โลกไม่ไร้จินตนาการ

ดอกไม้ใกล้ตัว

"จินตนาการสำคัญกว่าความรู้" ประโยคทองของอัลเบิร์ต ไอน์สไตล์พุ่งวาบเข้าสู่หัวสมองฉันอย่างรวดเร็วขณะที่ฉันเหลือบไปเห็นต้นตะขบใหญ่ที่แผ่กิ้งก้านสาขาร่มครึ้มอยู่ข้างทางเดิน นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันไม่ได้ลิ้มชิมรสลุกตะขบ แนคิดอยู่ในใจก่อนที่จะสาวเท้าเข้าไปยังต้นตะขบใหญ่นั้น สายลมเย็นยามบ่ายคล้อยพัดแผ่วขณะที่ฉันสอดส่ายสายตามองหาลูกตะขบสีแดงแก่

"เอ หายไปไหนหมดนะ สงสัยนกคงมาจิกกินไปหมดแล้วแน่เลย" ฉันรำพึงด้วยความผิดหวังเมื่อไม่เห็นผลสุกของตะขบหลงเหลืออยู่ "มีแต่ดอกเต็มไปหมดเลย เออ แต่ดอกตะขบก็สวยดีนะนี่" ฉันบอกกับตัวองขณะที่ชะโงกหน้าไปยังกิ่งดอกที่ใกล้ตัวที่สุด ดอกเล็กเล็กสีขาวที่ประกอบไปด้วยกลีบดอกยอบบาง 5 กลีบ แต่งแต้มด้วยเกสรสีเหลืองสดใสที่เป็นเส้นฝอยอญุ่ตรงใจกลางดอก "ยังกะใครมาทำฝอยทองหล่นไว้กลางดอกเลย" จริงสินะ ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าเกสรของดอกตะขบนั้นชวนให้นึกไปถึงขนมหวานฝอยทองที่ฉันแสนชอบในรูปลํกษณฺแต่กลับไม่พิศวาสในรสชาติที่หวานแหลมของมัน

นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ได้รู้จักตะขบมาแต่ครั้งเมื่อเยาว์วัย ก่อนหน้านี้ ฉันเพียงให้ความสนใจเฉพาะแต่ผลสุกสีแดงที่มีเปลือกบางมันวาวเท่านั้น แทบขะกล่าวได้ว่า ไม่เคยชายตามองดอกตะขบเลยก็เป็นได้ ในยามนั้นสำหรับเด้กต่างจังหวัดอย่างฉันและผองเพื่อน การได้ปีนป่ายไปตามต้นตะขบและช่วงชิงลุกตะขบสีแดงสดใสส่งเข้าปากของตนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นความหฤหรรษ์และรื่นรมย์แห่งชีวิตในวัยเยาว์ของพวกเรา

ในยุคสมัยที่คอมพิวเตอร์ยังไม่แพร่หลายและมีบทยาทในชีวิตประจำวันของผู้คนมากมากนัก เด็กอย่างฉันและผองเพื่อนจะใช้ชีวิตในวัยเยาว์ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เล่นและเรียนรุ้วิถีชีวิตโดยมีธรรมชาติรอบตัวเป็นครุผู้สอน เรามีต้นไม้ใหญ่ที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน เช่น หางนกยูงต้ริมน้ำที่เหล่าเด็กชายชอบป่ายปีนขึ้นไปบนคาคบไม้แล้วทิ้งตัวลงไปยังธารน้ำใสอย่างสนุกสนาน ต้นหว้ายักษ์ขนาดหลายคนโอบที่มีผลสุกหอมหวานฉ่ำลิ้นที่พวกเราไม่เคยรีรอในการคว้าเข้าปากเคี้ยวกลืนด้วยความเอร็ดอร่อย และแน่นอน ใครจะลืมเธอลง ต้นตะขบแสนหอมหวาน เพื่อนเก่าเมื่อครั้งเยาว์วัยของฉัน

ที่ใต้ต้นตะขบใหญ่แห่งนั้นเองเป็นที่ที่ฉันและเพื่อนพ้องมักมาใช้เป็นที่สุมหัวเล่นสนุกสนานกันตามแต่จะจินตนาการไปว่าจะเล่นอะไรกันในวันนั้นนั้น ในบางวันใต้ต้นตะขยก็กลายสภาพเป็นโรงพยาบาลที่มีคนไข้เพียงไม่กี่คนเพราะเราต่างช่วงชิงการสมมุติตัวเป็นคุณหมอกันเสียเกือบหมด เรามีสายตรวจ และหูฟังชีพจรแบบง่ายง่ายที่ทำขึ้นมาจากวัสดุรอบตัว เช่นฝาขวดน้ำอัดลมและไส้ไก่ยางรถจักรยาน มีลูกตะขบสุกงอมเปลือกบางสีสวยที่ต่างสมมุติกันเองว่าเป็นยารักษาโรคสำหรับผู้ป่วย และมีน้ำเย็นผสมยาอุทัยสีสวยที่ฉีนแสนจะเกลียดชังในรสชาติที่แสนประหลาดเป็นเครื่องดื่มประจำโรงพยาบาลต้นตะขบแห่งนั้น

ในบางวัน ใต้ต้นตะขบก็กลายสภาพไปเป็นดรงเรียนขนาดเล็กที่มีแต่ครุปผุ้สอนมากกว่าเด็กนักเรียน เช่นเคยอีกนั่นล่ะ ใครใครต่างก็อยากจะเป็นคุณครุกันทั้งนั้น คนที่รับบทเป็นคุณครูจะมีไม้เรียวอยุ่ในมือและได้รับสิทธืที่จะใช้ไม้เรียวนั้นลงโทษเด็กนักเรียนที่ดื้อรั้น ไม่เชื่อฟังคำสั่งครุ การแต่งตัวของคุณครุนั้นก้จะแตกต่างไปจากนักเรียนทั่วไป นั่นคือ คุณครูจะต้องใส่รองเท้าส้นสูง (ของแม่ พี่สาวหรือญาติผู้ใหญ่คนใดคนหนึ่งที่เราแอบหยิบยืมมาใช้ชั่วคราว) บทบาทสมมุติเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการเล่นที่ทำให้ผู้เล่นเข้าใจบทบาทและสถานะภาพทางสังคมไปในตัว การละเล่นเช่นนี้จึงเป็นการเรียนรุ้กระบวนการขัดเกลาทางสังคมไปในตัวอีกอย่างหนึ่งนั่นเอง

ลานกว้างใต้ต้นตะขบใหญ่ยังกลายมาเป็นร้นขายของและสินค้านานาชนิดที่เราต่างจะคิดสรรค์ออก เป็นที่แบ่งปันความสนุก หรรษาและแม้แต่เรื่องราวของความทุกข์แบบเด็กเด็กของฉันและผองเพื่อน ในช่วงปิดภาคเรียนหรือวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ใต้ต้นตะขบแห่งนี้จะเป็นแหล่งชุมนุมของพวกเราเหล่าเด็กหญิงชาย แต่โดยมากแล้วทั้งันและเพื่อนหยิงคนอื่นมักกีดกัน ไม่อยากให้เพื่อนผู้ชายเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของเราเท่าใดนัก เพราะเด็กชายนั้นมักสนุกสนานกับการกลั่นแกล้งและล้อเลียนเพื่อนหญิงจนเด็กหญิงอย่างฉันและเพื่อนไม่ยินยอมให้เข้ามาร่วมกิจกรรมการเล่นของเรา แต่ก็นั่นล่ะนะ บรรดาเด็กชายหัวโจกเหล่านั้นก็มักจะมีลูกเล่นมาหลอกล่อให้เด็กหญิงอย่างเรายินยอมให้เข้ากลุ่มได้เป็นครั้งคราวอยู่ดี ก็ใครจะไปอดใจไหวกันได้เล่าเมื่อเห็นมะขามป้อมกองโต ลูกหว้าสุกงอม ลูกตะขบสีสวยรวมไปถึงลูกไม้นานาชนิดที่เป็นผลผลิตจากไม้ใหญ่ข้างทางที่บรรดาทะโมนชายเหล่านั้นเก็บงำมาฝากยามที่อยากจะเข้ามาเล่นในกลุ่มเพื่อนหญิง

จากวันนั้นถึงวันนี้ความทรงจำใต้ต้นตะขบยังคงทำให้ฉันแย้มยิ้มได้อย่างมีความสุขยามที่หวนรำลึกถึง จากวันนั้นถึงวันนี้อีกเช่นกันที่ฉันยังคงอยากมีต้นตะขบเป็นของตัวเอง แต่ความต้องการในวันนี้กลับแตกต่างไปจากเมื่อครั้งยังเยาว์วัย ในครั้งนั้นฉันเพียงอยากครอบครองต้นตะขบเพียงเพื่อได้เก็บกินลูกตะขบโดยไม่ต้องแย่งชิงกับผองเพื่อน หากในวันนี้ฉันอยากปลูกตะขบด้วยเหตุผลหลายประการ หนึ่งนั้นเพราะฉันชอบร่มเงาของเธอ อยากผูกเปลญวนไว้นอนเล่นหรืออ่านหนังสือใต้ร่มเงาของต้นตะขบ อยากปลุกเธอเพราะเธอเป้นต้นไม้ธรรมดาที่แข็งแกร่งและทนทานอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าฝนจะตก น้ำจะหลาก แดดแผดเผาหรือแล้งจัด ลมแรง ต้นตะขบก็ยังหยัดยืนให้ร่มเงา เป็นที่พักพิงและเป้นแหล่งอาหารแก่คนและสัตว์นานาชนิด ส่วนเหตุผลใหญ่ที่ฉันอยากปลูกต้นตะขบนั้น เพราะหวัง ที่จะได้เห็นนกนานาชนิดโผบินมาจิกกินลูกตะขบแสนหวานในรั้วบ้านของฉัน หากฝันนั้นก็ยังคงเป็นความฝันที่ไม่อาจสัมฤทธิ์ผลแม้ฉันจะมีบ้านเป็นของตัวเองแล้วก็ตาม ด้วยพื้นที่อันแสนจำกัดจำเขี่ยที่มีอยู่นั้นไม่เอื้อต่อการปลูกไม้ใหญ่ซึ่งต้องการพื้นที่ในการเติบโตค่อนข้างมากเอย่างต้นตะขบ ฉันจึงได้แต่เมียงมองต้นตะขบใหญ่ที่ขึ้นอยู่บนที่รกร้างด้วยเสียดายและอยากได้ "ไม่เป็นไร หรอกนะ อย่างน้อย เรายังมีโอกาสได้เห็นตะขบในที่รกร้าง ถึงไม่ได้เป้นเข้าของก็ยังมีโอกาสได้ชื่นชม" ฉันปลอบใจตัวเองก่อนที่จะคว้ากล้องคู่กายออกมาเก็บภาพดอกตะขบกลีบบาง ในชีวิตของฉัน อาจรักชอบต้นไม้มากมาย แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ต้นตะขบธรรมดาที่หลายคนมองข้ามก็ยังเป็นไม้หนึ่งที่อยู่ในใจฉันเสมอมา