3. ฉันเริ่มค้นหาแฟ้มตามซอกมุม หลืบต่างๆ บนโต๊ะคุณตุ๋ม พอดีที่เสื้อสูทมาส่ง เสียเวลานิดหน่อยเดินไปเอาเสื้อที่โต๊ะโอเปอเรเตอร์ ควักเงินส่วนตัวจ่ายให้เด็กส่งเสื้อไป 200 บาท เด็กท่าทางทอมๆ ส่งเสื้อไหว้แล้วไหว้อีก พร้อมกับพูดว่า

"ยินดีครับพี่ วันหลังให้อิ้งมาส่งอีกก็ได้ พี่ไม่ต้องเดินไปเอง" พอเด็กทอมชื่ออิ้งพ้นประตู หนูแป้งก็โวยทันที

"โอ๊ยพี่ ให้อะไรกันตั้ง 200 เขาให้กัน 20 เดี๋ยวมันก็เคยตัวหรอก" ฉันก็ได้แต่คิดว่า แล้วกูจะรู้ไหมพวกมึงกว่าจะมาทำงานกันก็ปาเข้าไปเกือบสิบโมง จะไปเอาใครที่ไหนมาช่วยคิด ก็ต้องเอาสะดวกก่อนแหละ

"เอาเหอะ แค่ผูกมิตรกับเด็กมันต่อไปก็ให้ไม่เยอะแล้ว" ฉันบอกหนูแป้ง แต่ลึกๆฉันก็คิดในใจว่า กูนี่ช่างโง่แท้ เฮ้อ ไอ้ที่หยาบๆนี่มันอยู่ในใจฉันเท่านั้นแหละค่ะ เพราะฉันใส่หน้ากากนางฟ้าไว้ตลอดเวลาและซ่อนวิญญาณนางมารร้ายไว้มิดชิด ขนาดนังกลอยลูกน้องเก่ายังเคยชื่นชมฉันอย่างจริงใจ เมื่อครั้งฉันทำโครงการดัดหลัง ผู้จัดการอีกคนแย่งเงินงบประมาณมาก้อนใหญ่ว่า "พี่นี่เลวสะใจจัง"

ฉันค้นหาแฟ้มจนเหนื่อย ยังหาไม่เจอ ในคอมพิวเตอร์ก็มีแค่ต้นฉบับเพียงหนึ่งเดียว นอกนั้นคุณตุ๋มแกคงแค่เปลี่ยนชื่อลูกค้าแล้วก็สั่งพริ้นท์ออกมา เพื่อความรวดเร็วและประหยัดพื้นที่การเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ตายตาย ยัยจิ๋มก็ยังหลับน้ำลายยืดอยู่ นึกขึ้นมาได้ว่าแฟ้มอาจอยู่ในห้องนายเพื่อให้เซ็นชื่อ ฉันรีบเข้าไปค้นบนโต๊ะมีแฟ้มงานอยู่เกือบสิบแฟ้มแต่ก็วางไว้อย่างเป็นระเบียบ รู้ละนายเจ้าระเบียบเพราะฉะนั้นทุกวันโต๊ะทำงานนายต้องสะอาดเรียบร้อย ระหว่างกำลังค้นแฟ้มก็มีเสียงเรียกที่หน้าห้อง

"พี่แคลร์ครับ นายสั่งงานมาครับ" นั่นแหละฉันจึงเงยหน้ายู่ยี่ของฉันขึ้นมา "ผมไก่ครับ เป็นคนขับรถคุณนุ"

โอยแม่เจ้า อยากตายเสียให้รู้แล้วตัวรอดเสียตรงนั้น ไก่บ้าอะไรหล่อซะขนาดนั้น ถ้าดูกันเผลอๆเร็วๆ ออกจะคล้ายพระเอกละครช่อง 7 ที่ชื่อ เวียร์-ศกุลวัฒน์ เลยทีเดียว โอ๊ยหล่อง่ะ สูง หน้าใส หุ่นดี แต่งตัวดีมาก เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียวอ่อน ติดกระดุมแขนเรียบร้อย กางเกงสีเข้มทรงสวย รองเท้าดูดี เนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ท่าทางจะมีกล้ามแขนเป็นมัดๆ แถมด้วยซิกซ์แพ็คตรงหน้าท้องเสียด้วย น่าน ฉันจินตนาการไปไกล ยืนมึนๆอยู่สักพักก็ชักจะเสียฟอร์ม เลยรีบปรับสีหน้าให้สวย แม้จะไม่ใสเพราะวัยไม่ให้ แต่หน้าตารูปร่างฉันก็เซ็กซี่ไม่อายใครเหมือนกัน

"ไก่ คนขับรถ" ฉันทวนคำ

"ครับพี่ นายฝากงานมาให้ เดี๋ยวผมเอาสูทไปเลยนะ แล้วจะมาหาพี่อีกทีตอนสักสี่โมง วันนี้งานเยอะพี่ ทั้งประชุมบอร์ด แถลงข่าว เย็นเลี้ยงข้าวที่บ้านคุณแม่อีก คงยุ่งกันอีกหลายวันเลย" นายไก่สาธยายไปเรื่อยๆมีรอยยิ้มที่มุมปากตลอดเวลาอย่างเป็นธรรมชาติ โอโฮ ยิ่งดูใกล้ๆยิ่งหล่อ ตัวก็หอมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพง ฉันเคยได้กลิ่นนี้จากตัวผู้ชายที่เลิกรากันไปมาก่อน เวลาพูดกลิ่นปากยังสะอาดอีก เฮ้ย ทำไมไม่ไปหางานอื่นทำ เขาให้เงินเดือนกี่ตังค์กันถึงได้แต่งตัว และใช้น้ำหอมยี่ห้อนี้ได้ ทำไมไม่ไปเทสต์หน้ากล้องเผื่อเป็นดาราก็ไม่รู้

"แล้วตอนนี้นายอยู่ไหนล่ะ เผื่อมีอะไร" นายไก่เอ่ยชื่อโรงแรมระดับหรูแห่งหนึ่งบนถนนสุขุมวิท "แต่นายไม่ให้กวนครับ ซีเรียสอยู่ พี่มีอะไรโทร.หาผม" นายไก่พูดพร้อมกับแลกเบอร์โทรศัพท์มือถือกับฉัน "ผมไปนะ วันนี้รถติดเดี๋ยวนายเปลี่ยนเสื้อขึ้นแถลงข่าวตอนบ่ายไม่ทัน" ว่าแล้วก็เดินจากไปทิ้งรอยยิ้มหล่อๆไว้ให้

เหลือบตาดูรายการอาหารที่นายจะทำเลี้ยงแขกเย็นนี้ มีรายการอาหาร 8 อย่าง ของหวานอีก 2 อย่าง แถมเขียนทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า บรรยายสูตรอาหารให้ด้วยครับ แค่ชื่ออาหารแต่ละอย่างนี่ฉันก็คงต้องเปิด google หาแล้วยังต้องมานั่งบรรยายอาหารอีกว่าใส่อะไรบ้าง เหมือนเมนูในโรงแรมไงคะที่ต้องบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ และแปลออกมาเป็นภาษาไทยว่า 'อาหารจานนี้ปรุงด้วยไข่สดเก็บจากฟาร์ม' อะไรเทือกๆนั้นที่บางท่านคงคุ้นตาดีเวลาไปอ่านเมนูอาหารตามโรงแรมหรือภัตตาคารหรูๆที่เขาต้องบรรยายไว้ใต้ชื่ออาหารว่าปรุงด้วยอะไร มีกลิ่นกรุ่นด้วยเครื่องเทศชนิดไหน เว่อร์ๆเข้าไว้ เหมือนไข่นั่นแหละจริงๆ แล้วมันก็เป็นไข่ซื้อจากตลาด คงไม่ได้สดอะไรมาจากฟาร์มหรอกค่ะ เห็นรายการอาหารอย่างแรกก็ต้องถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนไปงมหาแฟ้มงานต่อ 'พระกระโดดกำแพง' "Buddha Jumps Over the Wall" ใช่ไหมเนี่ย แล้วเครื่องปรุงมีอะไรบ้าง แล้วแต่ละอย่างมันเรียกว่าอะไรอีก แล้วบรรยายให้มันเป็นภาษาอังกฤษสละสลวยอีก เปิด google หาทันไหมนี่ ไหนจะต้องพิมพ์อีก จัดทำเป็นรูปแบบเมนูตั้งโต๊ะอีก อีก 10 นาทีเที่ยง ยังทำอะไรไม่ถึงไหน ครึ่งวันได้สูทมาชุดเดียว เสียเงินไป 200 บาท ยัยจิ๋มก็เพิ่งงัวเงียตื่นขึ้นมาตอนใกล้เวลาอาหารกลางวัน จะให้ช่วยอะไรบ้างก็ไม่ได้

ฉันกลับเข้าห้องนาย เปิดอ่านทีละแฟ้ม โชคดีเจอเสียที น่าจะใช่จดหมายขอบคุณลูกค้าฉบับปริศนาที่ว่า ช็อกอีกระลอกอยากจะกรี๊ดดังๆ 'มันเป็นภาษาไทย มันเป็นภาษาไทย' ฉันพิมพ์ภาษาไทยไม่เป็น ทำงานมาเกือบ 20 ปี ไม่เคยเคยพิมพ์ภาษาไทย ในบริษัทเก่า 2 แห่งของฉัน ฉันใช้ภาษาอังกฤษตลอด จดหมายหรือเอกสารภาษาไทยมีน้อยมาก และฉันก็มักจะให้เลขานุการพิมพ์ให้ จดหมายขอบคุณลูกค้ามีอยู่ 18 ฉบับ เนื้อความเหมือนกันหมด ยกเว้นชื่อลูกค้า ที่อยู่ และคำสรรพนามที่ใช้เรียก ในเนื้อความยังต้องมีคำสรรพนามเรียกลูกค้าแต่ละรายที่แต่งต่างกันอีก มีทั้ง ท่าน คุณ คุณหญิง อะไรกันนี่ เท่ากับว่านอกจากเปลี่ยนหัวจดหมายแล้วต้องอ่านในเนื้อความจดหมายให้ละเอียดอีก และเปลี่ยนสรรพนามให้ถูกต้อง ขนาดคุณตุ๋มพิมพ์จดหมายมาวางให้นายเซ็น ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบได้ ยังมีรอยขีดฆ่าแก้ไขด้วยลายมือนายอีกหลายจุด สรุปแล้วเกือบต้องพิมพ์ใหม่ ฉันถอนหายในเฮือกใหญ่ตายแน่วันนี้

ยัยจิ๋มซึ่งได้ข่าวว่าเป็นผู้ช่วยฉันนี่ ตื่นมาหน้าตาสดใสเพราะนอนหลับไปตั้งสองชั่วโมง กระปรี้กระเปร่าถามฉันว่า

"พี่ ไปกินข้าวกันไหม" เออ ดียังมีน้ำใจ แต่ฉันรู้ชะตากรรมแล้วว่าคงไม่มีเวลาไปกินข้าวแน่นอน เลยได้แต่บอกว่า

"ฝากซื้ออะไรให้พี่กินหน่อยแล้วกัน พี่กินง่ายซื้อผลไม้มาด้วย" ยัยจิ๋มรับคำดิบดี พร้อมกับตะโกนเรียกเพื่อนสาวอีกคนที่ชื่อแหม่มให้ไปด้วยกัน จริงๆแล้วแหม่มนี่ก็นั่งอยู่โต๊ะตรงข้ามฉันนั่นแหละ แต่ความที่ยุ่งเสียจนไม่มีเวลาทักทาย นี่แค่ครึ่งวันนะเนี่ย

พอหนูจิ๋มกับหนูแหม่มคล้อยหลังไป ฉันก็เริ่มคิดว่าจะเริ่มงานชิ้นไหนก่อนดี จะพิมพ์จดหมายหรือจะทำเมนูก็ยุ่งยากทั้งสองอย่าง คิดแล้วก็ทำเมนูแล้วกัน ฉันนั่งร่างเมนูอาหารแต่ละอย่างโดยหาแนวทางจาก google ยังโชคดีที่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ช่วยให้อะไรๆมันง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ง่ายมากนักเพราะมันไม่ได้มีข้อมูลละเอียดลออมากเท่าที่ฉันต้องการ ต้องเขียนแต่งเติมอีกพอประมาณกว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปบ่ายสาม เนื่องด้วยฉันถูกรบกวนด้วยโทรศัพท์ดังไม่ขาดสาย ผู้คนที่โทร.เข้ามาก็ถามโน่นถามนี่เกี่ยวกับงาน การนัดหมาย และเรื่องของนายฉันมากมาย และยังนักข่าวขอนัดสัมภาษณ์นายอีก ชีวิตดูวุ่นวายไปหมดยังดีที่ PA คนเก่าจดบันทึกการนัดหมายไว้เรียบร้อย

ฉันส่งเมนูไปให้ฝรั่งที่เป็นหัวหน้าแผนก Editing ดูแลด้านการแปลข่าว ตรวจความถูกต้องของการใช้ภาษาอังกฤษ อ้อนวอนให้กรุณาตัดคิวงานให้หน่อยเพราะฉันไม่อยากถูกไล่ออกตั้งแต่วันแรก น้องแหม่มร่างบึ้กอยู่แผนกออกแบบงานศิลป์ต่างๆ ช่วยฉันออกแบบเมนู เล่นกันง่ายๆ ไม่มีเวลามากนัก คือก๊อบปี้หน้าปกเมนูของใครมาก็ได้เพราะนี่เป็นการใช้ในบ้าน ไม่ได้ออกสื่อที่ไหน เพราะเดี๋ยวสักครู่นายไก่รูปหล่อก็จะมารับเมนูไป งานทุกชิ้นอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องลุ้นกันตลอดเวลา ฉันขอให้หนูแหม่มทำเมนูให้ 5 ฉบับ ดูหรูหราเทียบได้กับเมนูที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอาหารในโรงแรมหรูๆ เวลาเขามีงานทีเดียว เล่นเอาฉันปลื้มกับผลงานชิ้นนี้

ไม่เลวนักสำหรับมิตรจิตมิตรใจของคนที่นี่ ทำให้งานเสร็จลุล่วงแบบทันเวลาฉิวเฉียด นายไก่รูปหล่อมาตรงเวลารับเมนู และเอกสารตามโต๊ะอีกหลายโต๊ะ ใจฉันก็คิดว่านาย CEO รูปหล่อของฉันจะทำงานอะไรกันนักหนา บ่ายสี่เข้าไปแล้วเลิกงานหกโมงเย็น มีเวลาแค่ 2 ชั่วโมง แถมยังบอกจะเข้ามาในออฟฟิศเพื่อเซ็นงานอีก โอ๊ย เหนื่อยนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย ต้องเบรกเสียหน่อย ฉันใช้เวลากินข้าวอย่างเร็วที่สุดในชีวิต ดื่มน้ำ ล้างปากเติมเครื่องสำอาง เสร็จแล้วก็มานั่งสู้กับจดหมายภาษาไทยที่ไม่เคยพิมพ์มาก่อน น่า 2 ชั่วโมงก็เสร็จ จดหมาย 18 ฉบับ ข้อความหลักๆเหมือนกัน โต๊ะทำงานช่างไม่ถูกสุขลักษณะเอาเสียเลย ฉันสอดขาเข้าใต้โต๊ะไม่ได้เพราะติดแป้นพิมพ์ วันนี้ก็นั่งเอียงๆมาทั้งวัน สงสัยคุณตุ๋มนี่เธอคงขาสั้นน่าดูถึงนั่งได้ ฉันไม่รู้อักษรภาษาไทยตัวอะไรมันอยู่ตรงไหน กว่าจะงมหาเจอ ฉันคอยถามหนูจิ๋มเป็นระยะๆว่าตัวอะไรมันอยู่ตรงไหน ยัยนี่คงงงว่านายรับฉันมาได้อย่างไรทั้งๆที่พิมพ์งานไม่เป็น ตอนสัมภาษณ์นายคงดูตัดสินฉันจากความสามารถด้านอื่น และคงคิดว่ายังไงๆก็ต้องพิมพ์ภาษาไทยเป็น ทุ่มครึ่งฉันเพิ่งพิมพ์จดหมายไปได้สิบฉบับทั้งๆที่แก้ไขนิดเดียว ออกจะหงุดหงิดตัวเองอยู่พอประมาณ

ไม่พอค่ะ อีกสิบนาทีสองทุ่ม มีทีมบริหารลูกค้าหนึ่งทีมกลับมาจากไหนไม่ทราบเข้ามาในออฟฟิศทักทายกันพอสมควร มีน้องคนหนึ่งเดินเข้ามาหาฉันถามหาสัญญาที่จะให้ลูกค้าเซ็นในวันพรุ่งนี้ นัดลูกค้าไว้เรียบร้อยแล้วตอนสิบโมงครึ่ง สัญญาอะไรกันอีกล่ะเนี่ย มันจะอะไรกันนักหนาเชียวบริษัทนี้ แล้วอะไรๆ มันก็มาลงที่ PA ตัวเองดูแลลูกค้าแล้วทำไมไม่ทำสัญญาเองล่ะ โอ๊ย อยากกรี๊ด

"อ้าว ก็สัญญาทุกฉบับ พี่เป็นคนเก็บนี่" ยัยผู้ช่วยผู้จัดการนี่ฉอดๆใส่ ฉันอยากจะบ้าตาย ก่อนตายก็อยากจะกรี๊ดบอกหล่อนคนนี้ว่า 'กูเพิ่งมา จะเอาอะไรกับกูนักหนา' ใจก็คิดอย่างนั้นแหละค่ะ แต่ปากก็ได้แต่พูดว่า

"จะใช้สิบโมงครึ่ง พรุ่งนี้สิบโมงค่อยเอาก็แล้วกันค่ะ"

ยัยหนูบีถึงเงียบเสียง กลับไปนั่งทำงานที่โต๊ะเงียบๆ ที่นี่งานคงเยอะจริง แต่ฉันก็ใจชื้นที่มีน้องๆอีกหลายคนเข้ามานั่งทำงานเป็นเพื่อน จดหมายมาเสร็จเอาตอนเกือบสามทุ่ม นายรูปหล่อฉันโทร.สายตรงมาที่โต๊ะฉัน ถามหาจดหมายพร้อมบอกว่าเดี๋ยวเข้ามา แต่ฉันไม่ต้องอยู่รอ เฮ้อ ค่อยยังชั่วนึกว่าป่านนี้ยังจะมีความคาดหวังว่าจะให้ผู้ช่วยอยู่ทำงานต่ออีก ไม่จบแค่นั้นค่ะสั่งงานอย่างอื่นต่ออีก และแถมว่าพรุ่งนี้ให้ฉันซื้อดอกไม้ และของใช้เด็กอ่อนไปให้ภรรยาลูกค้าที่เพิ่งคลอดลูก และยังมีพวงหรีดอีกหนึ่งพวงไปงานศพพ่อของลูกค้าอีกคน นายสั่งงานเร็ว ฉันรีบจดตามอย่างว่องไวให้ทันกัน รอฟังว่านายจะชื่นชมเมนูที่ฉันทำส่งไปหรือไม่ หรือขอบคุณฉันสักคำ แต่เอ๊ะ ไม่ยักกะได้ยิน

นี่ยังไม่ทันข้ามวันฉันก็เหนื่อยสายตัวแทบขาด เห็นงานรออยู่แล้วในวันรุ่งขึ้น แม้ฟังดูไม่หนักหนาแต่ก็จุกจิก เสียเวลา เฮ้อ ถอนใจอีกเฮือกใหญ่ ฉันพิมพ์จดหมาย เข้าแฟ้มเรียบร้อยเอาเข้าไปวางบนโต๊ะนาย ปิดอุปกรณ์ทุกอย่าง เก็บโต๊ะเอาตอนสามทุ่มครึ่ง ทั้งวันกินข้าวไปครึ่งจาน สับปะรดไป 2 ชิ้น กาแฟ 1 ถ้วย น้ำ 2 แก้ว แถมเสียเงินส่วนตัวอีก 200 บาท ตายแล้ว ต่อไปฉันจะเหลือเวลาที่ไหนไปฟังเพลง ดื่มไวน์ล่ะเนี่ย ทำไมการเป็น PA นี่มันบั่นทอนความสุขส่วนตัวขนาดนี้เชียวหรือ

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า