โขนชุด "ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ"

สังคีตศิลป์

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้รับสั่งให้มีการจัดการแสดงโขนขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เป็นการอนุรักษ์ โขน...วิจิตรนาฏศิลป์ไทย ให้คงอยู่สืบต่อไป ดังนั้น ในปี 2557 นี้ ทางมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงเลือกบทเรื่องรามเกียรติ์ ชุด "ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ" มาจัดแสดงในปีนี้

อีกทั้งส่งเสริมให้เยาวชนไทย มีส่วนร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย ด้วยการเปิดโอกาสให้เข้าร่วมคัดเลือกเป็นนักแสดงรุ่นใหม่ เพื่อร่วมแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯในปีนี้ด้วย โดยได้มีการจัดแถลงข่าว พร้อมกับชมตัวอย่างการแสดง โรงพิธีอินทรชิต และ วิรุญมุขรบพระลักษณ์ ณ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

โดยที่ผ่านมา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้จัดการแสดงโขนรามเกียรติ์ มาเป็นปีที่ 7 แล้ว รวม 5 ชุดด้วยกัน ได้แก่ ชุด "ศึกพรหมาศ" (พ.ศ.2550 และ พ.ศ.2552) ชุด "นางลอย" (พ.ศ.2553) ชุด "ศึกมัยราพณ์" (พ.ศ.2554) ชุด "จองถนน" (พ.ศ.2555) และชุด "ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์" (พ.ศ.2556) จนประสบความสำเร็จ และได้รับการเรียกร้องให้เพิ่มรอบการแสดงโขน สำหรับผู้ที่พลาดชมการแสดง

ฉากการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ชุด "ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ" เริ่มต้นด้วยฉากรำเบิกโรงการแสดงเบิกโรงชุด "ระบำนารายณ์เจ็ดปาง" นำมาจากบทละครดึกดำบรรพ์ เรื่องกรุงพาณชมทวีป เป็นบทพระนิพนธ์ ของ สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงษ์ โดยเนื้อหากล่าวถึงการสรรเสริญพระนารายณ์ ที่อวตารลงมาปราบยุคเข็ญ ตามลำดับต่างๆ รวมทั้งการอวตารลงมา เป็นพระรามกษัตริย์แห่งกรุงอโยธยา เพื่อปราบท้าวทศกัณฐ์ ในเรื่องรามเกียรติ์ สำหรับระบำนารายณ์เจ็ดปาง มีความไพเราะในทำนองเพลงที่ใช้ขับร้องประกอบกับการรำที่งดงาม ผู้แสดงสมมติเป็นเทพบุตรและนางฟ้า ลงมาร่ายรำสรรเสริญพระนารายณ์ อันสอดคล้องกับความเชื่อชาวไทยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปรียบประดุจพระนารายณ์ที่อวตารลงมาประทานความสุขให้แก่ประชาชนชาวไทย

ฉากที่ 1 ท้องพระโรงกรุงลงกา ทศกัณฐ์ประทับอยู่บนราชบัลลังก์ แวดล้อมไปด้วยท้าวพญาเสนามารน้อยใหญ่ ทศกัณฐ์ปรารภถึงอินทรชิต ซึ่งทูลลาไปชุบศรนาคบาศให้เรืองฤทธิ์ และจะใช้ผู้ใดออกทำศึกขัดตาทัพ ครั้นเห็นวิรุญมุข โอรสของวิรุญจำบัง มีศักดิ์เป็นหลานปู่ จึงใช้ให้ออกรบขัดตาทัพ วิรุญมุกกราบถวายบังคมลา ออกมาจัดทัพ

ฉากที่ 2 พลับพลาพระราม พระราม พระลักษมณ์ และพลวานรน้อยใหญ่ ออกประทับบนพลับพลา ปรึกษาการศึก ได้ยินเสียงข้าศึกอืออึง จึงถามพญาพิเภก ครั้นรู้ว่านายทัพที่ยกมา คือวิรุญมุข ส่วนอินทรชิตนั้น ไปประกอบพิธีชุบศรที่โพรงไม้โรทันบนเสาอวกาศ ถ้าสำเร็จจะแก้ไขได้ยาก แต่ผู้ที่จะเข้าไปถึงเขาอากาศได้ คือพวกหมีเท่านั้น พระรามตรัสสั่งให้พระลักษมณ์อนุชา ออกรบกับวิรุญมุข และให้พญาชามพูวราช ไปทำลายพิธีของอินทรชิต พญาชามพูวราชได้รับพระราชบัญชา ออกมาแปลงกายเป็นพญาหมี ไปทำลายพิธี

ฉากที่ 3 โพรงไม้โรทัน โรทันเป็นชื่อของต้นไม้ใหญ่ ที่อยู่บนเขาอากาศ ที่นั้นเป็นที่ซึ่งพวกนาค และสัตว์มีพิษ เช่น แตนต่อ มาคายพิษลงในบ่อ หน้าต้นไม้โรทัน อินทรชิตเข้าไปประกอบพิธีชุบศรในโพรงไม้ ฝูงนาคออกมาคายพิษลงในบ่อ พญาชามพูวราช แปลงกายเป็นพญาหมี เข้าไปทำลายพิธี จนอินทรชิตไม่สามารถประกอบพิธีได้สำเร็จ

ฉากที่ 4 สงคราม (ตอนที่ 1) วิรุญมุขคุมกองทัพเข้ารบ กับกองทัพพระลักษมณ์และพญาวานร วิรุญมุขออกอุบายร่ายเวทกำบังกาย ขี่ม้าเข้าไล่ทำร้ายกองทัพพระลักษมณ์ พระลักษมณ์เห็นไพร่พลวานรแตกตื่น โดยมิเห็นตัวฝ่ายข้าศึก จึงถามพญาพิเภก พญาพิเภกกราบทูล ให้พระลักษมณ์แผงศร ชื่อศรพาลจันทร์ เป็นตาข่ายเพชรจับตัววิรุญมุข เมื่อเห็นว่าเป็นยักษ์เด็ก จึงไม่ฆ่า แต่สักหน้าเป็นข้อความท้าทาย แล้วปล่อยตัวกลับไป

ฉากที่ 5 สงคราม (ตอนที่ 2) เมื่ออินทรชิตเสียพิธี จึงยกกองทัพออกรบ มาพบวิรุญมุข ที่โดนสักหน้าประจานมา ครั้นรู้ความจริง จึงให้วิรุญมุขออกรบด้วย โดยใช้อุบายศึกลวงล่อ ครั้นถึงสนามรบ อินทรชิตให้วิรุญมุขแปลงกายเป็นตนเอง ที่ประทับอยู่บนราชรถ ส่วนอินทรชิตนั้น เหาะขึ้นไปซ่อนอยู่บนก้อนเมฆ เพื่อดูท่วงทีหาโอกาส ที่จะแผลงศรใส่ พระลักษมณ์ และพญาวานร มิได้ล่วงรู้ในอุบาย กองทัพทั้งสองเข้ารบพุ่งกัน อินทรชิตที่ซ่อนตัวอยู่ในก้อนเมฆ จึงแผลงศรนาคบาศ ลงมาจากฟากฟ้า กลายเป็นนาคมามัดตัวพระลักษมณ์ และพลวานรสลบลง เหลือแต่พญาพิเภก เป็นเผ่าพงษ์ยักษ์ด้วยกัน อินทรชิตจึงเข้าไล่ตีพิเภก ด้วยความแค้นที่เป็นไส้ศึกไล่หนีไป พระรามครั้นได้ทราบข่าว จึงเสด็จมาสนามรบ พิเภกกราบทูลให้แผลงศร เรียกพญาครุฑมาจับนาค เพราะครุฑกับนาคเป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน เมื่อพญาครุฑมาจับนาคไปแล้ว พระลักษมณ์และพลวานร จึงฟื้นขึ้นรอดพ้นจากภัยอันตรายของศรนาคบาศครั้งนี้ได้

สำหรับการแสดงโขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ชุด "ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ" กำหนดจัดการแสดง รอบประชาชน จำนวน 34 รอบ รอบนักเรียนจำนวน 16 รอบ รวม 50 รอบ ระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2557 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 420 / 620 / 820 / 1,020 และ 1,520 รอบนักเรียน นักศึกษา บัตรราคา 120 บาท (หยุดการแสดงทุกวันจันทร์) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร.0-2262-3456 หรือ www.khonperformance.com ได้เลยครับ