ฝ้าย-ไหม ไทเลย

ตอนที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรมไทเลย
เส้นไหม ใยฝ้าย ลวดลายบนผืนผ้า
ช่างภาพ: 

สำเนียงพูดของชาวไทเลยอำเภอด่านซ้าย และอำเภอเมือง จังหวัดเลย มีลักษณะการพูดเหมือนชาวหลวงพระบางแต่บางพยางค์ออกเป็นเสียงสูงคล้ายสำเนียงพูดของชาวปักษ์ใต้ ฟังดูไพเราะนุ่มนวลจึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวไทเลย ที่มีนิสัยใจคอเหมือนกับชนเชื้อชาติโบราณ พูดสุภาพ และไม่ค่อยพูดเสียงดัง กิริยามารยาทดีงาม อารมณ์เยือกเย็นไม่วู่วาม มีนิสัยรักความสงบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักถิ่นที่อยู่ไม่ค่อยอพยพไปอยู่ที่อื่น วัฒนธรรมประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา ได้แก่ "ฮีตสิบสอง - คลองสิบสี่" คือการทำบุญตามประเพณีทั้งสิบสองเดือนของแต่ละปี ชาวบ้านบางกลุ่มอย่างเช่น ชาวอำเภอด่านซ้ายมีความเชื่อเรื่องวิญญาณ โดยมี พ่อกวน และนางเทียมเป็นสื่อติดต่อกับวิญญาณและเข้าทรง มีการบูชาพระธาตุศรีสองรัก และศาลเจ้าหรือหอเจ้าเป็นประจำทุกๆปี นอกจากนี้ยังรวมไปถึงพิธีกรรมแห่นางแมว การเล่นแม่นางด้วง การเล่นนางกวัก พิธีบายศรีสู่ขวัญและพิธีช้อนขวัญ ฯลฯ ส่วนความเชื่อพุทธศาสนาก็ยังคงอยู่โดยเห็นได้จากจำนวนวัดที่มีมากมายทุกหมู่บ้าน

การรวมกำลังช่วยกันทำงานใหญ่เกินวิสัยที่จะทำคนเดียวได้สำเร็จ เช่น การลงแขก การสร้างบ้าน สร้างวัด สร้างถนนหนทาง หรือขุดลอกแหล่งน้ำ เป็นกิจกรรมที่แสดงถึงความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันภายในชุมชน ทำให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนเป็นประโยชน์แก่คนทุกระดับ สร้างสำนึกเป็นหมู่คณะทั้งในระดับครอบครัวและเครือญาติ

การแต่งกายของผู้หญิงไทเลยมีแบบประยุกต์มาจากชุดไทยล้านช้าง ลักษณะเสื้อคอกลมผ่าอกตลอด ติดกระดุมเอว ลักษณะของเสื้อแขนสั้นและแขนสามส่วน เอวจั๊ม ขอบเอวกว้างหนึ่งนิ้วครึ่ง เอวเสื้ออยู่นอกผ้าซิ่น ใช้ผ้าฝ้ายสีล้วนในการตัดเย็บ ส่วนผ้าซิ่นใช้ผ้าฝ้ายที่ทอในจังหวัดเลย ใช้สำหรับงานพิธีต่างๆ งานราตรีสโมสร งานบุญประเพณี เช่น ปีใหม่ ลอยกระทง แต่ถ้ามีผ้าแถบคาดอก (ผ้าเบี่ยง) ใช้สำหรับงานราตรีสโมสร การประกวดเทพี ซิ่น (ผ้าถุง) เป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม มีลายเส้นสีต่างๆ รวมไปถึงลวดลายพื้นเมืองโบราณของจังหวัดเลย เมื่อนุ่งจะเป็นทรงยาวลงตามลำตัว หัวต่อชายด้วยผ้าขิด

ถ้าลงทำงานกสิกรรมการเกษตร ชาวบ้านสวมเสื้อคอกลมผ่าอก สีหม้อนิล กางเกงชาวนาขาสั้นสีหม้อนิล มีผ้าขาวม้าคาดเอว และใช้พร้าขัดหลัง สะพายย่าม และสวมรองเท้าแตะหนังสัตว์แห้ง แต่เดิมสวม "กุบไทเลย" คือหมวกที่ใช้สวมไปไร่นา มีรูปแบบแตกต่างจากงอบของภาคกลาง การสานกุบเริ่มขึ้นในเมืองเลยกว่าสองร้อยปีมาแล้ว ที่หมู่บ้านก้างปลา ตำบลนาอ้อ อำเภอเมือง แต่เนื่องจากมีน้ำหนักมาก เพราะสานด้วยไม้ไผ่และราคาแพง หาซื้อได้ยาก คนส่วนใหญ่จึงหันไปใช้งอบแทน