สักการะหลวงพ่อธรรมจักรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

วัดธรรมามูลวรวิหาร
ตามรอยกับศิลปากร
ช่างภาพ: 

"หลวงพ่อธรรมจักรบูชาไว้ยังบ้านเรือนจะเกิดลาภผลและอยู่เย็นเป็นสุข คุ้มครองป้องกันภัยทั้งปวง จงจุดธูปเทียนบูชาขอน้ำมนต์ เมื่อคิดสิ่งใดจะได้สมปรารถนา ทุกประการเทอญ" ภัคพดี อยู่คงดี หัวหน้ากลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี บรรยายประวัติความเป็นมาและความสำคัญของวัดธรรมามูลวรวิหารและชมโบราณสถานสำคัญ สักการะหลวงพ่อธรรมจักร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดชัยนาทที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก พระอุโบสถ และพระวิหาร สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา เสมาทรายแดงเป็นเสมาคู่ คือว่าเป็นวัดที่กษัตริย์สร้าง รอยพระพุทธบาทสมัยสุโขทัยประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหาร วิหารยอดเขาธรรมามูล มีบันไดทางขึ้น 565 ขั้น

ตลอดเส้นทางเดินมีป้ายข้อความสอนใจติดอยู่กับต้นไม้นานาชนิด "พระอรหันต์ที่บ้านคือบิดามารดา จึงต้องเคารพและบูชาให้มากที่สุด" "ยามจะได้ ได้ให้เป็น ไม่เป็นทุกข์ ยามจะเป็น เป็นให้ถูกตามวิถี ยามจะตายตายให้เป็น เห็นสุดดี ถ้าอย่างนี้ ไม่มีทุกข์ ทุกวันเอย" พุทธทาสภิกขุ "วัดจะดีมีหลักฐานเพราะบ้านช่วย บ้านจะสวยเพราะมีวัดดัดนิสัย วัดกับบ้านผลัดกันช่วยก็อวยชัย ถ้าขัดกันก็บรรลัยทั้งสองทาง" "อันที่จริงคนเราอยากให้เราดี แต่ถ้าเด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นไส้ จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน" "อย่าอวดดีมีทรัพย์เที่ยวจับแจก ทำเกี่ยวแฝกมุงป่าพาฉิบหาย ใครจะช่วยตัวเราก็เปล่าดาย อย่ามักง่ายเงินทองของสำคัญ"

พระสุธีปริยัติธาดา (ชะลอ ปิยาจาโร ป.ธ.9) รองเจ้าคณะภาค 3 วัดธรรมามูลวรวิหาร ให้การต้อนรับกรมศิลปากรที่นำคณะสื่อมวลชนมายังวัดธรรมามูลวรวิหาร ซึ่งขณะนั้นอากาศในยามบ่ายร้อนจัดมาก ใครไปใครมาท่านรองเจ้าคณะฯ ก็สั่งสามเณรลูกวัดให้จัดหาไอศกรีมให้รับประทานเย็นชื่นใจกันทั่วหน้า พร้อมกับให้ข้อมูลด้วยว่าวัดธรรมามูลแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) เสด็จฯมาทอดกฐิน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาส ต้นปีนี้ครบรอบ 108 ปี ที่เสด็จฯมาประทับแรม "อาตมามีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ให้ดูรัชกาลที่ 5เสด็จประพาสต้น ทรงถ่ายรูปคู่กับพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ตอนที่ยังทรงพระเยาว์อยู่ ตอนนั้น พ.ศ.2449 ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9เสด็จฯทรงเปิดเขื่อนเจ้าพระยา ยังเสด็จฯมาไหว้หลวงพ่อธรรมจักร ที่วัดธรรมามูลวรวิหาร ต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯมาที่วัดนี้ 2 ครั้ง ปี 2535 ปี 2554 ต่อมา ในวันที่ 4พฤษภาคม2554 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จ"

พระสุธีปริยัติธาดา (ชะลอ ปิยาจาโร ป.ธ.9) กล่าวว่า ฝากให้กรมศิลปากรจัดวางผังของวัดให้สอดคล้องกับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2478 อาตมาพร้อมรับข้อแนะนำจากกรมศิลปากร ยังมีอีกหลายรายการที่จะต้องดำเนินการ การออกแบบศาลาหอสวดมนต์ แต่เดิมวัดนี้เป็นวัดป่าเขา ตอนนี้วัดมีต้นสะเดา ต้นขนุนอยู่รายรอบวัดเป็นจำนวนมาก

"นาน ตาปี" บันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์ในตามรอยเกจิฯขลังแห่งลุ่มน้ำขามเฒ่า และยังมีเอกสารของกรมศิลปากรเป็นคู่มือการเดินทางในครั้งนี้ควบคู่กับการฟังบรรยายข้อมูล "ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อ พ.ศ.2444 (ร.ศ.120) เสด็จฯไปเมืองชัยนาทเป็นครั้งแรกโดยเรือพระที่นั่งเก๋ง มีเรือกลไฟลากจูงออกจากท่าบางปะอิน มีจุดหมายปลายทางที่จังหวัดอุตรดิตถ์ พระองค์ได้ทรงหล่อพระพุทธชินราชจำลอง ณ เมืองพิษณุโลก เพื่อเป็นพระประธานในอุโบสถวัดเบญจมบพิตร วันที่ 9 ตุลาคม 2444 เวลา 07.30 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จฯออกจากเมืองชัยนาท เสด็จฯผ่านมาทางคลองลัดเสนาบดี ซึ่งกรมพระยาดำรงฯ ได้ขุดไว้ เวลา09.00น. เสด็จถึงวัดธรรมามูล พอขึ้นไปนมัสการพระประธานในพระอุโบสถและวิหาร มีราษฎรมาคอยรับเสด็จมากมาย พระองค์ได้กล่าวถึงพระวิหารว่าพังทลายลงมาทั้งแถบ พระเจดีย์ก็พังทลายลง พระเจดีย์เดิมนั้นเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองแล้วมาพอกให้กลม ส่วนที่พอพังทลายลงส่วนแกนเจดีย์ยังดีอยู่ พระองค์ยังกล่าวถึงพระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปเมืองสรรค์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้อัญเชิญมา มีพระรัศมีชำรุด หลังจากนมัสการพระแล้ว ทรงแจกเหรียญเสมาแก่ราษฎรที่คอยรับเสด็จ เสร็จแล้วเสด็จฯต่อ ทรงกล่าวว่าบ้านเมืองราษฎรจากธรรมามูลถึงคุ้งสำเภามีอยู่ห่างๆกัน ตรงข้ามฟากแม่น้ำสะแกกรัง มีตลาด และที่ว่าการอำเภอเมืองมโนรมย์ ซึ่งเมืองมโนรมย์นี้ได้ย้ายมาตั้งอยู่เหนือตลาดมโนรมย์"

ในพ.ศ.2435มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการปกครองออกเป็นกระทรวง ครั้งนั้นสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ในปีแรกนั้น พระองค์ได้ขึ้นไปตรวจราชการหัวเมืองฝ่ายเหนือ และได้รับพระราชทานกฐินหลวงให้ไปทอดที่วัดธรรมามูลวรวิหาร พระองค์ได้พักแรมที่เมืองชัยนาท รุ่งเช้า ออกจากเมืองชัยนาทขึ้นไปเขาธรรมามูล เป็นเวลาน้ำกำลังไหลเชี่ยว เรือของพระองค์พ่วงเรือไฟไปถึง2ชั่วโมงจึงถึง แต่เมื่อไปถึงเขาธรรมามูล ได้เห็นพวกกรมการเมืองชัยนาทซึ่งมาส่งไปคอยรับอยู่ที่ท่าวัดแล้วก็ประหลาดใจว่า พวกกรมการเมืองมีแต่เรือแจวพาย ทำไมจึงสามารถแข่งเรือไฟขึ้นไปถึงก่อนได้ กรมการเมืองทูลว่ามีทางลัดแห่งหนึ่งเวลาฤดูน้ำ เรือเล็กๆลัดไม่ได้จึงไปถึงก่อน

เมื่อขากลับน้ำลดแล้วพระองค์มาเรือแม่ปะ เมื่อถึงปากคลองลัดเห็นท้องคลองสูงกว่าระดับแม่น้ำ 5 ศอก พระองค์ก็ขึ้นเดินคูคลองลัดแล้วสั่งให้เรือล่องมารับที่ปากคลองข้างใต้ พระองค์ต้องมานั่งรอเกือบชั่วโมงหนึ่งเรือจึงมาถึง ก็เกิดเลื่อมใสเห็นว่าถ้าขุดคลองลัดนั้นให้เรือใหญ่ที่บรรทุกสินค้าไปมาได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เมื่อกลับจากตรวจราชการคราวนั้นแล้ว เผอิญลูกชาย (กลาง) อิทธิดำรง ซึ่งได้ติดตามพระองค์ขึ้นไปด้วยในคราวนั้นได้ถึงแก่กรรม พระองค์จะทำบุญอุทิศให้โดยมอบเงิน 10 ชั่ง ให้กรมการจีนคนหนึ่งขุดคลองขยายคลองลัดนั้น เมื่อทำสำเร็จแล้วจึงขนานนามคลองให้เรียกว่า ลัดเสนาบดี

ในพ.ศ.2449 (ร.ศ.125) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯเมืองชัยนาทครั้งที่ 2 เสด็จฯวัดธรรมามูลวรวิหาร เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ดังในพระราชนิพนธ์เรื่อง "เสด็จประพาสต้นครั้งที่ 2" ว่า "บ่าย2โมงครึ่งได้ออกเรือแวะที่โรงทหารขึ้นตรวจแถวและตรวจโรงซึ่งแล้วใหม่ ดูคนซึ่งเขาใหม่ คนชั้นเกณฑ์คราวหลังนี้มีเล็กๆมาก อายุ 19 ดูยังเด็กกลับจากโรงทหารขึ้นมาถึงหน้าเขาธรรมามูล 4 โมงครึ่ง ข้ามไปถ่ายรูปที่หาดตรงข้ามจนเย็นจึงได้ขึ้นเขาเรี่ยไรปฏิสังขรณ์ศาลาและวิหารขึ้นใหม่ แต่โบสถ์และพระเจดีย์ยังไม่ได้จัดการ ได้เข้าเรี่ยไรด้วยเทศกาลไหว้พระมี 3 คราว คือ กลางเดือน 6 กลางเดือน 12 กลางเดือน 3 กลางเดือน 12 เป็นเวลาประชุมใหม่ฝนไม่ตกมาหลายวันชาวบ้านนี้บ่น วันนี้ฟ้าแลบแต่ไม่ตก"

สันนิษฐานว่าการเสด็จฯในครั้งนี้ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินี พระพันปีหลวง ตามเสด็จมาด้วย เนื่องเพราะในจารึกแผ่นหินอ่อนที่โคนด้านบนของเสาต้นกลางที่เป็นเสาซุ้มบันไดติดกับลานพระวิหารได้จารึกเกี่ยวกับวันเดือนปีขนาดของบันไดและผู้ที่ร่วมบริจาค โดยปรากฏพระนามของ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง เป็นพระนามแรกที่ทรงบริจาคเงินจำนวน 200 บาท

วัดธรรมามูลวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าพระมหาธรรมราชาแห่งราชวงศ์สุโขทัย ทรงสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ.2120 สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา ภายในมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐาน ณ พระวิหารด้านในของวัด สร้างด้วยศิลามีลวดลายสลักเป็นรูปกลมตามวงจักร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯมานมัสการหลวงพ่อธรรมจักร ถึง 3 ครั้ง ใน ร.ศ.120 ร.ศ.125 ร.ศ.127 มีข้อความปรากฏในหนังสือประวัติศาสตร์ประพาสต้นมีพระราชหัตถเลขา (จดหมาย) ฉบับที่ 8 เดือนตุลาคม ร.ศ.120ถึงกรมหลวงเทวะวงษวโรปการ ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เสด็จมานมัสการหลวงพ่อธรรมจักร ณ วัดแห่งนี้ด้วย มีข้อความเป็นหลักฐานที่ทรงนิพนธ์ไว้ในหนังสือสาส์นสมเด็จลงวันที่ 12 มกราคม 2481เป็นลายพระหัตถ์ที่ทรงมีถึงสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ความตอนหนึ่งว่า เมื่อปีแรก หม่อมฉันเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ในพ.ศ.2453 ขึ้นไปตรวจราชการหัวเมืองเมื่อฤดูน้ำได้พระราชทานกฐินหลวงไปทอดที่วัดธรรมามูล หม่อมฉันไปพักแรมที่เมืองชัยนาท รุ่งเช้าออกจากเมืองชัยนาทขึ้นไปบนเขาธรรมามูล

ภายในพระอุโบสถวัดมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย ศิลปะแบบอู่ทองมาจากเมืองสรรคบุรี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯให้อัญเชิญมาไว้เป็นพระหล่อแบบช่างแม่น้ำนครชัยศรี ปัจจุบันพระเศียรได้ถูกคนร้ายลักตัดไป ชมรมพระเครื่องจังหวัดชัยนาทโดย นายแพทย์สำนวน ปาลวัฒน์วิไชย ให้กรมศิลปากรจำลองเศียรขึ้นใหม่ ภายในวัดยังมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐาน ณ พระวิหารด้านในของวัด สร้างด้วยศิลามีลวดลายสลักเป็นรูปกลมตามวงจักร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย พระพุทธรูปนาคปรก 2 องค์ (ปูนปั้นใหม่) ผังวิหารก่ออิฐถือปูนตันทั้งสามด้านหลังวิหารมีซากเจดีย์ 1 องค์ รอบเจดีย์มีต้นไม้และวัชพืชปกคลุม

บริเวณด้านหลังวิหารหลวงพ่อธรรมจักรมีซากพระเจดีย์ชำรุดทรุดโทรมมาก เหลือเพียงฐานเจดีย์ลักษณะก่ออิฐถือปูนสันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง มีสถาปัตยกรรมไม้เก่าเกินสมัยอยุธยา พระเครื่องในพระเจดีย์พังลงมาเป็นศิลปกรรมช่างสมัยสุโขทัย และยังมีเจดีย์รายให้เห็นอีกองค์ชำรุดทรุดโทรมมากเช่นกัน ที่ยอดเขาธรรมามูลมีบันไดทางขึ้น 565 ขั้น เป็นพื้นที่ลานกว้าง 5 ไร่เศษ มีวิหารหลวงพ่อนาคศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น มีความเชื่อกันว่าวิหารบนยอดเขาธรรมามูลเป็นสถานที่ปลุกเสกน้ำมนต์ให้แก่ทหาร เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในยามออกศึก บริเวณลานกว้างบนยอดเขาธรรมมามูลเป็นที่รวมพลของทหารและเป็นสถานที่สำหรับดูกำลังพลของข้าศึกและการเดินทัพของข้าศึกในสมัยก่อน

เสมาทรายแดงวัดธรรมามูลวรวิหาร เป็นเสมาคู่สลักด้วยศิลาทรายสีแดงมีลายประกอบซึ่งเข้าใจว่าสลักขึ้นในปลายสมัยอยุธยาราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 เพราะสมัยอยุธยาในรัชสมัยของพระเจ้าปราสาททองนิยมสร้างวัตถุด้วยศิลาทรายแดงเนื่องจากเป็นเสมาคู่ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่กษัตริย์สร้างจึงมีผลต่อความเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนโดยทั่วไป

พระพุทธรูปที่สำคัญของชัยนาทองค์หนึ่ง คือพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐาน ณ พระวิหารด้านหน้าวัดธรรมามูลวรวิหาร บริเวณเชิงเขาธรรมามูล อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดชัยนาท ประชาชนในจังหวัดและใกล้เคียงล้วนมีความเลื่อมใสศรัทธาว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนโดยทั่วไป เป็นพระพุทธรูปยืนสร้างด้วยปูนปั้น พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระแสดงปางห้ามญาติ ประทับยืนบนอาสนะฐานบัว ศิลปะร่วมสมัยเชียงแสน-สุโขทัย ตรงกลางพระหัตถ์ขวาที่ยกขึ้นมีรูปเสมาธรรมจักรประทับอยู่ แปลกกว่าพระพุทธรูปโดยทั่วไป เป็นลักษณะหนึ่งของพระมหาปุริสลักษณะ 32 ประการนามว่า "หลวงพ่อธรรมจักร" ตราธรรมจักรนี้ ทางจังหวัดชัยนาท นำมาเป็นสัญลักษณ์ตราประจำจังหวัด

มีตำนานที่เล่าขานกันว่าพระพุทธรูปหลวงพ่อธรรมจักรลอยน้ำมา เมื่อมาถึงหน้าวัดพระและชาวบ้านจึงอัญเชิญขึ้นประดิษฐานในวิหาร หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ และยังมีเรื่องเล่าอีกเรื่องหนึ่งว่า พระพุทธรูปหลวงพ่อธรรมจักร ท่านเสด็จมาปรากฏยืนพิงกำแพงพระวิหารได้เอง จะมาเมื่อใดไม่มีใครทราบ เมื่อมีผู้มาพบเห็นนั้น องค์หลวงพ่อเปื้อนโคลน กับมีจอกแหนติดอยู่โดยทั่วไป แม้ทางวัดจะช่วยกันขยับเขยื้อนองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อธรรมจักรก็มิได้ขยับเขยื้อนแต่ประการใด แม้จะกระทำพิธีบวงสรวงบอกกล่าวแล้วก็ตามจึงเป็นความมหัศจรรย์อย่างยิ่ง

วัตถุมงคลซึ่งจำลองแบบมาจากพระพุทธรูปหลวงพ่อธรรมจักร สำหรับนักสะสมพระเครื่องที่ฮิตมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น ปี 2461 บางท่านกล่าวว่า สร้างขึ้นในปี 2460 เป็นเหรียญที่มีพิธีการสร้างใหญ่โตมากในสมัยนั้น ที่สำคัญคือสร้างเพียงจำนวนน้อย มีพระเกจิอาจารย์ร่วมลงอักขระเลขยันต์ปลุกเสกรู้จักกันเป็นอย่างดี หลวงพ่อคง วัดบางกระพี้ หลวงพ่ออยู่วัดดัดถนน หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า สร้างขึ้นในปี 2461 ทางวัดธรรมามูลวรวิหารจัดสร้างเหรียญพระพุทธรูปหลวงพ่อธรรมจักรขึ้นมามี 2 พิมพ์ทรง พิมพ์เศียรโต และพิมพ์เศียรเล็ก ด้านหน้าเป็นรูปจำลองพระพุทธรูปหลวงพ่อธรรมจักรประทับยืนบนอาสนะฐานบัวชั้นเดียว ยกพระหัตถ์ขวาทำปางห้ามญาติ ตรงกลางฝ่าพระหัตถ์ขวานั้นปรากฏธรรมจักร พื้นผิวโดยรอบเหรียญปราศจากอักษรใดๆ

ด้านหลังพื้นเหรียญเรียบ ปรากฏอักขระยันต์อ่านจากบนลงล่างได้ว่า อุณาโลม ชะ นะ พระธรรมจักร ในพ.ศ.2463ได้มีการสร้างเหรียญปั๊มขึ้นมาเป็นเหรียญรูปทรงน้ำเต้ามี 2 พิมพ์ แบบที่1ด้านหน้าเป็นรูปจำลองพระพุทธรูปหลวงพ่อธรรมจักรล้อมรอบด้วยอักขณะขอม 4 ตัว นะ มะ พะ ทะ ด้านหลังตรงกลางเป็นยันต์ใบพัดมีอักขระขอมว่า อิสวาสุ บนยันต์ใบพัดเป็นตัวอุณาโลม แบบที่ 2 ด้านหน้าเป็นรูปจำลองพระพุทธรูปหลวงพ่อธรรมจักรด้านหลังมีอักขระขอมว่า อุณาโลม ชะ นะ พระธรรมจักร นอกจากนี้ยังมีวัตถุมงคลรูปพระพุทธรูปหลวงพ่อธรรมจักร สร้างขึ้นด้วยเนื้อผงคลุกรักกล่าวกันว่า หลวงปู่ศุขได้สร้างขึ้นแจกจ่ายแก่บรรดาลูกศิษย์

เส้นทางบริเวณด้านล่างมีศาลาพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรให้กราบไหว้นมัสการ มีต้นสะเดา ต้นขนุนมากมายหลายต้น ดอกไม้สีม่วงดอกเล็กๆกระจิริดขึ้นอยู่มากมายบนเส้นทางขึ้นไปบนเขาด้วยบันไดไปยังวัดธรรมามูลได้เห็นธรรมชาติสีเขียวที่ยังเป็นป่าเขารายรอบวัดธรรมามูลวรวิหารที่ยังอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแบบอยุธยา