เส้นทางนักปั่น "ผู้พิชิต" เนินเจ้าภูเขา

ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและชมธรรมชาติสวนผึ้ง
ที่นี่รายการตะวันหรรษา

ประเทศไทยมี "เมืองน่ารัก" แอบซ่อนอยู่มากเกินกว่าจะค้นคว้าให้ครบทุกแห่ง ได้สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างกัน การท่องเที่ยวด้วยความเข้าใจทำให้เข้าถึงอารมณ์เมือง หัวใจของแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ในมุมมองที่ต่างไป บางสิ่งอาจไม่เคยนึกถึงว่ามีอยู่จริง และเป็นที่ภาคภูมิใจของผู้คนในชุมชนที่นั่น

อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มีธรรมชาติหลากหลายครบรส ทั้งน้ำตก ภูเขา ป่าไม้ และลำธาร พื้นที่ส่วนใหญ่โอบล้อมด้วยทิวเขา คล้ายเป็นเมืองเล็กน่ารัก บรรยากาศโรแมนติคที่ทำให้ต้องหลงรักสวนผึ้ง อาจเป็นเพราะฝูงกระต่ายน่ารัก และเบเกอรี่ระดับพรีเมี่ยมของ มอร์นิ่งกลอรี่ รีสอร์ท แอนด์ เบเกอรี่ ด้วยค่ะ

จักรยาน เป็นพาหนะคู่ใจคนไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ และดูเหมือนว่าปัจจุบันจะกลับมาได้รับความนิยมอีก ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่เพื่อการเดินทาง เพื่อออกกำลังกาย และเพื่อการท่องเที่ยวที่แพร่หลายในปัจจุบัน การเลือกเส้นทางปั่นจักรยานก็มีความสำคัญ ซึ่งต้องไปสัมผัสด้วยตนเองในหลายๆเส้นทาง เพราะแต่ละแห่งมีความแตกต่างกันไปตามภูมิประเทศ สิ่งแวดล้อม และวิถีชุมชน นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่อยากฝากไว้

การปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากได้ประโยชน์หลายอย่าง การเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวด้วยพาหนะของตัวเอง ไม่ต้องรีบเร่ง แถมยังได้ออกกำลังกายที่ดูจะไม่หักโหมเกินไป เหนื่อยก็พัก แวะดูทิวทัศน์ข้างกาย หายเหนื่อยแล้วก็ไปต่อ

ดิฉันได้ไปร่วมงานการแข่งขันปั่นจักรยานที่สวนผึ้ง ชื่อ แอลอาร์ที เซ็นจูรี่ แชมเปี้ยนชิพ 2014 (LRT Century Championship 2014) จัดขึ้นโดย Thai Beverage Can Ltd.. ร่วมกับ กลุ่ม I Love สวนผึ้ง และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรม มีเครื่องดื่มเกลือแร่ Sponsor เครื่องดื่ม Crystal เครื่องดื่ม est บ้านหอมเทียน ผู้ประกอบการเครือข่ายโรงแรม ร้านอาหารในอำเภอสวนผึ้ง โรงเรียนชุมชนบ้านบ่อ และ Chip Transponder by ROBOMAN เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ (เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2557) ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ #ilovesuanphueng #suanphuengbike #bikestyle #thailandbicycle

พรหมเมธ นาถมทอง ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการท่องเที่ยวการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่ากิจกรรมการแข่งขันจักรยานครั้งนี้ ททท.ได้มีส่วนร่วมกับภาคเอกชนที่เป็นผู้ประกอบการที่นี่ด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้มีกิจกรรมสอดรับกับภาพลักษณ์ของสถานที่ คือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สวนผึ้งกับกิจกรรมปั่นจักรยาน เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และสถานที่ ไม่ได้ใช้เชื้อเพลิง ไม่ได้ใช้อะไร ใช้พลังงานจากคนในการเดินทาง คนที่ใช้จักรยานเพื่อการท่องเที่ยวเกิดสุขภาพ

"กิจกรรมครั้งนี้ มีการปั่นแข่งขันและปั่นเพื่อสุขภาพ สวนผึ้งมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม การแข่งขันที่เกิดขึ้นจะทำให้นักปั่นฯ รู้จักสวนผึ้ง ส่งผลให้มีการตัดสินใจมาท่องเที่ยวครั้งต่อไป นอกจากการมาท่องเที่ยวแบบธรรมดา จะมาใช้จักรยานท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น"

การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง ช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรง สดชื่น แจ่มใส และมีรูปร่างที่ดี แล้วยังมีเพื่อนมารวมกลุ่มกันเป็น "สังคมคนรักสุขภาพและการท่องเที่ยว" เชื่อกันว่าสังคมของคนที่ชอบปั่นจักรยานได้ใกล้ชิดธรรมชาติ จะส่งผลให้เป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยน อบอุ่น และเป็นมิตร

การแข่งขัน เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00-08.00 น. นักกีฬารับเบอร์ และ Chip ที่จุดสตาร์ท โรงเรียนชุมชนบ้านบ่อ สวนผึ้ง 08.15 น. นักกีฬาทุกคนพร้อมกันบริเวณด้านหน้าเวที 08.30 ปล่อยตัวเสือหมอบ กลุ่มที่ 1 08.35 น. ปล่อยตัวเสือหมอบ กลุ่มที่ 2 08.40 น. ปล่อยตัวเสือหมอบ กลุ่มที่ 3 08.45 น. ปล่อยตัวเสือหมอบ กลุ่มที่ 4 08.50 น. ปล่อยตัวเสือหมอบ กลุ่มที่ 5 08.55 น. ปล่อยตัวเสือหมอบ กลุ่มที่ 6 09.00น. ปล่อยตัวเสือหมอบ กลุ่มที่ 7 09.05 น. ปล่อยตัวเสือภูเขา 09.10 น. ปล่อยตัวรุ่นน้ำหนัก 85 และรุ่น 60 ปีขึ้นไป 09.15 น. ปล่อยตัวรุ่นวี.ไอ.พี. 13.00 น. เริ่มพิธีมอบถ้วยรางวัล และจับของรางวัล แว่นตา Oakley

กิติยา แสนทวีสุข ผู้จัดงานการแข่งขันฯ กล่าวว่าเนื่องจากนักกีฬาที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้มีจำนวนมาก ไม่ได้ปิดถนนแบบ 100 % เราใช้ช่องจารจรช่องทางซ้ายช่องเดียวในการแข่งขัน รถยนต์ก็ยังคงสัญจรได้ตามปกติ จึงไม่ปล่อยตัวนักกีฬาพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน ทีมงานเล็งเห็นถึงปัญหาจุดนี้ และคำนึงถึงความปลอดภัยของนักกีฬาเป็นหลัก การปล่อยตัวจึงห่างกันกลุ่มละ 5 นาที กลุ่มละ 100 คน

การตัดสินจะดูเวลาจาก Chip Transponder (Chip Time) ผู้ที่ทำเวลาดีที่สุดจะเป็นผู้ชนะในแต่ละประเภท และผู้ที่ทำเวลาได้ 2.30 ชั่วโมง หรือเร็วกว่า และเป็นเวลาที่ดีที่สุดเพียงคนเดียว จะได้รางวัลพิเศษเป็นเงินรางวัล 10,000 บาท ส่วนประเภท วี.ไอ.พี. ไม่มีการแข่งขัน แต่จะมี Chip และบันทึกเวลาให้ทุกท่าน กรณีที่นักกีฬาปั่นช้ากว่า 5 ชั่วโมง คณะกรรมการจะขออนุญาตนำท่านขึ้นรถเซอร์วิส เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง

"การติดเบอร์ และ Chip Transponder ติดเบอร์ที่หน้ารถจักรยาน ด้านหลังของเสื้อ และติด Chip ที่หลังอานจักรยานใต้เบาะ นักกีฬาทุกคนต้องติดเบอร์และ Chip Transponder ผู้ที่ไม่ได้ติดเบอร์ และ Chip จะไม่อนุญาตให้ขี่ในกลุ่มการแข่งขันทุกประเภท นักกีฬาประเภท วี.ไอ.พี. แข่งขัน 2 รอบ iv[ละประมาณ 48 กิโลเมตร กรณีที่ท่านต้องการปั่นรอบเดียว สามารถแจ้งกรรมการตรงจุดเช็คพ้อยซ์ได้ เพื่อออกจากการแข่งขัน..."

เอ๋ บ้านหอมเทียน นักปั่นจักรยานรุ่นวี.ไอ.พี. เปิดเผยว่า กลุ่ม I Love สวนผึ้ง ผู้ประกอบการในสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี รวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพด้วยการปั่นจักรยานท่องเที่ยว และพบว่าสวนผึ้งมี เส้นทางปั่นจักรยานที่มีธรรมชาติสวยงาม ปลอดภัย อากาศดี จึงเชิญชวนคนรักสุขภาพ นักปั่นจักรยานและนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสบรรยากาศที่มีทั้งแบบทางราบ ทางชัน เนินเขา คดโค้ง ลดปัญหามลภาวะกับสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ธรรมชาติได้อยู่กับเรานาน ๆ ที่สำคัญคือได้ออกกำลังกาย สนุก และมีสุขภาพที่ดีขึ้น

พรรรษร ปฐมาภินันท์ เจ้าของ มอร์นิ่งกลอรี่ เดอะ เบเกอรี่ เฮ้าส์ มาร่วมปั่นจักรยานรุ่น วี.ไอ.พี.ด้วย เล่าให้ฟังว่าปกติเป็นคนชอบออกกำลังกาย แต่ไม่เคยปั่นจักรยาน ไปขอยืนจักรยานที่ซินเนอรี่มาลองปั่นก่อน แล้วเอาภาพมาแชร์ในไลน์กลุ่ม เห็นว่าวิวสวยดี มีเพื่อนเยอะ เริ่มเรียนรู้การปั่น การใช้เกียร์ ซึ่งไม่ยากอย่างที่เคยคิด เพียงแค่ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้เท่านั้นก็สามารถควบคุมได้ อีกอย่างคือมันอยู่ที่ใจ เวลาจะขึ้นเนินเราก็ปั่นไปเรื่อยๆ ก็ผ่านไปได้ทุกเนิน อากาศดี สดชื่นมาก ได้ออกกำลังกาย อาการปวดเมื่อยก็หายไป ขาก็ไม่ได้ใหญ่ขึ้นอย่างที่เคยกังวล แต่กลับกระชับขึ้นมาก

การแข่งขัน แอลอาร์ที เซ็นจูรี่ แชมเปี้ยนชิพ 2014 ใช้เส้นทางฮอตฮิตของนักปั่นชาวสวนผึ้ง เรียกว่า "เส้นสวยปั่นเพลิน เนินวัดใจ" ห้วยคลุม - ถ้ำหิน ตามปกติจะเริ่มที่บ้านหอมเทียน แต่สำหรับในการแข่งขันวันนี้ เริ่มต้นที่โรงเรียนชุมชนบ้านบ่อ แล้วมาจบที่บ้านหอมเทียน ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร เส้นทางวนเป็นวงกลมเข้าทางหลวงชนบท รบ 4019 แล้วกลับเข้าทางหลวงหมายเลข 3087

จากจุดสตาร์ทหน้า โรงเรียนชุมชนบ้านบ่อ ปั่นมาเรื่อยๆ เลี้ยวซ้ายตรงข้างโรงเรียนฯ ซ้ายแรกที่มีป้ายเยอะๆ แล้วก็ปั่นๆๆ ชมวิวไปเรื่อยๆ มาถึง สะพานห้วยคลุม ต้องระวังตรงคอสะพานด้วยเพราะอาจสะดุด ผ่านพ้นมาปั่นเพลินๆมาได้อีกหน่อยจะมาเจอเนินเขาแรก ผ่านได้สบายๆกันค่ะ ก่อนถึง พอเพลิน ฮิป รีสอร์ท นักปั่นมือใหม่ขาใหม่อาจมีหนืดๆบ้าง แต่พอลงเนินล่ะก็จะแล่นฉิวเชียวค่ะ

ลงจากเนินเขามาได้ซ้ายมือมี ร้านค้าคุณลุงใจดี แวะพักนั่งดื่มน้ำได้เลยนะคะ ตรงข้ามร้านเป็นสวนยางของหมู่บ้านวัฒนธรรม ช่วงค่ำจะเห็นแสง หิ่งห้อยสวนยางวาววับตื่นตาตื่นใจออกมาจากจากสวนเป็นจำนวนมาก ตัวที่ใหญ่กว่าหิ่งห้อยน้ำ ปั่นมาอีกระยะหนึ่งจะเจอ เนินก่อนถึงโบสถ์คริสต์ ได้ยินเสียงเพลงแว่วมาตามสายลม อาจเลี้ยวขวาแล้วขึ้นไปถ่ายรูปที่บริเวณหน้าโบสถ์คริสต์ จะภาพมุมสวยแปลกตา

ออกจากโบสถ์มาให้มองไปทางขวามือ จะมองเห็นต้นผึ้งขนาดใหญ่ ตระหง่านงามสง่าต้อนรับนักปั่นอยู่ตรงริมทาง ลักษณะเป็นต้นไม้สูงใหญ่ลำต้นสีขาว มองขึ้นไปตามก้านกิ่งจะได้เห็นรังผึ้ง ถ้ามองไกลออกไป ด้านล่างจะพบ ต้นผึ้งใหญ่ มีขนาดลำต้นสูงใหญ่กว่า มีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปี เส้นทางเข้าชมต้นผึ้งใหญ่ เพียงแค่วกกลับไป ใกล้ๆมีทางเข้าสู่ ต้นผึ้งรีสอร์ท ข้ามลำธารเล็กๆไปก็จะถึงต้นผึ้งใหญ่ สัมผัสใกล้ชิดได้ค่ะ ตื่นตามากค่ะ มีรังผึ้งขนาดใหญ่อยู่มากกว่าสิบรังด้วยค่ะ

เพลินกับต้นผึ้งแล้วที่นี้ปั่นไปเรื่อยๆ ขึ้นๆ ลงๆ ขึ้นๆ ลงๆ สลับกันตลอดเส้นทาง บางช่วงผ่านหมู่บ้านชมวิถีชีวิตชาวบ้านและร้านค้าเล็กๆ เป็นเพิงไม้มุงจาก โปร่งโล่ง ลมพัดเย็นสบายๆ ทักทายพูดคุยเล่าเรื่องสนุกตามประสาของคนผ่านทางให้ฟังอย่างออกรส ควรระวัง มะ-หมาเจ้าถิ่นวิ่งเข้ามาทำหน้าดุส่งเสียงดัง แนะนำให้กดกริ่งกริ๊งๆ ตอบกลับไปเจ้าถิ่นก็จะวิ่งหนีหายไปอีกทาง เป็นที่รู้กันว่าขอผ่านทางไปหน่อยนะ

เพลิดเพลินกับบรรยากาศรอบข้าง ที่มีป่ากับภูเขาเขียวๆสบายตาสบายใจ จนลืมไปเลยว่ากำลังปั่นขึ้นเขาลงเขา ช่วงค่ำมีหิ่งห้อยวิววับวาวบินวนไปมาส่องแสงสว่างเล็กๆวิ้งๆ หากได้ไปยืนอยูท่ามกลางแสงของหิ่งห้อยก็คงคล้ายอยู่ในแดนสวรรค์ ที่มีเหล่านางฟ้าและเทวดาตัวน้อยๆ อยู่ล้อมรอบตัว

เรื่อยๆมาถึงป้ายสัญลักษณ์ บอกให้ใช้เกียร์ต่ำ ต้องกดเกียร์ต่ำสุด เพื่อพิชิต "เนินเจ้าภูเขา" ชาวสวนผึ้งเรียกที่นี่ว่าเนินวัดใจ เป็นทางลาดชันขึ้นเนินเขา นักปั่นขาแรงและนักปั่นขาใหม่ต้องค่อยๆไต่ระดับขึ้นไป หลายคนปั่นไม่ไหวก็ลงมาเดินเคียงข้างจักรยานคู่ใจ จับจูงกันไปราวกับคู่รัก ต้องนับถือหัวใจนักปั่นค่ะ

นักปั่นท่านหนึ่งบอกว่า ถ้าใจเราไหวอะไรก็ง่าย ผ่านเนินวัดใจมาได้แล้วก็ปั่นชิลล์ต่อไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร เจอสามแยกเลี้ยวขวาปั่นมองไปทางด้านซ้ายมือพบ ร้านอาหารอิ่มเพลิน ดื่มบ๊วยโซดา เย็นชื่นใจ พักสบายๆ เรียกพลังงานกลับคืนมา และหายเหนื่อยกันแล้วก็พร้อมปั่นต่อไป

เลี้ยวขวาออกจากร้าน ปั่นชิวไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตรเจอสามแยกอีก ให้เลี้ยวซ้ายปั่นมาเรื่อยๆ ก็ได้ขึ้นเนินอีกแล้วแต่เป็นเนินย่อมๆ บนเนินแห่งนี้มองเห็นพระพิฆเนศองค์ใหญ่สีเขียวมรกต ขอพรขอกำลังใจควรหยุดปั่นแล้วสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปให้เต็มปอด แล้วปั่นต่อไปก็จะพบ ตลาดน้ำเวเนโต้ อยู่ด้านขวามือ ถัดมาอีกนิดเป็น New Land อยู่ซ้ายมือ ปั่นไปอีกนิดก็ถึง บ้านหอมเทียน เป็นอันว่าครบหนึ่งรอบ 50 กิโลเมตร

สถานที่ท่องเที่ยวและน่าสนใจ "เส้นทางสวยปั่นเพลิน เนินวัดใจ" ห้วยคลุม - ถ้ำหิน นักปั่นต้องไม่พลาดแวะพักหรือเยี่ยมชม บ้านหอมเทียน ร้านขายเทียนหอมทำมือที่มีสีสัน มุมถ่ายรูปสวย ร้านอาหาร ของฝากของที่ระลึก ศูนย์บริการท่องเที่ยว I Love สวนผึ้ง บริการข้อมูลท่องเที่ยวของกลุ่มผู้ประกอบการสวนผึ้ง โบสถ์แม่พระฟาติมาโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิค สถาปัตยกรรมการก่อสร้างแบบนีโอโกธิค ใกล้ๆ กันมี ต้นผึ้งรอยปี ต้นไม้สัญญาลักษณ์และที่มาของคำว่าอำเภอสวนผึ้ง ในปัจจุบันหาชมได้ยากมาก

ไร่องุ่นปัญญาสวรรค์ ในอ้อมกอดขุนเขา เปิดให้ชมขั้นตอนการปลูกบำรุงรักษาองุ่นจนถึงการเก็บผลผลิตและการแปรรูปองุ่น สวนผึ้งออร์คิด สวนกล้วยไม้ที่มีกล้วยไม้สีสวยงดงามหลากหลายสายพันธุ์ ให้เข้าชม ถ่ายภาพ เลือกซื้อกลับบ้าน ตลาดน้ำ Veneto จำลองบรรยากาศเมือง Veneto เวนิซ (อิตาลี) ซานโตรินี (กรีซ) มีอาคารสีขาวตัดกับสีน้ำเงินสดใสสะดุดตา New Land คล้ายสวนสนุก มีกิจกรรมและเครื่องเล่นหลากชนิด อาทิ ขับรถเอทีวี การให้อาหารแกะ นั่งรถไฟชมทุ่งดอกไม้ ฯลฯ

ปิรันธ์ ชิณโชติ (อาจารย์แต๊งค์) รองประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรี กลุ่ม I Love สวนผึ้ง เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้เริ่มขึ้นจากพ่อใหญ่สวนพลซึ่งเป็นกลุ่มนักปั่นจักรยานที่มีสมาชิกมากมาย ติดต่อให้เราพาไปดู เส้นทางใหม่ในสวนผึ้ง ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักนักไปดูจุดเด่นบนเส้นทางเช่น ต้นผึ้ง รวมถึงเนินต่างๆ ที่ท้าท้ายนั่นปั่นอย่างเนินเจ้าภูเขาที่คดเคี้ยว และค่อนข้างชันพอสมควร

"เดิมตั้งเป้านักปั่น 500 คน ช่วงสามเดือนที่ผ่านมากระแสปั่นจักรยานในสวนผึ้ง จากข่าวต่างๆที่สื่อมวลชนนำเสนอผ่านสื่อนิตยสาร หนังสือพิมพ์ รายการทีวี เฟซบุ๊ค โซเชียลมีเดียต่างๆ ให้ความร่วมมือเผยแพร่อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมีจำนวนเป็นหลักพันคน ซึ่งนักปั่นพันคนย่อมต้องพาครอบครัวมาด้วย ส่งผลให้ที่พักในสวนผึ้งเต็มทั้งหมด ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฯลฯ มีผู้เข้ามาใช้บริการมาก ชมรม I love สวนผึ้ง สื่อสารกับนักปั่นด้วยการโพสให้ในเว็บไซต์ เพื่อให้ข้อมูลอำนวยความสะดวกให้นักปั่นฯ และนักท่องเที่ยว"

ในเร็วๆนี้ ชมรม I Love สวนผึ้ง จะเปิดตัว สามเส้นทางจักรยานท่องเที่ยวชมธรรมชาติสวนผึ้ง โดยเส้นทางแรก ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร "ห้วยคลุม-ถ้ำหิน-ตะโกล่าง" เป็นถนนเส้นนี้ เป็นหมู่บ้านห้วยคลุม ผ่านถ้ำหิน ผ่านไปตะโกล่วง มี เนินเจ้าภูเขา และ จุดชมต้นผึ้ง เป็นไฮไลท์

เส้นทางที่สอง ระยะทาง 33 กิโลเมตร "ห้วยผาก-อู่หลง" ผ่านอู่หลง วนมาม่อนไข่ ร้านอาหารม่อนไข่ แล้วกลับมาบ้านหอมเทียน เส้นทางที่สาม ระยะทาง 17 กิโลเมตร เข้าทาง ซินเนอรี่ มาทางโมริดา ผ่านวัดท่ามะขาม มี อ่างเก็บน้ำท่ามะขาม เหมาะกับมือใหม่หัดปั่น สอบถามข้อมูลได้ที่โทรศัพท์ 09-2371-7799 ศูนย์ประชาสัมพันธ์ของ I Love สวนผึ้ง หรือทางเฟซบุ๊ค โดยเสิร์ชคำว่า ไอเลิฟ สวนผึ้ง เท่านั้นค่ะ

หัวใจของสวนผึ้งคือ "แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ" กลุ่ม I Love สวนผึ้งคาดหวังว่านักท่องเที่ยวและนักปั่นจักรยานจะได้มารับรู้ด้วยตนเองว่าดีอย่างไร สวนผึ้งไม่ใช่เมืองที่ฉาบฉวย แต่อุดมด้วยธรรมชาติ เป็นเมืองที่น่าอยู่เพื่อสุขภาพกาย ใจ ละเมียดละไมไปกับธรรมชาติ แล้วคุณจะรู้ว่าสวนผึ้งมีมากกว่าที่คุณคิด