สรวงสุดา ชลลัมพี การทำละครต้องอย่าดูถูกคนดู

นัดพบ

ใบหน้าอันยิ้มละไมและแววตาแกมเอ็นดูของ แม่หนู-สรวงสุดา ชลลัมพี ทำให้การสัมภาษณ์เป็นไปอย่างอบอุ่นอย่างที่สุด แม่หนูเป็นทั้งผู้กำกับภาพยนตร์ และละครมือทองคนหนึ่งของบ้านเรา ด้วยความที่เกิดและเติบโตมาในครอบครัวภักดีวิจิตร แม้เคยฝันอยากจะเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของการบินไทย แต่ที่สุดแล้วแม่หนูก็บอกว่าไม่แคล้วต้องมาทำงานบันเทิงเพราะสิ่งเหล่านี้อยู่ในสายเลือดเสียแล้ว

แม่หนูเติบโตมากับครอบครัวที่ทำงานบันเทิง เคยได้แสดงหนังบ้างหรือไม่คะ

เคยแสดงบ้างค่ะแต่เฉพาะตอนเด็กๆเท่านั้นเป็นหนังของคุณพ่อ ตอนนั้นอายุประมาณ 6-7 ขวบ จำได้ว่า ป้า ส. เป็นผู้กำกับฯ หลังจากนั้นก็ไม่ได้เล่นอีกเลย เพราะพอเริ่มโตเป็นสาวคุณพ่อหวง เคยมีผู้กำกับฯมาขอให้ไปแสดงแต่คุณพ่อก็ไม่อนุญาต เกรงว่าจะมีข่าวไม่ดีออกมา

แล้วแม่หนูอยากเป็นนักแสดงมั้ยคะ

ก็ชอบนะ เป็นคนชอบการแสดง ชอบร้องเพลง ชอบเต้นรำ แต่พอคุณพ่อไม่สนับสนุนเราก็ไม่รู้สึกอะไร มุ่งไปทางด้านการเรียนหนังสือมากกว่า เพราะคุณพ่อส่งไปเรียนที่อังกฤษ แต่ไปได้สักพักนึงก็กลับ ทนคิดถึงบ้านไม่ไหวร้องไห้ทุกวัน เพราะต้องอยู่คนเดียว กลับมาก็มาทำงานเลขาฯกับนายบริษัทอเมริกา ที่จริงเรามีความฝันว่าอยากเป็นแอร์โฮสเตสส์ เลยยอมไปอังกฤษ ที่จริงเป็นคนชอบเรียนภาษานะคะ แต่กลายเป็นว่าต้องเข้ามาทำงานบันเทิง เพราะจะว่าไปแล้วมันก็อยู่ในสายเลือด เราคลุกคลีอยู่กับกองถ่ายมาตั้งแต่เด็ก

เล่าให้ฟังได้มั้ยคะว่าบรรยากาศกองถ่ายสมัยก่อนเป็นอย่างไรบ้าง

สิ่งที่ต่างกับปัจจุบันคือ คิวนักแสดง สมัยก่อนเราจะอยู่กันนานมาก คิวงานจะไม่ซ้อนกันเหมือนปัจจุบัน กับ คุณพิศมัย วิไลศักดิ์ เราสนิทกันมาก เพราะอยู่กองถ่ายด้วยกันตลอด สมัยนั้นดาราดังๆ ก็เช่น คำรณ สัมบุณณานนท์ ทักษิณ แจ่มผล อดุลย์ ดุลยรัตน์ ฯลฯ ส่วนนางเอกก็มี อมรา อัศวนนท์ เพชรา เชาวราชฎร์ พิศมัย วิไลศักดิ์ ฯลฯ สวยหล่อของจริงทั้งนั้นค่ะ โดยเฉพาะเพชรา ตัวจริงเธอสวยมาก เคยถูกจับให้เป็นแฟนกับ มิตร ชัยบัญชา อยู่คราวนึงก่อนที่จะแต่งงานกับ คุณชรินทร์ นันทนาคร

นักแสดงสมัยก่อนเป็นอย่างไรบ้างคะ

ก็มีข่าวบ้างคล้ายกัน แต่ไม่ถึงกับอื้อฉาวเหมือนกับตอนนี้นะ ข่าวก็ปรากฏแต่เฉพาะในหนังสือพิมพ์ เพราะยังไม่มีทีวี พระเอกนางเอกสมัยก่อนเค้าก็ไม่ต้องมาเรียนการแสดง แล้วโรงเรียนการแสดงก็ไม่มีด้วย ดาราสมัยก่อนใช้ความสามารถเฉพาะตัวจริงๆ เวลาถ่ายทำก็ใช้กล้องตัวเดียวตลอด แอ็คติ้งจึงต้องพร้อม เทคบ่อยก็ไม่ไหว เพราะสมัยก่อนใช้ฟิล์มซึ่งแพงมาก ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ที่ใช้เทปบันทึกภาพ

สมมุติว่าต้องเข้าฉากร้องไห้ แล้วนางเอกเค้นน้ำตาออกมาไม่ได้ ไม่ได้เลยนะ มีตีเลยนะ ฉะนั้นจึงต้องซ้อมแล้วซ้อมอีก เมื่อโอ.เค.แล้วจึงค่อยถ่าย

นอกจากเกี่ยวกับตัวนักแสดง เครื่องไม้เครื่องมือ หลายปีที่อยู่ในวงการบันเทิงเห็นความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ อย่างไรบ้าง

เราอยู่ในวงการนี้มาตั้งแต่ สมัยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับฯคือ หม่อมเจ้าทิพยฉัตร ฉัตรไชย เป็นหนังแนวโรแมนติค แล้วก็มาเป็นผู้ช่วยอาหลอง (ฉลอง ภักดีวิจิตร) ซึ่งจะหนักไปทางแนวบู๊ ตั้งแต่เรื่องทองทุกภาค เพชรตัดเพชรก็ได้ความรู้ที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะอาหลอง ถึงกับเอ่ยปากว่า หนูช่วยอาได้มาก อาสบายทุกอย่างจริงๆ ได้ยินแบบนี้เข้าเราก็ปลื้มที่สุดค่ะ เพราะผู้ช่วยจะช่วยให้งานเดินเร็วขึ้น และผู้กำกับฯไม่เกิดอารมณ์เสียเวลาเกิดปัญหาขึ้น ทำอยู่กับอานานมาก กระทั่งแกเอ่ยปากว่าให้ไปทำหนังเองได้แล้ว โดยที่รับปากว่าจะช่วยขายกับสายหนังให้

สมัยก่อนทำหนังต้องลงทุน ต้องมีสายสัมพันธ์กับสายหนังอย่างมาก จำได้ว่าเรื่องแรกที่ สรวงสุดา ชลลัมพี เป็นผู้อำนวยการสร้างเองอย่างเต็มตัวคือ จำเลยรัก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ แสดงคู่กับ ไพโรจน์ สังวริบุตร ซึ่งก่อนหน้านี้คุณพ่อเคยสร้างมาก่อนโดยเลือกอัมราประกบคู่กับ ประจวบ ฤกษ์ยามดี

ตอนที่ตัดสินใจเป็นผู้อำนวยการสร้าง ก็ปรึกษาอาหลองว่าจะเป็นเรื่องอะไรดี อาก็แนะนำว่าทำเรื่องจำเลยรักซิ พ่อแกทำมาเป็น 10 ปีแล้ว ปรากฏว่าพอทำออกมาก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก ตอนนั้นอายุน่าจะราว 38 เห็นจะได้ จำได้ว่าลูกคนเล็ก 2 ขวบ

การจะเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังสักเรื่อง แม่หนูต้องเตรียมอะไรบ้างคะ

อย่างแรกเลยบทประพันธ์มาก่อน เมื่อตกลงซื้อลิขสิทธิ์บทประพันธ์แล้วจึงตามด้วยการเขียนบท ซึ่งบทภาพยนตร์ก็ต่างจากบทละครทีวี หนังใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง ถ่ายทำ 50 กว่าฉาก ขณะที่ละครแต่ละเรื่อง ออกอากาศราว 25 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงตามด้วยการแคสติ้งตัวนักแสดง ซึ่งสมัยก่อนก็ไม่มากเท่าปัจจุบัน นักแสดงรุ่นเก่าจึงรักกันเหมือนพี่เหมือนน้องเพราะต้องไปกินนอนกันเป็นแรมเดือนกว่าจะถ่ายทำจบแต่ละเรื่อง ไม่ผิวเผินเหมือนเดี๋ยวนี้ซึ่งมีดาราใหม่ๆเกิดขึ้นเยอะมาก

เพียงเรื่องแรกก็ประสบความสำเร็จ คำว่าประสบความสำเร็จของผู้อำนวยการสร้างสมัยก่อนวัดจากอะไรบ้างคะ

มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมาเป็นอันดับแรก และหนังของเราเป็นที่ต้องการของสายหนังเงินก็จะตามมา ซึ่งจำเป็นมาก เราต้องนำไปต่อยอดเพื่อซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เพราะเวลานั้นเราคิดว่านี่คืออาชีพของเราไปแล้ว

หลังจากนั้นก็จะตามมาด้วยเรื่อง ดั่งเม็ดทราย สุชาติ ชวางกูร แสดงนำคู่กับ ใหม่ เจริญปุระ ซึ่งก็ดังอีกเช่นกัน เพราะตอนนั้นต้นดังมาก ใหม่เองก็เป็นนางเอกใหม่ ซึ่งท่านทิพย์นำมาแสดงในเรื่อง ขอแค่คิดถึง เรื่องนี้มีทั้ง ต้น กับเบิร์ด-ธงไชย ซึ่งเค้าแสดงเป็นเรื่องแรก และยังไม่ได้เป็นนักร้องด้วย ยังไม่มีฐานะนะ ขับรถเก่าๆนะ ตอนนั้นคุณนกน้อยยังขับรถมาส่งที่กองถ่าย เก่ามาก ก๊งๆมาเราก็แกล้งไง กระโดดหลบๆกัน เดี๋ยวบาดทะยักกินตอนหลังพอเราเริ่มดังมากๆ เงินก็เยอะ เขาก็ยังวิ่งเข้ามากอดเรา แล้วก็บอกพี่หนู เบิร์ดรวยแล้ว เราฟังแล้วเราตื้นตันใจ

เราไปถ่ายทำกันที่อังกฤษ แม่หนูไปในฐานะผู้ช่วยผู้กำกับฯ จำได้ว่าดังถึงขนาดที่เวลาสายหนังมาซื้อหนังไป เค้าก็จะต่อรองให้ สุชาติ ชวางกูร ต้องไปแสดงคอนเสิร์ตด้วย ตอนนั้นก็พลอยทำให้เรามีความสุขไปด้วย ที่ได้ปั้นนักแสดงใหม่ๆขึ้นมา

เวลาเห็นผู้ชมมีความสุขเวลาดูหนังที่เราสร้างแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างคะ

มีความสุขตามเค้าไปด้วยค่ะ เวลาเห็นเค้าเข้ามากรี๊ดนักแสดงก็ตื่นเต้นตามเค้าไปด้วย

สมัยก่อนหนังที่ทำเงินจริงๆเรื่องนึงประมาณเท่าไหร่คะ

ล้านแล้วจ้า จำได้มั้ยคะ คุณดอกดิน กัญญามาลย์ จะเป็นเจ้าของวลีนี้ แล้วจำเลยรักได้ตั้งสามล้าน สมัยโน้นถือว่าเยอะมาก

ค่าตัวนักแสดงแพงมั้ยคะ

แพงสุดก็หลักแสน แต่ไม่เกินสองแสนนะคะ

ความรับผิดชอบของดาราสมัยก่อนกับสมัยนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ

กองอื่นเป็นอย่างไรไม่รู้นะคะ แต่กองแม่หนูใครถือบทมาหน้ากองจะโดนตำหนิ คุณมีอาชีพนักแสดง คุณต้องเตรียมตัวมาพร้อม ต้องมีวินัยนะ ตอนซีนที่คุณจะถ่าย คุณมีไดอะล็อคอะไร คิดยังไง คุณต้องเตรียมมาให้หมดแล้ว เพียงแต่ว่าถ้าเด็กใหม่ๆต้องมาอธิบายเพิ่ม พวกนี้จะไม่ค่อยลึกซึ้งเท่าไหร่ อ่านๆให้ผ่านไปมันก็ไม่ใช่ การเตรียมตัวดีอย่างเดียวไม่พอ ยังอยู่ที่การตีความด้วยลึกซึ้งได้แค่ไหน สมัยก่อน คนที่มีประสบการณ์เยอะๆเขาจะตีความได้เก่ง อย่างพี่ป๋อ-ณัฐวุฒิ เขาเก็บเล็กเก็บน้อยเยอะ พอเราได้สัมผัสได้ร่วมงานกับเขาจริงๆเวลาเล่น เขาไม่มีถือบทเข้ามาหน้ากองเลย อ่านแล้วก็นั่งตีความ คือเก็บรายละเอียดของแต่ละซีนได้เก่ง

ความสามารถเฉพาะตัวของดาราสมัยก่อน กับสมัยนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ

ก็มีพัฒนาการไปตามยุคสมัย แต่สมัยก่อนดาราจะมีความสามารถเฉพาะตัวสูงมากทีเดียว เพราะไม่ใช่เสียงในฟิล์ม บางครั้งต้องมีการบอกบท ซึ่งแม่หนูเองก็เคยทำหน้าที่นี้ นางเอกร้องไห้เราก็ต้องร้องด้วย หัวเราะก็หัวเราะไปกับเขาด้วย ฉะนั้นเราเองก็ต้องศึกษาอารมณ์ของนักแสดงพร้อมกันไปด้วย

เกี่ยวกับเรื่องการเป็นผู้กำกับฯอาฉลองสอนอะไรบ้างคะ

วิธีของอาคือจะให้ดูเอง ไม่สอน อาจะละเอียดมากเพราะเคยเป็นตากล้องของคุณพ่อมาก่อน เมื่อสมัยคุณพ่อเป็นเจ้าของหนัง ป๋า ส. กำกับ อาหลองเป็นตากล้อง อาจึงจะละเอียดในเรื่องแสงมาก

สิ่งที่แม่หนูจำจากอาหลองมา แล้วมาใช้ได้จนถึงปัจจุบันในเรื่องการทำละคร คือเรื่องอะไรบ้าง

ไม่ดูถูกคนดูว่าให้ทำไปเถอะ ไม่รู้เรื่องหรอก พระเอกคู่นี้ยังไงคนก็ดู ทำอะไรออกไปทำด้วยความจริงใจ อาหลองสอนเสมอเรื่องอย่าคิดว่าแค่ทำๆไปเหอะ ไม่ทำอะไรที่ดาราจะเป็นแบบอย่างให้วัยรุ่นสมัยนี้ อย่างเช่น ตบตี แย่งสามี ไม่ทำเลย เรารู้ไงว่า เรื่องจริงมันมียิ่งกว่านี้ ยิงกัน ฆ่ากัน แย่งกันอะไรอย่างนี้ หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็นำเสนอแบบเบาๆแต่ก็มีบทลงโทษสำหรับคนไม่ดี คือสุดท้ายแล้วคนที่ทำไม่ดี คุณก็ต้องได้รับกรรมนั้นไป

ละครหรือหนังที่แม่หนูกำกับจะออกแนวไหนบ้างคะ

ทั่วไปจะเห็นว่าออกแนวโรแมนติค แต่จริงๆชอบแนวบู๊คงติดมาจากอาหลอง ละครแนวบู๊ที่ประสบความสำเร็จมากคือเรื่อง ห้าคม ตอนนั้นวิลลี่ดังมาก และก็ไม่เคยเล่นละครแนวบู๊มาก่อน ห้าคมเป็นเรื่องแรกที่ได้เล่น ซึ่งวิลลี่เค้าก็ชอบ เค้าพูดกับแม่หนูว่า ผมเล่นแต่เป็นคุณชาย ผมอยากเล่นบู๊ อยากเล่นเป็นแบบตำรวจสายลับ แต่ก็ภูมิใจทุกเรื่องที่ทำมา

แต่พอมาตอนหลังลูกก็มาเปลี่ยนเป็นแนวซีจีตามยุคตามสมัย นำสมัย เช่น สายลับสามมิติ พระเอกมาตั้งแต่หนังขาวดำ แบบเป็น มิตร ชัยบัญชา ถือปืน แล้วก็ทะลุมิติมาอยู่ในโลกปัจจุบัน อะไรอย่างเนี้ย เขาชอบทำอะไรของเขาแบบ ก็เออ ช่างเขาเหอะ ทำแล้วก็ประสบความสำเร็จ

เสน่ห์ของหนังหรือละครในความคิดของแม่หนูขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

มันก็โดยรวมนะ ตัวละคร จริงๆแล้ว เดี๋ยวนี้นะ คิดว่าตัวละครแทบจะไม่มีส่วนเท่าไหร่นะ เรื่องน่าติดตามมั้ย ตัวละครก็โอ.เค.ถ้าดังก็จะยิ่งเพิ่มเรตติ้งเข้าไป แต่งเรื่องมากกว่าที่คนดูรู้สึกว่า เรื่องมันน่าติดตามนะ ถึงนักแสดงจะใหม่แต่ถ้าแล้วแสดงได้กลมกลืนคนดูก็โอ.เค.นะ

เคยทำละคร Remake บ้างมั้ยคะ

จำเลยรัก ก็ Remake ค่ะ ละครก็เช่นเรื่อง ตำรับรัก แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่

การทำละครRemake ยากมั้ยคะ เพราะมีคู่เทียบเป็นของเดิม

ถามว่ายากมั้ย ขึ้นอยู่กับการตีความมากกว่า ผู้กำกับฯทุกคนก็ไม่อยากทำอะไรที่ซ้ำของเดิม ถ้าทำเดิมๆก็ไปดูของเดิมๆไม่ดีเหรอ แต่ถ้าบทประพันธ์นั้นมันอมตะคุณก็อย่าไปเปลี่ยนของเค้า เพราะคนดูเค้ารู้

เวลาคัดสรรบทประพันธ์ เราพิจารณาจากอะไร

จริงๆแล้วก็คือเลือกแนวที่เราถนัด อ่านแล้วเราถนัดมั้ย ไม่ถนัดก็ไม่เอา

ค่าบทประพันธ์แพงมั้ยคะ

ก็แพง แล้วยิ่งเป็นบทประพันธ์ที่มีอมตะเยอะๆก็หลายแสน

เมื่อได้บทประพันธ์แล้ว คนเขียนบทก็สำคัญด้วย

สำคัญมากเลย เหมือนว่าคุณเขียนออกมาไม่ดี คนทำไปแล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ

หมายถึงผู้กำกับฯก็ต้องอ่านบทก่อน

ตรงนี้เป็นหน้าที่ของผู้จัดอ่าน ผู้จัดต้องเป็นคนแอพปรู๊ฟว่าโอ.เค.แล้วนะ

แม่หนูคิดว่าช่วงชีวิตช่วงไหนที่มีความสุขแล้วสนุกที่สุดกับการทำละครหรือภาพยนตร์ ทุกเวลาค่ะ ตอนนี้ก็ทำงานเจ็ดวันเพราะว่าลูกชายสองคนทำสองเรื่อง

ผลิตละครป้อนให้กับช่อง 3 ใช่มั้ยคะ

ใช่ คนโต ทำเรื่อง สายลับสามมิติ ส่วยคนเล็กก็จะทำ กระสือมหานคร ผีแนวตลกๆ

คนในกองเรียกแม่หนูว่าอะไรคะ

ก็แม่หนู เพราะเราดูแลเค้าเหมือนลูกค่ะ

สอนอะไรลูกบ้างคะ ทั้งคุณต้นและคุณตั้ม

ก็สอนอย่างที่เราเคยถูกพร่ำสอนมา อย่าดูถูกคนดู แต่เขาก็จะจำไว้เลยนะ แล้วก็สอนหลายอย่าง การตัดต่ออันนี้เป็นอย่างนี้ๆนะ บู๊ต้องอย่างนี้ๆแต่เขาก็เก่งไงเขาจะเป็นคนดูเบื้องหลังหนังฝรั่งเยอะมาก คนโตนะ แล้วก็ดูหนังฝรั่งด้วย เขาก็เอามาทำเป็นพล็อตเรื่องนิดนี้หน่อย ไม่ค่อยได้ซื้อหรอกบทประพันธ์ พล็อตกันเอง

ทำไมละครหรือหนังไทยจึงสู้ฝรั่งไม่ได้สักทีคะ

พูดง่ายๆก็คือ ทุน เพราะของเราไม่ขายไปทั่วโลก ของเราก็ได้แค่นี้แหละ ลาว เวียดนาม แต่ตอนนี้ก็มีไปนะ ญี่ปุ่น เมืองคานส์อะไรก็ไป แต่คิดว่าทุนมากกว่า ที่เราไม่สามารถลงได้ ของเค้าลงทุนเป็นพันล้านบาท แม่หนูเคยไปเรียนผู้ช่วยผู้กำกับฯกับฝรั่งนะ เรื่องไซ่ง่อน เขามาถ่ายทำในเมืองไทย เราก็ไปเรียนรู้เยอะมาก

แม่หนูเห็นพัฒนาการอะไรของวงการบันเทิงไทยบ้างคะ

พัฒนาการที่ดีก็คือ ตอนนี้งานที่ออกมาสู่สายตาคนดูเนี่ย แม่หนูคิดว่าผู้จัดทุกคนทุ่มเทกับงานตัวเองเพื่อแข่งขันกัน เพื่อการแข่งขันจริงๆไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้า ผม แนวเรื่อง อะไรทันสมัย มันเป็นการแข่งขัน บางครั้งเรายังคิดว่าเราแข่งขันกันเองมั้ยนะ ผู้จัดทั้งหลายก็ดีนะ แข่งขันกันเองก็ดี คนที่ได้กำไรคือคนดู ในการพัฒนาการ

พัฒนาการของนักแสดงล่ะคะ

สิ่งที่เขาควรจะต้องเพิ่มขึ้นมา คือความใส่ใจ ความใส่ใจว่าฉันอยากเป็นนักแสดงที่ดีนะ บางทีก็มาเล่นเพื่อจะได้ดัง จะได้มีคนรู้จักไง บางทีช่องส่งมา ถามไปว่าทำไมถึงอยากเล่นละคร ผมอยากดังครับ ไม่รู้ครับ เอ้า ยังไม่รู้ความต้องการของตัวเอง บางทีถูกเราเคี่ยวมากๆก็จะท้อแท้ ไม่อยากมากองมั่งอะไรมั่ง ตอนที่ทำซิกเซ้นส์ พระเอกใหม่เอี่ยมหมดเลย บอกว่าร้องไห้กันระงม เราต้องเคี่ยวเขาหนักมาก 18 เทค 19 เทคเล่นไม่ได้ เพราะมันเล่นยาก นางเอกต้องเห็นผี ทำไงให้เห็นผี ไม่เห็น เขาไม่เห็นไง คุณต้องจินตนาการให้ได้ว่าคุณเห็นผี คนอื่นไม่เห็น แต่คุณเห็น คุณได้ยินเสียง ทำให้รสชาติมันสนุกขึ้น ยุ่งยากมากเห็นผี ได้ยินเสียงผี ได้กลิ่นผี มันเล่นยากหมด บางทีแรกๆ18-19 เทค ร้องไห้กันหมด วันแรกที่ถ่ายของวาวา ต้องได้ยินเสียงผี เขาก็ไม่ได้ยิน พี่ดุ๊ก-ภานุเดช ต้องไปอยู่ใกล้ๆนะ ให้ผวา ร้องไห้กัน แต่เดี๋ยวนี้สบายกันหมดแล้ว

แม่หนูเข้ามาเป็นผู้จัดช่อง 3 มีข้อจำกัดอะไรบ้างมั้ยคะ

แต่ก่อนนี้มายังไม่มีอะไรมากเพราะละครผลิตไม่ทันออกอากาศไม่ บางเรื่องถ่ายทำกันเป็นปี เวลาออกอากาศ 24 ตอนก็จบ จึงไม่ทัน ยิ่งหากได้ลง ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ สองเดือนก็จบแล้ว

นโยบายเกี่ยวกับการผลิตละครที่ช่อง 3 มอบให้ผู้จัดมีข้อจำกัดอะไรมั้ยคะ

เดี๋ยวนี้นะ ห้ามมีฉากอุจาด ปืนห้ามจ่อหัว เซ็นเซอร์หมดเลย เรื่องเหล้าเรื่องบุหรี่อย่าให้เห็นเป็นตัวอย่าง จนกระทั่งผู้จัดบางคนแกล้งอยู่ในบาร์ กินน้ำแดง แล้วเมานะ ขำจะตาย

การแข่งขันในวงการละครของบ้านเราสูงมั้ยคะ

สูงค่ะ ยิ่งตอนนี้มาเปิดกันหลายช่องมากนะ ไม่ว่าจะเป็นรายการธรรมดาหรือละคร

สุดท้ายแล้วในฐานะที่แม่หนูอยู่ในวงการบันเทิงนานมาก แม่หนูอยากเห็นพัฒนาการอะไรของวงการบันเทิงไทยบ้างคะ

อยากให้ละครของเราออกสู่สายตาเอเชียบ้างก็ยังดีนะ ไม่ต้องไปถึงทั่วโลก ไปจีน อยากให้ไปอย่างนั้น จริงๆของเราก็ไม่ได้แพ้ของเขาหรอกนะ ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เกาหลี หรือจีนค่ะ