โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติ

เยาวชนสร้างสรรค์

บ้านสันป่าไร่...โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น

กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ประกาศผล 2 โรงเรียนถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโครงการ “โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติ” ครั้งที่ 6 ภายใต้แนวคิด “ตามรอยเท้าพ่อ...กับฮอนด้า” โดยมี โรงเรียนบ้านสันป่าไร่ จังหวัดตาก รับถ้วยพระราชทานระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาเป็นของ โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึก ในด้านการใส่ใจสิ่งแวดล้อมของครูและนักเรียน อันเป็นจุดเริ่มต้นของความยั่งยืน

ทางด้านผู้จัดการฝ่าย ส่วนกิจกรรมเพื่อสังคม สายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด และผู้อำนวยการโครงการฯ ศิริพร ศรีสุข เผยว่า “โครงการ ‘โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติ’ ทำในนามของกลุ่มฮอนด้าในประเทศไทย ได้จัดโครงการเพื่อสังคมมาเป็นปีที่ 13 แล้ว เริ่มมาตั้งแต่วโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระพระชนมายุครบ 6 รอบในปี 2542 พระองค์ท่านมีพระราชปณิธาน ทรงห่วงใยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่ประเทศกำลังเผชิญหน้าอยู่ขณะนี้ ขณะเดียวกันทางกลุ่มบริษัทฯ ได้ประกาศวิสัยทัศน์อย่างชัดเจน ว่า สิ่งแวดล้อม...ถือเป็นพันธกิจที่ต้องให้ความสำคัญ จึงได้เกิดเป็นโครงการดังกล่าวขึ้นมา

...โครงการในช่วงปีแรกๆ เป็นการแข่งขันกันระหว่างโรงเรียน ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ในหนึ่งรอบโครงการระยะเวลา 2 ปี โดยขั้นตอนเริ่มตั้งแต่เขียนใบสมัคร ระบุถึงประเภทของโครงการ มีนักเรียนเป็นแกนหลักของโครงการ ผนวกกับคำแนะนำจากคุณครู แล้วชุมชนก็มีส่วนร่วม ทั้งนี้ได้รับพระบรมราชานุญาต พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ ให้โรงเรียนที่มีผลงานดีเด่นด้านสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันเป็นถ้วยพระราชทานถาวร ที่ทางโครงการฯสามารถจัดทำได้เลย ให้กับโรงเรียนที่ชนะเลิศด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมกับจัดทำหนังสือสรุปโครงการ นำเข้าไปห้องสมุดในพระราชวังอีกด้วย

...นับตั้งแต่โครงการฯครั้งที่ 5 ได้มีเกณฑ์มาตรฐานที่จัดทำขึ้น โดยกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง”

โดยเกณฑ์มาตรฐานฉบับปัจจุบัน เป็นเกณฑ์มาตรฐานฉบับปรับปรุง เพื่อใช้ในโครงการฯ ครั้งที่ 6 ประกอบด้วย 6 ประเด็นหลัก ดังต่อไปนี้ ประเด็นที่ 1 : การดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ ประเด็นที่ 2 : กระบวนการบริหารที่ส่งเสริมและสนับสนุน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างพอเพียง ประเด็นที่ 3 : หลักสูตรสถานศึกษา ที่บูรณาการสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้ ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของนักเรียนและชุมชน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ประเด็นที่ 4 : กิจกรรมที่เชื่อมโยงและเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน และมีการขยายเครือข่ายการดำเนินงาน เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ประเด็นที่ 5 : การรักษาและส่งเสริม วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน ประเด็นที่ 6 : บุคลากร นักเรียน และชุมชน มีจิตสำนึกและพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต ที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทาง บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ได้เชิญสื่อเดินตามรอยความสำเร็จ ของ 2 โรงเรียนถ้วยพระราชทาน ซึ่ง “พี่จ๊อด” ก็ได้ร่วม Trip Itinerary ด้วย โดยทาง โรงเรียนบ้านสันป่าไร่ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก โรงเรียนระดับชั้นอนุบาล ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้ใช้วิถีแห่งการเรียนรู้อย่างเกื้อกูล ของนักเรียนไทยและปกากะญอ ด้วยการนำ “ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ” เป็นแนวทาง ซึ่งเข้าร่วมโครงการฯมาตั้งแต่ปี 2545 ได้สะสมองค์ความรู้และพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนฝังอยู่ในวิถีชีวิตของนักเรียนและคนในชุมชน ด้วยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น มาใช้แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนและชุมชน ทั้งปัญหาแหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมี ปัญหาขยะตกค้าง และการขาดแคลนพลังงาน

ทางโรงเรียนเน้นการดำเนินงาน ในรูปแบบของฐานการเรียนรู้ ที่ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมจริง โดยในด้านการจัดการขยะ จะมีการคัดแยกและรีไซเคิลขยะ พร้อมการทำสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ส่วนการทำกระถางดินเพาะต้นกล้า จัดเป็นนวัตกรรมของโรงเรียน ที่ประยุกต์มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ทางด้านการจัดการน้ำ ได้มีการบำบัดน้ำตามแนวพระราชดำริ ด้วยการใช้ถังกรองน้ำและดักไขมันจากโรงอาหาร ทั้งมีการปลูกพืชน้ำและเติมออกซิเจน แล้วนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้ว ไปใช้รดแปลงเกษตรอินทรีย์ของโรงเรียน โดยใช้จักรยานปั่นน้ำเพื่อประหยัดพลังงาน นอกจากนั้นมีการพัฒนาเตา 3-in-1 ที่ได้ร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ รวมไปถึงการจัดตั้งบ้านภูมิปัญญา เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในท้องถิ่น สะท้อนถึงวิถีชีวิตคนในชุมชน ตามแนวคิดเศรษฐกิจแบบพอเพียง

คุณครูโรงเรียนบ้านสันป่าไร่ พิทักษ์ ฉิมสุด กล่าวว่า “จุดแรกที่ให้ความสนใจในโครงการฯ คือ เราอยู่ในสังคมหรือสิ่งแวดล้อม ถ้าหากไม่กลับมาทำสภาพแวดล้อม ให้ดีขึ้นหรือคงสภาพเดิมเอาไว้ เราจะไม่สามารถอยู่ภายในสังคม ที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีได้ จะเกิดความเดือดร้อน รายได้ก็ไม่ดี กินก็ไม่อิ่ม อยู่อย่างไม่เป็นสุข แล้วสุดท้ายจะออกไปหางานทำที่อื่น สาเหตุเหล่านี้จึงเป็นจุดเริ่มต้น ที่ให้สนใจโครงการรักษาสิ่งแวดล้อม จากโรงเรียนบ้านสันป่าไร่ มองออกไปเห็นภูเขาถูกทำลาย เราก็คิดว่า เอ!!!ควรเริ่มสร้างความรู้ให้กับเด็ก แล้วก็นำความรู้จากชุมชน ในเรื่องการรักษาป่าต้นน้ำหรือสิ่งแวดล้อม มาจัดเป็นหลักสูตรการเรียนใหม่ ที่ชื่อว่า วิชาภูมิปัญญารักษาสิ่งแวดล้อม โดยจะเรียนกันทุกวันพฤหัสในระดับมัธยม ส่วนระดับประถมจะเป็นการบูรณาการกัน

...การจะให้เด็กๆได้ซึมซับเรื่องสิ่งแวดล้อม เด็กเล็กจะให้เรียนไปด้วยเล่นไปด้วย แล้วสอดแทรกสาระเนื้อหาที่ง่ายๆ ส่วนเด็กที่โตพาเข้าไปปฏิบัติจริง พร้อมกับเสริมหลักการเข้าไป อย่างหลักการทางวิทยาศาสตร์ ภูมิปัญญาชาวบ้าน อีกทั้งฮอนด้าได้ส่งเสริมเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้เอาแนวคิดมาใช้ในโรงเรียนได้ เพราะว่า มันเป็นบริบทอันเดียวกัน หรือเป็นเรื่องที่มีความสอดคล้องต่อกัน การเริ่มต้นทำโครงการก็ยากเหมือนกัน แต่พอได้รู้แนวทางหรือวิธีการ การทำงานต่อๆมาก็ไม่ยาก เพียงแค่ให้ตั้งใจทำอย่างต่อเนื่อง ทำงานด้วยใจรัก แก้ปัญหาให้ทุกจุด ก็ประสบความเร็จได้ไม่ยาก ต่อจากนั้นเป็นการต่อยอด ในเรื่องของการบูรณาการ การประยุกต์ใช้ อย่างนำหลักการวิทยาศาสตร์ มาใช้รวมกับภูมิปัญญาชาวบ้าน พร้อมกับนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ และสร้างเป็นองค์ความรู้ขึ้นมา”

นิติพงษ์ นิธิสมบัติวณิช เรียนอยู่ชั้น ม. 3 เลือกกิจกรรมพลังงานทดแทน จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในท้องถิ่น หนึ่ง-นิติพงษ์ เล่าว่า “ทางบ้านผมทำไร่ข้าวโพดครับ จึงได้นำซังข้าวโพดมาเป็นเชื้อเพลิง กะว่า จะให้ที่บ้านทำเตาเผา 3-in-1 เพราะเพียงแต่ไปบอกช่าง เขาก็จะรู้ได้ทันที ราคาเบ็ดเสร็จประมาณ 700 บาท เป็นค่าอุปกรณ์ 200 บาท และค่าจ้างทำอีก 500 บาท ช่างที่ทำก็เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน ซึ่งเผาเป็นถ่านได้น้ำส้มควันไม้ และต้มน้ำตะไคร้หอมไปพร้อมๆกันได้ครับ”

ส่วน พัชระ มันตาคำ อายุ 14 ปี เรียนชั้น ม. 1 เลือกชมรมเย็บผ้า และมาแนะนำกิจกรรมในโรงเรียน มึฉิ-พัชระ เล่าว่า “วันนี้มาเป็นคนแนะนำ ในแต่ละฐานการเรียนรู้ จึงต้องทราบเรื่องราวทุกฐาน โดยเฉพาะในชมรมเย็บผ้า จะรู้มากกว่าฐานอื่นๆค่ะ ทางอาจารย์ให้หนูเลือกเข้า 2 ชมรม คือ ชมรมเย็บผ้ากับชมรมประดิษฐ์ ก็เลยมาสนใจเลือกชมรมเย็บผ้า ด้วยทั้งคุณแม่และคุณยายแถวบ้านหลายท่าน มีทักษะในการเย็บผ้าเก่ง อย่างเย็บมือชุดปกากะญอ ตอนแรกหนูก็เย็บจักรแบบเบี้ยวๆไปตามเรื่อง พอเย็บไปเรื่อยๆมือและเท้าประสานกันดี จะทำให้การเย็บผ้าสนุกยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าเรามีสมาธิแน่วแน่ด้วยแล้ว จะทำให้เย็บเป็นเส้นตรงได้อย่างดี ทั้งยังส่งผลในเรื่องของการเรียน เวลาอ่านหนังสือจะจดจำได้แม่นยำค่ะ”

โรงเรียนบ้านสันป่าไร่ เริ่มต้นโครงการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ โดยการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตร ให้องค์ความรู้ในเรื่องการอนุรักษ์ แต่แค่ให้ความรู้ความเข้าใจ...ก็ไม่เห็นผล จึงแปรพื้นที่ป่าที่ถูกทำลาย เป็นการปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ คือ ปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง พร้อมร่วมมือกับฝ่ายอุทยานและชุมชน ร่วมกันทำฝายทดน้ำแบบง่ายๆ ตามวิถีทางของชาวปกากะญอ แม้ว่าการทำลายป่าในรอบๆชุมชน ยังคงเป็นปัญหาที่รุนแรงอยู่ แต่ผลงานที่ได้กระทำของ โรงเรียนบ้านสันป่าไร่ เสมือนน้ำดีที่จะคอยไหลทดแทนน้ำเสีย และสักวันเมื่อน้ำดีมีปริมาณมากพอ น้ำที่เคยเสียจะกลายเป็นน้ำดีได้เองครับ

กว่าจะได้รับรางวัลถ้วยพระราชทาน โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น...ก็ยากแล้ว ทว่าการรักษาให้ยั่งยืนต่อไป...ยิ่งยากกว่า แต่ในวันนี้ “พี่จ๊อด” ได้เห็นนักเรียนโรงเรียนบ้านสันป่าไร่ ต่างมีความกระตือรือร้น รู้หน้าที่ความรับผิดชอบ ให้ความร่วมมือในการทำฝาย เพื่อคืนสภาพแวดล้อมที่ดีให้ธรรมชาติ ผมเอยชมกับคุณครูท่านหนึ่ง ว่า...เด็กๆขยันกันทุกคนเลย แต่คุณครูกลับบอก ว่า...วันนี้ขี้เกียจสุดสุดแล้วนะค่ะ ส่วนผมก็ได้แต่อึ้งไปเลยครับ