เพลินชม

"กุหลาบพันปี" ที่ดอยช้างมูบ
ร้อยเรื่องเมืองไทย
ช่างภาพ: 

ชื่อกุหลาบพันปีไม่ได้หมายความว่ากุหลาบต้นนี้มีอายุ 1,000 ปีนะคะ แต่เป็นชื่อสกุลของไม้ดอกในสกุล Rhododendron (โรโดนเดนดรอน) ในวงศ์กุหลาบป่า (Ericaceae) มีมากกว่า 1,000 ชนิดคำว่า Rhododendron มาจากภาษากรีกโบราณคำ rhodon หมายถึง "กุหลาบ" และ dendron หมายถึง "ต้นไม้" ส่วนในภาษาไทย "กุหลาบพันปี" มาจากการที่มีลักษณะดอกคล้ายกุหลาบ (แต่ไม่ได้เป็นไม้จำพวกกุหลาบแต่อย่างใด) และลำต้นที่มักมีมอสส์ (พืชขนาดเล็ก นุ่มสูงประมาณ 1-10 เซนติเมตร (0.4-4 นิ้ว) เจริญเติบโตบริเวณที่เปียกชื้นใต้ร่มเงาไม้ใหญ่)ขึ้นปกคลุมจนดูคล้ายกับมีอายุเป็นพันปี จึงเป็นที่มาของชื่อค่ะ กุหลาบพันปีกระจายพันธุ์ในแถบทวีปเอเชีย อเมริกาเหนือ ยุโรป และออสเตรเลีย โดยเฉพาะในทวีปเอเชียจะพบตามภูเขาสูงตามแถบแนวเทือกเขาหิมาลัยที่อยู่จากระดับน้ำทะเลนับพันเมตร โดยพบได้จนถึงจีนตอนใต้ และเกาหลี จนถึงญี่ปุ่น กุหลาบพันปีชนิด Rhododendron arboreum เป็นไม้ดอกประจำประเทศเนปาลด้วย

สำหรับในเมืองไทยพบได้ตามยอดเขาสูงแถบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 1-3 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว เป็นพืชที่ชอบน้ำ พื้นที่ที่ใช้ปลูกจึงต้องมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่ไม่ขังแฉะ ถ้าหากปล่อยให้แห้ง อาจตายได้ การปลูกกุหลาบพันปีภายในอาคารนอกจากสร้างบรรยากาศให้กับห้องดูสวยงามแล้ว กุหลาบพันปียังมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษได้ดีอีกด้วยนะคะ

ใครที่ชื่นชอบความงามของดอกกุหลาบพันปีต้องหาโอกาสขึ้นไปเที่ยว "สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง" (สวนรุกขชาติดอยช้างมูบ) กันแล้วลjะค่ะ เพราะที่นี่เป็นที่รวมพันธุ์ไม้หายาก โดยเฉพาะกุหลาบพันปี หลากสีหลายสายพันธุ์จากนานาประเทศ ทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย อาทิ กายอม (กุหลาบขาว Rhododendron veitchianum) มีลักษณะเป็นกาฝาก อาศัยเกาะอยู่กับต้นไม้ใหญ่ ซอกหิน หรือโขดหิน ที่มีความชุ่มชื้นสูง คำแดง (Rhododendron arboreum) มีลักษณะดอกสีแดง ออกดอกระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม แต่ช่วงที่ดอกบานเต็มที่คือปลายเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งในช่วงที่ดอกซากุระเมืองไทยหรือนางพญาเสือโคร่งบาน (มกราคม - กุมภาพันธ์) ที่นี่จะกลายเป็นสวนป่าที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทยเลยทีเดียว

สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวงสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ.2535 บนพื้นที่ 250 ไร่ บนดอยช้างมูบ ริมถนนสายพระธาตุดอยตุง บ้านผาหมี อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย อยู่ห่างจากทางแยกวัดน้อยดอยตุงประมาณ 4 กิโลเมตร "ดอยช้างมูบ" เป็นดอยที่สูงที่สุดของเทือกเขานางนอน คือ ประมาณ 1,520 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีอากาศเย็นสดชื่นตลอดปี เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นดงฝิ่นที่ใหญ่ที่สุด และเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดหลักในภูมิภาค สภาพป่าจึงถูกทำลายจนหมดสิ้น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) มีพระราชประสงค์ให้ฟื้นฟูผืนป่าแถบนี้ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง โครงการพัฒนาดอยตุง จึงพัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็นสวนรุกขชาติ รวบรวมพันธุ์ไม้พื้นเมือง และพันธุ์ไม้ป่าหายาก กุหลาบพันปีจากหลายประเทศ ต้นนางพญาเสือโคร่ง กล้วยไม้พื้นเมือง รองเท้านารี ดอกเสี้ยวขาว กล้วยไม้ดิน สนภูเขา และแปลง "ปูเล่" ยาวไกลสุดสายตา บางคนเรียกปูเล่ว่า คะน้าสามร้อยปี เพราะจากข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรพบว่า ปูเล่เป็นพืชที่เก่าแก่มีมานานแล้ว โดยพบทางภาคใต้ของประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งสมัยต้นรัตนโกสินทร์ จึงคาดว่ามีผู้นำปูเล่มาจากประเทศจีน ในช่วงการอพยพย้ายถิ่นฐาน ชาวจีนนำปูเล่ปลูกในกระถางไว้บนเรือ และเก็บบริโภคระหว่างเดินทางด้วยระยะเวลานาน ใบปูเล่รสคล้ายใบคะน้า อุดมไปด้วยวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา เสริมภูมิต้านทาน และช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งและหัวใจขาดเลือด

พรรณไม้นานาพันธุ์เหล่านี้ปลูกอยู่ในสวนอย่างเป็นธรรมชาติกลางป่าสน ทางเดินในสวนรุกขชาติฯจัดแต่งไว้อย่างสวยงาม เราเดินลัดเลาะไปตามไหล่เขา จนถึงลานพักผ่อน จุดชมวิว และลานปิกนิก ชื่อว่า "จุดส่องสามแคว้น" สามารถมองเห็นทิวทัศน์กว้างไกลไปจนถึงชายแดนฝั่งพม่า ฝั่งลาว รวมถึงแม่น้ำโขง และยอดดอยแม่สtลองอีกด้วย ห่างจากสวนรุกขชาติไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะเป็นจุดชมวิวฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ ซึ่งเป็นจุดชมความงามของทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นและตก ที่สวยงามชัดเจน

ด้านหน้าสวนรุกขชาติฯ เป็นพระสถูปช้างมูบ เป็นเจดีย์เก่าแก่ขนาดเล็กอายุประมาณ 100 กว่าปี ตั้งอยู่บนหินขนาดใหญ่ลักษณะเหมือนช้างหมอบ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อดอยแห่งนี้ จากตำนานสิงหนวัติ และตำนานโยนกนาคพันธุ์ กล่าวถึงดอยช้างมูบว่า ในรัชกาลที่ 10 พระเจ้าชาติราย ได้มี "กัมระปติสะโลเทพบุตร" นำไม้นิโครธมาปลูก ณ ดอยช้างมูบ ต้นไม้นั้นเมื่อโตสูง 7 ศอก ได้แตกสาขาเป็น 4 กิ่ง สามารถให้ร่มเงาให้แก่คนได้ 20 คน ประชาชนมีความเชื่อว่าหากนำไม้มาค้ำกิ่งนิโครธ จะทำให้บรรลุความปรารถนาเช่นเดียวกับต้นกัลปพฤกษ์ กล่าวคือทิศตะวันออก ได้บุตรสมประสงค์ ทิศเหนือได้ทรัพย์ ทิศตะวันตกเจริญรุ่งเรือง และทิศใต้อายุยืนนาน ปัจจุบันคงเหลือเพียงพระสถูปช้างมูบใต้ต้นไม้สูงใหญ่ที่ขึ้นปกคลุมบนยอดดอยเท่านั้น...

สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง มีค่าธรรมเนียมเข้าชมท่านละ 50 บาท เปิดเวลา 07.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0-5376-7001 0-5376-7015-7ค่ะ