สมุนไพรต้านโรคภัยช่วงหน้าหนาว

รอบรู้เรื่องสุขภาพ

กรมอุตุวิทยาแจ้งเตือนว่า ฤดูหนาวในปีนี้ จะมีอากาศหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะบริเวณประเทศไทยตอนบน ทำให้เราต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม กับการสู้โรคภัยไข้เจ็บที่จะตามมา โดยเฉพาะโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ สามารถดูแลตัวเองและคนในครอบครัว ได้ด้วยสมุนไพรไทยในเบื้องต้นค่ะ โดยทาง ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร จากมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระอภัยภูเบศร ได้นำองค์ความรู้ด้านการใช้สมุนไพรไทยพื้นบ้าน มาถ่ายทอดเพื่อบรรเทาทุกข์จากโรคต่างๆที่เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาพได้ด้วยตัวเอง โดยให้สังเกตุอาการที่เกิดกับร่างกาย ด้วยโรคหวัดจะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ไอ จาม น้ำมูกไหล อ่อนเพลีย ปวดศีรษะเล็กน้อย เบื่ออาหาร หรือมีไข้ร่วมด้วย เราสามารถใช้สมุนไพรที่หาง่ายใกล้ตัว ดังนี้

ฟ้าทะลายโจร ตามตำรับยาไทย มีขนาดและวิธีการเพื่อรักษา 4 วิธี คือ ยาชง ใช้ใบ 5-7 ใบ จะเป็นใบสดหรือแห้งก็ได้ แต่ใบสดจะมีสรรพคุณดีกว่าค่ะ เติมน้ำเดือดลงไปจนเกือบเต็มแก้ว ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงหรือพอให้ยาอุ่น แล้วรินน้ำกินครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3-4 ครั้งก่อนอาหาร ยาต้ม ใช้ฟ้าทะลายโจรทั้งต้นและใบจำนวน 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3-4 แก้ว ให้เดือดนาน 10-15 นาที ถ้าต้มให้เดือดไม่นานพอ ยาจะมีกลิ่นเหม็นเขียว ทำให้กินยาก ควรกินยาในขณะที่น้ำกำลังอุ่น กินครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3-4 ครั้งก่อนอาหาร แต่จะกลบรสขมของยา ได้ด้วยการกินของรสเปรี้ยวหรือเค็มตามก็ได้ค่ะ

ส่วน ยาเม็ด โดยการเด็ดใบสดมาล้างให้สะอาด ตากแดด 1-2 วัน จนใบแห้งกรอบสีเขียวเข้ม บดเป็นผงให้ละเอียด ปั้นกับน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อม เป็นเม็ดขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลือง แล้วผึ่งลมให้แห้ง เพราะถ้าปั้นกินขณะที่ยังเปียกอยู่ จะมีรสขมมาก กินครั้งละ 5-10 เม็ด วันละ 3-4 ครั้งก่อนอาหาร และยาแคปซูล เป็นที่นิยมมากเนื่องจากสะดวก ด้วยการเอาผงยาที่ได้เหมือนยาเม็ด มาใส่แคปซูลเพื่อช่วยกันรสขมของยา แคปซูลควรใช้ขนาดเบอร์ ๐ หรือประมาณ 400-500 มิลลิกรัมของผงแห้ง กินครั้งละ 2-4 แคปซูล วันละ 3-4 ครั้งก่อนอาหาร

ในการใช้ผ้าทะลายโจรที่ให้ผลดี หรือออกฤทธิ์ได้เร็วที่สุดในการแก้ไข้หวัด คือ ถ้าเริ่มรู้สึกว่า ครั่นเนื้อครั่นตัว ทำท่าว่าจะเป็นไข้ ให้รีบรับประทานทันที นอกจากนั้นฟ้าทะลายโจร จะมีสรรพคุณในการลดไข้ แก้หวัดแล้ว ยังสามารถรักษาอาการท้องเสีย โดยไม่ทำให้หยุดถ่ายทันทีได้ โดยเมื่อเริ่มมีอาการ ให้รีบผสมผงเกลือแร่ดื่มทันที ไม่ควรรับประทานยาแก้ท้องเสียหรือยาปฏิชีวนะ แล้วใช้ฟ้าทะลายโจรขนาด 2 กรัม แบ่งกิน 2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 2 วัน จะทำให้การขับถ่ายเป็นปกติ มีประสิทธิภาพในการรักษาดีกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ ยกเว้นในรายที่ติดเชื้ออหิวาตกโรค ควรนำส่งโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลโดยด่วน

ขิง สมุนไพรในก้นครัว ก็นำมาใช้แก้หวัดได้ จากงานวิจัยพบว่า น้ำขิงที่ได้จากการต้ม 30 นาที ช่วยกระตุ้นการทำงานของ macrophage ที่มีหน้าที่ในการจับกินเชื้อไวรัส H3N2 ที่เข้าไปในร่างกาย เราสามารถทำน้ำขิงพิชิตหวัดและแก้ไอ ตามตำรายาพื้นบ้านไทยได้ไม่ยากนักด้วย การใช้ขิงแก่สดล้างสะอาดทุบพอบุบ โดยไม่ต้องขูดเปลือกทิ้งประมาณ 1 ถ้วย น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำสะอาด 3 ลิตร ต้มให้เดือดแล้วลดไฟลง เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อนไปเรื่อยๆ จนน้ำขิงกลายเป็นสีเหลือง เติมน้ำตาลหรือน้ำผึ้งตามใจชอบ เพียงเท่านี้ก็ได้เครื่องดื่ม ที่มีสรรพคุณต้านหวัดได้ค่ำ 

กระเทียม สมุนไพรสารพัดประโยชน์ คู่ครัวคนไทยอีกหนึ่งตัว เพียงรับประทานกระเทียมสดเป็นประจำ สามารถป้องกันหวัด และลดระยะเวลาการเป็นหวัดได้ และนอกจากนี้ ยังมีรายงานการวิจัยของญี่ปุ่นว่า กระเทียมในรูปของ Aged Garlic Extract (AGE คือ การแช่กระเทียมที่หั่นหรือสับ ในแอลกอฮอล์ 15-20 เปอร์เซ็นต์ แล้วทิ้งไว้นานมากกว่า 10 เดือนในอุณหภูมิห้อง ก่อนนำมาทำให้เข้มข้น) มีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้มีประสิทธิผลในการป้องกันหวัดได้ดี ในฤดูกาลที่มีการระบาดของหวัด ควรรับประทานกระเทียมในรูปแบบต่างๆเป็นประจำ กระเทียมช่วยทำให้การหายใจโล่งขึ้นอีกด้วย

ยังวิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคหวัดอย่างง่ายๆ ด้วยการทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย ใช้ผ้าปิดปากเวลาไอจาม ล้างมือให้สะอาด ใช้ช้อนกลาง รวมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานเครื่องเทศที่มีรสเผ็ดร้อน สมุนไพรที่มีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย อย่าง ตระไคร้ กระเพรา บัวบก พลูคาว หรือจะเป็น หอมแดง หอมใหญ่ ผักชีฝรั่ง ใบหม่อน และใบฝรั่ง ที่อุดมด้วยสาร Queritin รวมทั้งผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงๆ อย่าง มะขามป้อม มะนาว ส้ม ผลยอ หรือ ผลไม้ที่มีสีแดง เป็นสมุนไพรที่ควรนำมากินประจำ และดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ อีกทั้งควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการได้รับแสงแดดบ้าง จะช่วยเพิ่มวิตามินดี ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทาน และภูมิคุ้มกันดีขึ้นด้วย

สนใจสอบถามเรื่องการใช้สมุนไพรเพิ่มเติม สามารถติดต่อที่ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โทร 037-211-288-9 ทุกวันในเวลาราชการได้เลยค่ะ