เย็นกาย ด้วยอาหารคลายร้อน

อยู่ดีมีสุข

ทันทีที่เดือนกุมภาพันธ์ผ่านพ้น รัศมีความร้อนแรงของแสงแดดแห่งฤดูร้อนก็ดูเหมือนจะเข้ามาแทนที่อย่างว่องไว ...นี่ยังไม่ทันจะถึงคิวของเมษาฯพาร้อน มีนาฯก็มาพาพวกเราร้อนไปเสียก่อนแล้ว ฤดูร้อนวันนี้ไม่เหมือนวันก่อน เพราะมันเป็นร้อนที่ไม่ธรรมดา ร้อนจัดและรุนแรงจนทำให้เริ่มซึ้งกับคำว่า "ร้อนตับแล่บ" รู้สึกได้ทีเดียวว่า ภายในร่างกายของเราเต็มไปด้วยความร้อนมหาศาล ซึ่งหากปล่อยให้ความร้อนสะสมอยู่ภายในร่างกายเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส ก็จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ที่อาจรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว

คนที่เป็นลมแดดจะมีอาการ เมื่อยล้า อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน วิตกกังวล สับสน ปวดศีรษะ ความดันต่ำ หน้ามืด ไวต่อสิ่งเร้าง่าย และยังอาจมีผลต่อระบบไหลเวียน ซึ่งอาจมีอาการเพิ่มเติมอีก เช่น ภาวะขาดเหงื่อ เพ้อ ชัก ไม่รู้สึกตัว ไตล้มเหลว มีการตายของเซลล์ตับ หายใจเร็ว มีการบวมบริเวณปอดจากการคั่งของของเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ช็อค และเกิดการอุดตันของหลอดเลือดขนาดเล็กทำให้อวัยวะต่างๆล้มเหลว ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้

การดูแลสุขภาพในช่วงฤดูร้อน จึงควรให้สำคัญกับการป้องกันไม่ให้ร่างกายสะสมความร้อนไว้มากเกินไปจนถึงระดับที่เป็นอันตราย วิธีง่ายๆคือ เลือกรับประทานอาหารที่ให้ความชุ่มชื่นอยู่เสมอ เพื่อชดเชยน้ำที่ร่างกายสูญเสียไปกับเหงื่อ หรือจะเรียกว่า อาหารสำหรับหน้าร้อน ก็ได้นะคะ ...

แตงกวา

ความที่แตงกวาเป็นผักมีน้ำเป็นองค์ประกอบอยู่ถึง 96 เปอร์เซ็นต์ กินแตงกวาหน้าร้อน จึงช่วยลดความร้อนและทำให้ร่างกายสดชื่น แต่นอกจากน้ำแล้ว แตงกวายังมีสารอาหารที่คุณค่าต่อร่างกายอีกหลายอย่าง เช่น วิตามินซีและกรดคาเฟอิก ซึ่งช่วยให้ผิวชุ่มชื่น เปลือกแตงกวายังมี ซิลิก้า ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ กระดูกอ่อน เส้นเอ็น และกระดูก มีโพแทสเซียม และแมงกานีส ที่ช่วยควบคุมความดันเลือดและความสมดุลของสารอาหารในร่างกาย มีแมกนีเซียมช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และระบบการหมุนเวียนเลือด มีเส้นใย ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลและช่วยระบบขับถ่าย อีกทั้งมีพลังงานต่ำเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักด้วย

เมนูจากแตงกวา ทำได้หลายอย่าง เช่น ใส่ในยำ ทำสลัดผัก หรือทำเป็นเครื่องดื่มน้ำแตงกวา

น้ำมะพร้าว

น้ำมะพร้าวจัดเป็นยอดเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นได้ดีที่สุดสำหรับวันร้อนๆอย่างนี้ ผู้คนในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาะแปซิฟิก นิยมดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนเพื่อคลายร้อนกันมานานหลายศตวรรษแล้ว และในน้ำมะพร้าวที่หวานหอม ชื่นใจนี้ ยังมีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการครบถ้วน โดยเฉพาะเกลือแร่สำคัญๆ เช่น แคลเซียม โซเดียม โปตัสเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส ฯลฯ จนมีคนขนานนามว่าเป็น "น้ำเกลือแร่จากธรรมชาติ" สามารถชดเชยน้ำที่ร่างกายต้องสูญเสียไปในวันร้อนได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันทาง FAO (องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ) ยังได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาน้ำมะพร้าวอ่อนเป็น sport drink อีกด้วย

แตงโม

แตงโมเป็นผลไม้ฉ่ำน้ำอีกชนิดหนึ่งที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มากถึงประมาณ 96 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเนื้อที่มีความหวานเย็นชื่นใจ อีกทั้งมีสีแดงสดใส ทำให้แตงโมกลายเป็นอาหารของฤดูร้อน เพียงด้วยเมนูง่ายๆ เช่น แตงโมแช่เย็น น้ำแตงโมคั้น หรือแตงโมปั่น ในเนื้อแตงโมยังมีสารอาหารเยอะแยะมากมาย อาทิ วิตามินเอ บี ซี กรดนิโคตินิค กลูโคส ฟรุคโตส ซูโครส โปรตีน คาโรทีน กรดมาลิค แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ฯลฯ ตำราแพทย์แผนจีนโบราณ ยังบันทึกไว้ว่า แตงโมช่วยแก้อาหารเจ็บคอ แก้ร้อนกระวนกระวาน แก้พิษสุรา แก้บิด และขับปัสสาวะ แต่ก็มีข้อควรระวังไว้เหมือนกันค่ะ นั่นก็คือ ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะน้ำแตงโมซึ่งมีจำนวนมากจะไปทำให้น้ำย่อยในกรเพาะอาหารเจือจางลง จึงทำให้อาหารไม่ย่อย หรือท้องเสียได้

สมูทธี้ผัก

เวลาอากาศร้อนมากๆ เรามักจะกินอาหารหนักไม่ค่อยลง และรู้สึกหิวแต่น้ำ เครื่องดื่มสมูทธี้ จึงเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้ทั้งน้ำทั้งเนื้อ เหมาะสำรับหน้าร้อนเป็นอย่างยิ่งค่ะ

ปกติ การรับประทานผักสดๆก็ดีอยู่แล้ว แต่ถ้านำผักมาปั่นเป็นสมู้ทตี้ จะยิ่งดีขึ้นไปอีก เพราะการปั่นทำให้ผนังเซลล์ของใบผักแตกเป็นอนุภาคเล็กๆ จึงทำให้อนุภาคเล็กๆของสารอาหาร ส่งถึงเซลล์ของร่างกายได้โดยตรง แถมเป็นสารอาหารสดใหม่ที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์และไม่ถูกทำลายด้วยความร้อน

แต่คนที่ยังไม่คุ้นเคยกับรสชาติของผักที่นำมาปั่นกันสดๆ ลองผสมผลไม้ที่ชอบเข้าไปด้วย จะช่วยให้กินง่ายขึ้น และอร่อยด้วยค่ะ "ข้าวหอม" ขอแนะนำสมู้ทธี้มะม่วงกับผักโขม ... ใช้มะม่วงน้ำดอกไม้สุก 2 ผล หั่นเนื้อมะม่วงเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม แช่ให้เย็นก่อน แล้วนำมาปั่นรวมกับผักโขม 1 ถ้วย กับน้ำ 1 ถ้วย จนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ทำเสร็จปุ๊บ ดื่มปั๊บเลยนะคะ

ผักใบเขียว เป็นแหล่งของคลอโรฟิลล์ ที่จำเป็นต่อร่างกาย และคลอโรฟิลด์ก็เป็นเสมือน "บอดี้การ์ด" ที่คอยคุ้มครอง ป้องกันเซลล์ การดื่มน้ำผักปั่น จึงช่วยให้รู้สึกสดชื่น ผิวพรรณสดใส และขับถ่ายได้คล่องอีกด้วย

กะหล่ำปลี

กะหล่ำปลีเป็นผักมหัศจรรย์ที่สามารถรับประทานเมื่อไหร่ก้ดีเมื่อนั้น เพราะมีสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอล และในกะหล่ำปลีอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นอาหารผิวที่ดีเยี่ยม นอกจากนั้น ยังช่วยซ่อมแซมร่างกายจากภายในอีกด้วย เมนูที่อาหารจากกะหล่ำปลีช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะมีไฟเบอร์สูง และมีโปรไบโอติกธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งจะช่วยให้ผิวสวย สดใสขึ้น วิธีรับประทานกะหล่ำปลีที่ดีที่สุดคือ รับประทานสดๆ เช่น รับประทานเป็นผักสลัด หรือผักแกล้ม

สลัดผัก

ผักกาดหอมเป็นสิ่งที่จะขาดมิได้ในสลัดผัก ผักกาดหอมส่วนใหญ่ มีน้ำอยู่มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นสลัดผักสด ไม่เพียงเป็นอาหารว่าง หรืออาหารกลางวันที่อร่อย ชื่นใจ สบายท้องเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าต่อสุขภาพ ให้ทั้งพลังงาน และอุดมด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เบต้า-แคโรทีน เส้นใย วิตามินบี 1 วิตามิน 2 วิตามินซี และไนอะซิน

แอปเปิล

พูดถึงแอปเปิล อาจจะดูพื้นๆ แต่คำกล่าวที่ว่า "an apple a day keeps the doctor away." ยังคงใช้ได้อยู่เสมอค่ะ รับประทานแอปเปิลวันละผล ร่างกายจะแข็งแรง ทำให้ไม่ต้องไปหาหมอบ่อยๆ แอปเปิล ให้ทั้งพลังงาน วิตามินบี 6 วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ธาตุเหล็ก ทองแดง โพแทสเซียม และเส้นใยไฟเบอร์

มีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันถึงประโยชน์มากมายของแอปเปิล ทั้งช่วยบำรุงหัวใจ ลดโคเลสเตอรอล ลดความดัน ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด ลดความอยากอาหารและต้านอนุมูลอิสระ ล่าสุดยังพบว่า การดื่มน้ำแอปเปิลยังอาจช่วยเสริมความจำและป้องกันภาวะสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุได้อีกด้วย

น้ำแอปเปิล รสชาติเปรี้ยวๆหวานๆ กลิ่นหอมสดชื่น ดื่มหน้าร้อนก็ดี ดื่มตลอดปีก็ได้ คนที่ควบคุมน้ำหนัก แนะนำให้รับประทานแอปเปิลเขียว เพราะมีน้ำตาลน้อยกว่าแอปเปิลแดงค่ะ

สับปะรด

อีกหนึ่งผลไม้หน้าร้อนที่มีรสชาติอร่อย และมีให้รับประทานกันตลอดทั้งปี นอกจากจะเป็นผลไม้ชุ่มน้ำที่ช่วยให้ชุ่มคอ ดับร้อนได้ดีแล้ว ในสับปะรดยังมีธาตุสำคัญชื่อว่า โบรมีเลน ซึ่งช่วยในการย่อยโดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และช่วยยับยั้งการอักเสบต่างๆในร่างกาย มีวิตามินซี ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่าย มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีส ช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระ และมีกากใยซึ่งดีต่อระบบย่อยอาหาร ช่วยลดคอเลสเตอรอล ควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือดและช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็ง

แครอท

แม้ว่าแครอทจะมีเนื้อแน่นหนักกว่าผลไม้ชุ่มน้ำอื่นๆที่กล่าวมา แต่ก็มีน้ำเป็นองค์ประกอบเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ และเป็นผักหัวที่มีฤทธ์เย็น รับประทานได้หลายแบบ ทั้งรับประทานสดๆ เป็นของขบเคี้ยว ปั่นแยกกากทำเป็นน้ำแครอท หรือขูดใส่สลัด หรือส้มตำ ในแครอทมีวิตามินอยู่หลายชนิด เช่น วิตามินซี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และเบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงสายตา ลดคอเลสเตอรอล เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย และช่วยต้านมะเร็ง

น้ำกับมะนาว

เมื่อพูดถึงเครื่องดื่ม เราก็มักจะไปนึกถึงน้ำปรุงแต่งประเภทน้ำผลไม้ พันช์ คอกเทล มากกว่าจะนึกถึงน้ำเปล่ากันนะคะ ซึ่งที่จริงแล้ว น้ำเปล่านี่ละเป็นเครื่องดื่มแก้กระหาย คลายร้อน และให้ความชุ่มชื่นกับร่างกายได้ดีที่สุด แต่สำหรับในหน้าร้อน แค่เราเคลื่อนไหว หรือออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ร่างกายก็สูญเสียเหงื่อไปมากกว่าปกติแล้ว ควรบีบมะนาวลงไปสักหน่อย เพื่อช่วยเพิ่มวิตามินซี และกรดเอนไซม์ และควรดื่มในอุณหภูมิห้อง จะดีกว่าแช่เย็นหรือใส่น้ำแข็ง เพราะร่างกายจะได้ไม่ต้องดึงพลังงานมาใช้ปรับอุณหภูมิในร่างกาย

ร้อนนี้ ขอให้เย็นกาย เย็นใจ คลายร้อนแบบสุขภาพดีกันนะคะ