ความผิดพลาด

ในญี่ปุ่น (วันที่สาม)
สายลม...แสงแดด

เมื่อวานเย็นพอเช็คอินเข้าห้องพัก อาบน้ำอาบท่ากันเสร็จก็แยกย้ายเตียงใครเตียงมัน หลับเป็นตาย (จองห้องเตียงคู่แล้วขอเขาเสริมเตียง รวมเป็นสามเตียง)

มาตื่นอีกทีกลางดึก ราวๆเกือบเที่ยงคืน ทนหิวไม่ไหวก็สะกิดน้องชาย ฝากให้ลงไปซื้อ "อะไรก็ได้" ขึ้นมากิน

แน่นอนว่ารายนั้นกลับมาพร้อมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสามถ้วย กับไอศกรีมจากร้านสะดวกซื้อคนละแท่ง ขนมอีกนิดหน่อย

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ซื้อมานั้นเส้นนุ่มเร็ว และรสชาติดีมาก ที่จริงเวลาคนหิวกินอะไรก็อร่อยทั้งนั้นแหละ การกินมื้อดึกยิ่งเหมือนเป็นการเฉลิมฉลองอะไรบางอย่าง สามคนนั่งโซ้ยเอาๆจนหมดถ้วย ก่อนต่อด้วยไอศกรีม ไอศกรีมที่นี่มีฝาครอบด้วย เย็นทนนาน ไม่ละลายง่ายเหมือนไอศกรีมเมืองไทยที่เพิ่งออกจากช่องแช่แข็งก็อ่อนยวบไหลเป็นน้ำโดยไม่ต้องอาศัยความพยายาม แต่ในห้องพักก็มีตู้เย็น สุดแสงดาวยังไม่กินก็เลยเอาเก็บเข้าตู้เย็นไปก่อน

มาพูดถึงรายละเอียดห้องพักกันบ้าง ห้องพักทุกห้องที่เราจองไว้เป็นห้องพักปลอดบุหรี่ แต่ห้องแรกที่เปิดเข้าไปนั้นกลิ่นควันตลบอบอวล ตลบจริงๆ ชนิดที่ไม่ใช่แค่เปิดหน้าต่างเปิดพัดลมกลิ่นก็จะหายไปได้ เหมือนโดนรมแก๊ส ไปทริปนี้ถึงได้รู้ซึ้งว่าคนญี่ปุ่นสูบบุหรี่จัดมาก เพื่อนเลยไปขอเปลี่ยนห้อง พนักงานเดินมาดูที่ห้อง เห็นว่ามีกลิ่นจริงก็เปลี่ยนให้แต่โดยดี

ห้องสำหรับนอนสามคนกว้างขวางอยู่สบายดีทีเดียว มีโต๊ะเขียนหนังสือ ตู้เย็นเล็กๆ และพัดลมตั้งพื้นนอกเหนือไปจากเครื่องปรับอากาศที่ติดอยู่บนเพดานอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เล็กได้ใจ ก็คือห้องน้ำ ซึ่งไม่เป็นปัญหาอะไร เพียงแต่เราทึ่งว่าคนญี่ปุ่นช่างมีปัญญายัดทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็น (ยกเว้นพื้นที่ขยับตัว) เข้าไปไว้ในพื้นที่ขนาดไม่กี่ตารางเมตรได้ จะว่าเป็นตู้อาบน้ำก็ไม่ผิด เพราะไม่มีกระทั่งหน้าต่าง มีแต่ช่องระบายอากาศ เพียงแต่ในตู้อาบน้ำนี้มีทั้งโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า และอ่างอาบน้ำเสร็จสรรพ ตรงอ่างล้างหน้านอกจากสบู่ แชมพู ยาสีฟัน หมวกอาบน้ำ ไม้พันสำลีตามมาตรฐานโรงแรมทั่วไปแล้ว ยังมีหวีพับอย่างดีใส่ซองพลาสติกไว้ให้ด้วยตามจำนวนคน สุดแสงดาวหยิบมาใช้แล้วก็เก็บไว้เลยเพราะไม่ได้เอาหวีไปจากเมืองไทย คิดว่าเขาคงไม่เก็บของส่วนตัวแบบนี้ไปใช้ซ้ำ แต่ที่ไม่ได้คิดคือ พอพนักงานโรงแรมเห็นหวีหายไปจากอ่างล้างหน้าอันหนึ่ง ก็เอาอันใหม่ใส่ซองเรียบร้อยมาวางไว้ให้อีก

แขกคนหนึ่งต้องใช้หวีกี่อันกัน? นี่ถ้าเก็บรองเท้าแตะสำหรับเดินในห้องลงกระเป๋าไปด้วยเขาจะเอาคู่ใหม่มาให้ไหม? แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในโรงแรมเล็กๆในย่านธุรกิจแห่งนี้

เรากินเสร็จก็ปิดไฟ ลงนอนเพราะพรุ่งนี้นับเป็นวันเที่ยวหนักวันหนึ่ง ถึงจะย้ายบางโปรแกรมไปวันก่อนหน้าแล้ว แต่การเที่ยวสวนสนุกถ้าเกิดง่วงเหงาหาวนอนหรือไม่สบายขึ้นมาก็คงจะไม่สนุกแน่ๆ เป็นการเที่ยวที่ต้องใช้พลังงานเยอะทีเดียว

แต่กว่าจะหลับลงได้ ก็นอนคุยกันในความมืดอยู่นาน...

"เดี๋ยวกลับมากินข้าวเย็นแถวนี้กันนะ" เรานัดแนะกันอย่างดีเมื่อเดินผ่านร้านรวงแถวที่พักตอนสายๆของวันนั้น น่าจะเป็นร้านราเมงหรือไม่เช่นนั้นก็แกงกะหรี่ ขนาดของร้านไม่ใหญ่มาก หน้าต่างกระจกใสเป็นตอนๆ ทำให้เห็นด้านในร้านที่ดูเรียบๆ แต่สะอาดสะอ้านน่านั่ง แม้จะเป็นตอนกลางวันแต่แถวที่พักคนก็ไม่พลุกพล่าน ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวหรือเขตเมืองใหญ่ด้วยนั่นแหละ

นับเป็นเรื่องดีที่สวนสนุกโดยทั่วไปกว่าจะเปิดก็สายๆ เราเลยถือโอกาสนอนชดเชยเสียเลย กะเวลาไปถึงตอนสวนสนุกยูนิเวอร์แซลเพิ่งเปิดพอดี ซื้อตั๋วชนิดคุ้มที่สุดที่มีอยู่ แล้วก็ตรงดิ่งเข้าไปข้างใน เตรียมใช้ช่วงเวลาที่ร่างกายยังฟิตให้ไม่เสียเปล่าอย่างเต็มที่

สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยเห็นในเมืองไทย แต่ที่ญี่ปุ่นมีเยอะมาก ก็คือล็อคเกอร์ มีหลากแบบหลายขนาดสำหรับการใช้งานแบบต่างๆกัน จากเล็กไปจนถึงใหญ่ขนาดตัวคนได้ (แต่ใหญ่พิเศษขนาดนั้นตอนที่ไปไม่เจอสักที) บางแบบมีไว้สำหรับนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยวเก็บกระเป๋าข้ามคืน เท่าที่เห็นคือล็อคเกอร์สาธารณะจำนวนมากเป็นแบบหยอดเหรียญ บางแบบใช้กุญแจ บางแบบใช้รหัส ก่อนจะออกเดินทางไปเราเสิร์ชหาเรื่องล็อคเกอร์ไปเหมือนกันเพราะอาจจะจำเป็นต้องใช้ในบางส่วนของแผนการเดินทาง แต่สุดท้ายแล้วก็ได้ใช้อยู่แค่สองสามครั้งเท่านั้น เพราะเรามักจะไม่ย้อนกลับไปจุดเดิมอีกนอกจากจุดที่กลับไปนั้นจะเป็นที่พักซึ่งพักอยู่มากกว่าหนึ่งวัน

สำหรับที่สวนสนุก ก่อนเข้าไปในส่วนของเครื่องเล่นจะมีล็อคเกอร์ให้ฝากของ เราเอาเป้และของที่ไม่จำเป็นใส่ไว้ในล็อคเกอร์เพื่อจะได้ไม่ต้องหอบไปด้วยให้เกะกะ เหลือไว้แต่ของที่จำเป็นจริงๆ นับเป็นเรื่องดีที่สุดแสงดาวทิ้งกล้องเอาไว้ในล็อคเกอร์ข้างนอกตั้งแต่แรก เพราะพอเข้าไปข้างใน บางเครื่องเล่นที่สุดเหวี่ยงมากๆ ก็จะมีล็อคเกอร์ให้หยอดเหรียญอีก

เราตั้งใจไปเล่นกันจริงๆ ไม่ใช่ไปถ่ายรูป ดังนั้น ที่ยูนิเวอร์แซลก็เลยแทบไม่ได้ถ่ายรูปอะไรกลับมาเลย ขนาดอาหารยังซื้อแค่แซนด์วิช นม กับน้ำจากร้านสะดวกซื้อแถวที่พักไปกินเป็นมื้อกลางวัน ให้รู้ไปว่าคณะนี้ห่วงเล่น ตั้งใจมาเล่นเครื่องเล่นอย่างจริงจัง

และจริงๆแล้วการจะไปเที่ยวสวนสนุกให้คุ้ม ก็ต้องแบบนี้แหละ อย่าห่วงถ่ายรูปกับห่วงกินให้มาก เพราะของกินข้างในก็แพงๆทั้งนั้น ส่วนถ่ายรูป...ถ้าไม่ได้ตั้งใจมาถ่ายรูปในสวนสนุกโดยเฉพาะและมีคนคอยช่วยถือเวลาไปเล่นเครื่องเล่นแล้ว เก็บกล้องไปถ่ายที่อื่นเถอะ

กว่าเราจะกลับจากสวนสนุกในวันนั้นก็เย็นย่ำ สามคนลากร่างที่หิวโซขึ้นสถานีรถไฟ และเลี้ยวเข้าร้านอาหาร กินมื้อเย็นกันที่นั่นเลย โดยลืมไปสนิทว่านัดแนะอะไรกันไว้

แต่ไม่เป็นไร ของหวานของเรายังคงเป็นไอศกรีมที่หิ้วกลับไปกินที่ที่พักตามความตั้งใจเดิม!