลปะได้ อยู่ที่การจัดวางภาพ ภาพบางภาพเว้าแหล่งเกิดความเสียหายไม่ได้สมบูรณ์แต่กลายเป็นสาระสำคัญของงานศิลปะ หนังสือแห่งชากว่าจะได้รับการยอมรับจากชาวตะวันตกก็ต้องใช้เวลานานมาก ผลงานศิลปะนั้นต้องใช้ความลึกซึ้งเพื่อจะเข้าถึง ขณะเดียวกันจะต้องใช้ความมุ่งมั่นเข้าไปสร้างสรรค์จากตะวันออกสู่ตะวันตก ด้วยจิตใจขบถของโอคะคุระกว่าจะประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก แม้แต่การมองดอกไม้ ดอกพุทธรักษาก็ต้องสื่อด้วยความรู้สึก ดังนั้นการวาดรูปดอกไม้กว่าร้อยรูปก็ต้องสื่อให้คนมองเข้าไปให้ทะลุถึงดอกไม้นั้นด้วยความรู้สึก
ชีวิตของมนุษย์นั้นเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไม่ได้ย่อมขึ้นอยู่กับโอกาสของแต่ละคนด้วย งานปั้นของปานชลีนั้นเมื่อปั้นงานเสร็จแล้วก็ต้องใจเย็น นั่งรอดูงานชิ้นนั้นๆ เสมือนเด็กต้องรอซานตาคลอสในคืนวันคริสตมาส ทุกอย่างก็ต้องมีการจินตนาการสร้างฝันบรรเจิดไปด้วย งานปั้นก็ต้องรอความร้อนที่จะปฏิสัมพันธ์ให้งานมีรูปร่างเปลี่ยนแปลงอย่างไร เป็นโอกาสจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการดำเนินชีวิต
ผศ.ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ กล่าวว่าได้มีโอกาสไปเรียนที่ประเทศญีปุ่นเป็นเวลา 7 ปี ขณะนั้นไม่เคยรู้จักหนังสือ The Book of Tea แต่อย่างใด โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบวัฒนธรรมการดื่มชาของญี่ปุ่น การจัดดอกไม้ที่ได้ชื่นชมธรรมชาติสวยงามท่ามกลางสายลมแสงแดด ชื่นชมทุกฤดูกาลใบไม้ผลิ ไบไม้ร่วง หนาว ร้อน เมื่อได้มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้ในเวลาต่อมาแล้วทำให้ตระหนักรู้ถึงความสวยงามและการใช้ภาษาที่ไพเราะอย่างยิ่ง ความงดงามไม่ได้อยู่ที่ตัวเอง หากอยู่ที่จินตนาการ ความเข้าใจของผู้รับรู้ ดวงอาทิตย์ตกดินทุกวันเป็นความรู้ตระหนักด้วยความรู้สึก คำนึงถึงมรณานุสติเป็นการตระหนักครั้งสุดท้าย ขณะเดียวกันยังเป็นการรับรู้ในเรื่องความงดงามประหนึ่งการนั่งสมาธิ
ความงดงามด้านตะวันออกสู่ตะวันตกเชื่อมโยงหนังสือเล่มนี้ อ่านเพียงวันเดียวก็จบแล้วด้วยความงดงามทางภาษา ทำให้นึกถึงชาวญี่ปุ่นมี่ความเป็นศิลปินสูงมากวิถีชวิตของการดื่มชาท่ามกลางธรรมชาติแวดล้อม ชมต้นไม้แบบผ่อนคลาย คนที่สนใจความงดงามต้องขอบคุณผู้แปลและสำนักพิมพ์ทำให้เราได้อ่านหนังสือดี ๆเล่มนี้ ผู้แปลสามารถถ่ายทอดภาษาได้อย่างเรียบง่ายไพเราะยิ่ง ญี่ปุ่นมีศิลปะการชงชาเป็นรากของวัฒนธรรม เกียวโตเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ วะบิซะบิงดงามตามจินตนาการ เรียบง่าย ปลีกวิเวกได้ เราต้องเดินไปเรื่อยๆ 
เมื่อฟ้าเริ่มมืดสนิท ในช่วงสุดท้ายของงานเสวนา มิตรรักแฟนศิลปินนักปั้นหญิงสนับสนุนซื้อหนังสือแห่งชา รวมถึงการชื่นชมงานปั้นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันด้วยความรักในศิลปะอย่างมีความสุขยิ่ง....