ตามรอยพระยุคลบาท และหลักการทรงงาน

สกู๊ปพิเศษ

สำนักงาน กปร. ร่วมกับ ส.ท.ท. และ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดหลักสูตร ฝึกอบรมวิทยากรและการนำเสนอ เพื่อเผยแพร่และขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือ วพร. รุ่นที่ 3 และหลักสูตรฝึกอบรมวิทยากรและการนำเสนอ เพื่อเผยแพร่และขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือ วพร.ท. รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2557 ในวันที่ 19 สิงหาคม ถึง 7 กันยายน 2557

ณ อาคารสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สุวัฒน์ เทพอารักษ์ ให้เกียรติเป็นประธาน ในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร พร้อมด้วยที่ปรึกษาด้านการประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ชัชชัย ภูวิชยสัมฤทธิ์ กล่าวรายงานว่า

การฝึกอบรมหลักสูตรครั้งนี้ มีขึ้นด้วยความตระหนัก ถึงการดำเนินงานสนองพระราชดำริ เกี่ยวกับการพัฒนาในทุกสาขา ทุกระดับ และทุกพื้นที่ ของทั้งทางภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ได้น้อมนำแนวทางไปปฏิบัติ ให้บังเกิดผลสำเร็จโดยถ้วนหน้ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ ที่มีจำนวนกว่าสี่พันห้าร้อยโครงการทั่วประเทศ ดังนั้น ทางด้านสำนักงาน กปร. จึงได้จัดฝึกอบรมนี้ขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ได้มีความรู้ความเข้าใจ ในการพัฒนาตามแนวทางพระราชดำริ และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในลักษณะขององค์รวม พัฒนาความรู้และทักษะในการเป็นวิทยากร การประชาสัมพันธ์ หรือการนำเสนอ อีกทั้งเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ ให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่นี้ มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ที่จะมาเป็นเครือข่ายร่วมกันด้วย

จากนั้นทางด้านเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สุวัฒน์ เทพอารักษ์ มาเป็นวิทยากรบรรยายในเรื่อง การเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทและหลักการทรงงาน ซึ่งมีเนื้อหาที่สำคัญว่า...

จากปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 เชื่อว่าทุกคนได้ยินได้ฟัง ทว่าในสังคมไทยที่ผ่านมา อาจจะมองประเด็นเรื่องส่วนรวมน้อย กลับมองเรื่องส่วนตัวเรื่องของวัตถุ หากทำเพื่อประโยชน์สุขส่วนรวม ก็ไม่น่าจะมาทะเลาะกัน

แรงบันดาลพระราชหฤทัย ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2489 พระองค์ท่านทรงบันทึกไว้ว่า วันนั้นคือวันที่เราจะต้องจากไปแล้ว รถแล่นผ่านฝูงชนไปได้อย่างช้าที่สุด ถึงวัดเบญจมบพิตร รถแล่นเร็วขึ้นได้บ้าง ตามทางที่ผ่านมา ได้ยินเสียงใครคนหนึ่ง ร้องขึ้นมาดังๆว่า "อย่าละทิ้งประชาชน" อยากจะร้องบอกไปว่า "ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะละทิ้งอย่างไรได้" แต่รถวิ่งเร็วและไปไกลเสียแล้ว

หรือแม้แต่พระราชดำรัส ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระราชทานสัมภาษณ์ ให้กับบรรดาผู้สื่อข่าวต่างประเทศ โดยต่อมามีการแปลใจความสำคัญ เป็นภาษาไทยเอาไว้ว่า พระเจ้าอยู่หัวและข้าพเจ้าไม่พึงพอใจ กับการที่เพียงแต่เยี่ยมเยียนราษฎร หรือเพียงแต่ทำสิ่งที่เคยทำกันเป็นประเพณี เราต้องพยายามทำดีกว่านั้น เราต้องพยายามช่วยรัฐบาล ส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น เพราะเราเป็นประเทศด้อยพัฒนา ดังนั้น การเพียงแต่ไปเยี่ยมเยียนราษฎร เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ที่ประมุขของประเทศจะต้องกระทำตามประเพณีนั้น เป็นเรื่องไร้สาระ หากเราไม่สามารถมีส่วนร่วมในการบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน แล้วเราก็ต้องถือว่า การเป็นประมุขของประเทศประสบความล้มเหลว

จากแนวพระราชดำริดังกล่าว เป็นแรงพระราชหฤทัยให้ทั้งสองพระองค์ ทรงมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาแก่ราษฎร อย่างต่อเนื่องมาตลอดหกสิบกว่าปี

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการแรกที่ได้มีการบันทึกเอาไว้ เมื่อปี 2495 คือ "ถนนห้วยมงคล" โดยพระราชทานรถบลูโดเซอร์ ให้หน่วยตำรวจตระเวนชายแดนค่ายนเรศวร ไปสร้างถนนเพื่อช่วยเหลือราษฎร บ้านห้วยมงคล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้นำผลผลิตออกมาจำหน่าย ยังชุมชนภายนอกได้สะดวก ต่อมาปี 2496 "อ่างเก็บน้ำเขาเต่า" เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแห่งแรก เพื่อให้ราษฎรหมู่บ้านเขาเต่า ที่ต่างขาดแคลนน้ำจืด ในการอุปโภคบริโภคกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชทรัพย์ 60,000 บาท เป็นทุนการดำเนินงานเบื้องต้น เพื่อก่อสร้างเขื่อนดิน กั้นเป็นอ่างเก็บน้ำจืด

นั่นทรงเห็นปัญหา และพยายามแก้ปัญหา ให้กับราษฎรในแต่ละเรื่องๆ แม้แต่เรื่องของฝนเทียม ปี 2498 มีพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2528 ณ พระตำหนักสวนจิตรดารโหฐาน ว่า "...เรื่องฝนเทียมนี้ เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2498 แต่ยังไม่ได้ทำอะไรมากมาย เพราะว่าไปภาคอีสานตอนนั้นหน้าแล้ง เดือนพฤศจิกายนที่ไปมีเมฆมากอีสานก็แล้ง ก็เลยมีความคิด 2 อย่าง ต้องทำ check dam...ตอนนั้นเกิดความคิด จากนครพนม ผ่านสกลนคร ข้ามไปกาฬสินธุ์ ลงไปสหัสขันธ์ ที่เดียวนี้เป็นอำเภอสมเด็จ...ไปจอดที่นั่นไปเยี่ยมราษฎร มันแล้งมีฝุ่น..." "...แต่มาเงยดูท้องฟ้า มีเมฆ ทำไมมีเมฆอย่างนี้ ทำไมจะดึงเมฆนี่ให้ลงมาได้ ก็เคยได้ยินเรื่องทำฝน ก็มาปรารภกับคุณเทพฤทธิ์ ฝนทำได้ มีหนังสือเคยอ่านหนังสือทำได้..."

และทำฝนเทียมครั้งแรก ปี 2512 ซึ่งทรงใช้เวลาถึง 14 ปี ณ จังหวัดนครราชสีมา จนกระทั่งวันนี้ทางกระทรวงเกษตรฯ จัดตั้งเป็นกรมฝนหลวง มีหน่วยออกปฏิบัติการทั่วประเทศ โดยในปีหนึ่งช่วยได้ถึง 160 ล้านไร่ หรือเกือบครึ่งพื้นที่ในประเทศ

หลังจากนั้นมาก็ได้มี "โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา" ทดลองปลูกข้าวพันธุ์ต่างๆในบริเวณสวนจิตรลดา และนำควายเหล็กหรือรถไถแบบ 4 ล้อ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 8.5 แรงม้า ไปใช้งานเตรียมดิน ซึ่งมีหลายๆโครงการ อันเป็นผลสำเร็จในสวนจิตรลดา แล้วกระจายไปสู่โครงการในพื้นที่ต่างๆ แม้กระทั่ง "ปลานิลจิตรลดา" แก้ปัญหาด้านโภชนาการ โดย สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต ครั้งดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมาร แห่งประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 24 มีนาคม 2504 ได้ทูลเกล้าฯถวายปลานิล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจากปลานิลจำนวน 50 ตัว ในสวนจิตรลดา สู่ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา ขยายผลไปสู่ประชาชน

การตั้ง "ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน" อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ในลักษณะพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต เพื่อเป็นตัวอย่างความสำเร็จในด้านเกษตรกรรม และการพัฒนาอาชีพ ก็ได้มีประวัติมาว่า ตอนแรกมีที่ดิน 264 ไร่ ที่ผู้ใหญ่บ้านให้ เพื่อสร้างตำหนัก ในปี 2522 ก็เลยถามผู้ที่ให้ที่นั้นนะ ถ้าหากไม่สร้างตำหนัก แต่ว่าสร้างเป็นสถานที่ จะศึกษาเกี่ยวกับการเกษตร จะเอาไหม เขาก็บอกยินดี ก็เลยเริ่มทำที่นั่น

สำหรับหลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาทิ 1. ...ศึกษา หาความรู้ รู้จริง รู้แจ้ง โดยการทำงานอย่างผู้รู้จริง ใช้ความรู้ในการทำงาน มีข้อมูลที่ถูกต้อง ผนวกกับเหตุผลที่ดี 2. ...มุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด หลังจากนั้นจะมีกระบวนการในการพัฒนาตามมา "...ช่วยเพื่อให้เขาช่วยตัวเอง อย่าให้แต่ปลา ต้องสอนให้รู้จักจับปลา..." 3. ...การมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยวิธีปลูกป่าในใจคน "...เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้น ก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง..." หรือการให้ชาวบ้านเป็นครู "...เวลาเข้าไปทำงาน อย่านึกว่าเราเป็นครู ให้นึกว่าชาวบ้านเป็นครู..." และการระเบิดมาจากข้างใน

4. ...ความขยันหมั่นเพียร ดังเรื่องกาแฟ "แต่ก่อนเขาปลูกฝิ่น เราไปพูดจาชี้แจงชักชวนให้เขามาลองปลูกกาแฟแทน กะเหรี่ยงไม่เคยปลูกกาแฟมาก่อนเลย ยังดีที่กาแฟไม่ตายเสียหมด แต่ยังเหลืออยู่หนึ่งต้นนั้น ต้องถือว่า เป็นความก้าวหน้าสำหรับกะเหรี่ยง" 5. ...ความซื่อสัตย์ สุจริต และกตัญญู "...ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อย ก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้มีความรู้มาก แต่ไม่มีความสุจริต ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ..." 6. ...ความคุ้มค่ามากกว่าการลงทุน ดังที่ว่า "...ขาดทุน คือ กำไร...การเสีย คือ การได้ ประเทศชาติก็จะก้าวหน้า และการที่คนอยู่ดีมีสุขนั้น เป็นการนับที่เป็นมูลค่าเงินไม่ได้..."

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากสี่พันกว่าโครงการ ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมชัดเจน อันแสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักปรัชญา ที่มาจากการได้พระราชทาน ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ จากที่ทรงคิด ค้นคว้า ทดลอง หาแนวทางแก้ปัญหา จนเมื่อเกิดผลสำเร็จได้อย่างแน่ชัด จึงพระราชทานแนวพระราชดำริ ทรงเป็นนักเผยแพร่ ทรงสนับสนุนให้เกิดโครงการต่างๆทั่วประเทศ และทรงเป็นผู้นำ ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง