ท่องเที่ยว...คืนความสุขให้เมืองไทย

"หลงรักประเทศไทย" ไปกับ ททท.
ที่นี่...รายการตะวันหรรษา

"ประเทศไทย" มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประเพณี วัฒนธรรมและวิถีไทยที่เป็นเอกลักษณ์ ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากนานาชาติเดินทางมาเยือน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ในระดับแนวหน้าของภูมิภาคเอเชีย แต่ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ลดลง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้กำหนดทิศทาง ดำเนินการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558 โดยยังคงเป้าหมายรายได้ 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไว้ และเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากข้อมูลขององค์การท่องเที่ยวโลก (WTO) ระบุรายได้ทางการท่องเที่ยวของประเทศไทย ในปี 2556 สูงเป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 3 ในเอเชีย

จึงเป็นความท้าทายที่จะทำให้อันดับนี้สูงขึ้น ในปี 2558 ซึ่งต้องใช้ความสามารถ ความพยายามและบูรณาการอย่างมืออาชีพ ภายใต้การดำเนินการตลาดเชิงรุก ทั้งในกลุ่มตลาดฟื้นฟู และกลุ่มตลาดก้าวไปข้างหน้า เน้นขยายฐานตลาด กลุ่ม Quality Leisure ที่ยังไม่เคยเดินทางมาเมืองไทย และกลุ่มที่เดินทางซ้ำ รวมถึงการสร้าง Demand และสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ๆด้วย

การประชุมจุดทำแผนปฏิบัติ การส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวไทย ประจำปี 2558 หรือ TAT Action Plan (TATAP 2015) ของ ททท. เป็นการระดมสมองร่วมกันระหว่างผู้บริหารและพนักงาน ททท.ในฐานะนักการตลาด เป็นการมองไปข้างหน้าอย่างท้าทาย โดยการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการตลาดและข้อมูลประกอบจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากปัจจุบันซึ่งมีหลายปัจจัยที่เปลี่ยนแปลง จึงนำมาสู่การกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวที่จะขับเคลื่อน ในปี 2558 และมีการแถลงแผนงานการตลาดฯ เมื่อ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงต่อที่ประชุมถึงทิศทางการส่งเสริมตลาดในภาพรวม ว่าได้ยึดตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นกรอบการดำเนินงาน มุ่งเน้น 2 ด้านที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว คือ การฟื้นฟูความเชื่อมั่น และเร่งรัดวางรากฐานที่ดีของประเทศ สร้างความเจริญทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม

"การเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อการตลาดนักท่องเที่ยว เป็นการวางเป้าหมายลำดับแรก สอดคล้องกับแนวนโยบายของ คสช. โดย ททท. จะสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทย ด้วยการนำส่งความสุข สนุกแบบไทยๆ ภายใต้แคมเปญการสื่อสารหลัก แบรนด์ Amazing Thailand : Happiness Withinโดยจะร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมพิเศษระดับนานาชาติ เป็นปฏิทินท่องเที่ยวตลอด 12 เดือน"

เพื่อทำให้เกิดการใช้จ่ายและมีระยะเวลาเข้าพักนานวันมากขึ้น ควบคู่กับการสร้างสรรค์สินค้าท่องเที่ยวเชิงคุณค่า ขยายฐานการตลาดนักท่องเที่ยวและสร้างการเชื่อมโยงกับการเดินทางในประชาคมอาเซียน โดยดำเนินการส่งเสริมตลาดทั้งในและต่างประเทศ

"ทิศทางการดำเนินงาน ตลาดในประเทศ ยังคงใช้แนวทางการสื่อสารการตลาดไปสู่นักท่องเที่ยวไทย ภายใต้แคมเปญ หลงรักประเทศไทย เพื่อชักจูงให้ คนไทยเที่ยวไทย รู้จักเมืองไทยและรักประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากบรรยากาศเที่ยวเมืองไทยของคนไทยยังมีความเคลื่อนไหวที่ดี ททท. จะมุ่งกระตุ้นความต้องการในการเดินทางของคนไทยในทุกกลุ่ม (กลุ่มครอบครัว วัยทำงาน ผู้สูงอายุ และเยาวชน) สร้างความสมดุลเชิงพื้นที่ เพื่อลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในเมืองหลัก"

โดยส่งเสริมการเดินทางสู่จังหวัดท่องเที่ยวทางเลือกที่มีเอกลักษณ์ "10 เมืองต้องห้าม...พลาด" ลำปาง เพชรบูรณ์ บุรีรัมย์ เลย สมุทรสงคราม ราชบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร ตรัง และสานต่อโครงการวันธรรมดาน่าเที่ยวกระตุ้นการเดินทางด้วยแนวคิด เที่ยวง่ายสบายกระเป๋า เพื่อสร้างความสมดุลเชิงเวลา

ผู้ว่าการฯ ททท. กล่าวต่อว่า ทิศทางด้านตลาดต่างประเทศ ปี 2528 ในส่วนของกลุ่มตลาดก้าวไปข้างหน้า ยุโรป อเมริกา ภาพรวมยังคงมีแนวโน้มเติบโตที่ดีต่อเนื่อง ททท. จะมุ่งรุกคืบไปยังพื้นที่ใหม่ในเมืองรอง Lyon , Marseille , Nice ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส Stuttgart , Hamburg , Munich , Leizig เยอรมนี Birmingham , Manchester , New Castle , Glasgow , Edinburg สหราชอาณาจักร และกลุ่มแอฟริกาเหนือ (โมร็อคโค แอลจีเรีย ตูนีเซีย)

การรักษาฐานตลาดเดิม กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำ (Revisit) ททท. ยังคงให้ความสำคัญอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดสเปน อิตาลี ฝรั่งเศส อเมริกา และบราซิล มีแนวโน้มการเติบโตก้าวกระโดด ผ่านกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการขาย และนำเสนอพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ เช่น ขนอม (นครศรีธรรมราช) สุโขทัย การสร้างประสบการณ์ร่วมในวิถีไทย โดยชูศาสตร์การทำอาหาร (Gastronomy) มวยไทย เป็นต้น

ส่วนกลุ่มตลาดฟื้นฟู จะโฟกัสไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ อาเซียน และแปซิฟิกใต้ ททท. จะรุกตลาดเมืองรองของจีน อาทิ เซียะเหมิน อู่ฮั่น ซีอาน ฉางฉวน เป็นเมืองที่มีสภาพเศรษฐกิจดี เมืองปูซาน ประเทศเกาหลี ตลาดขนาดเล็กแต่มีศักยภาพในตะวันออกกลาง เช่น จอร์แดน อียิปต์ เลบานอน

พร้อมทั้งเข้าถึงกลุ่มตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในเมืองเดิม เช่น จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย เจาะกลุ่มคอร์ปอเรต ครอบครัว นักบริหารรุ่นใหม่ สาวออฟฟิศที่มีกำลังซื้อสูง โดยใช้สินค้าการท่องเที่ยวที่อยู่ในความสนใจและเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ แฟชั่น สุขภาพความงาม และอาหารไทย

"การเข้าสู่ ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ในปีหน้า จะส่งผลให้ตลาดอาเซียนจะเดินทางระหว่างกันได้กว้างขวางขึ้น ททท. จะวางตำแหน่งทางการตลาดให้ประเทศไทย เป็น ASEAN Connectivity ใช้โอกาสของไทยที่เป็น Entry / Exit Point ดึงตลาดประเทศที่ 3 ในกลุ่มตลาดระยะใกล้ เช่น สิงคโปร์ จีน และกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) รวมถึงตลาดระยะไกลเข้ามาท่องเที่ยว"

สิ่งสำคัญ คือ การมุ่งสร้างรายได้อย่างยั่งยืนโดยการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดระดับบนหรือตลาดความสนใจพิเศษ (Niche Market) ได้แก่ กลุ่มที่ชื่นชอบสินค้าความหรูหรา กลุ่มคู่แต่งงาน-ฮันนีมูน กลุ่มกอล์ฟ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จะเน้นการจัดกิจกรรมที่กระตุ้นการขายได้จริง เช่น Honeymoon Agent Fam Trip & Romance Symposium กิจกรรม Thailand Golf Travel Mart งาน Thailand Health Tourism Mart ฯลฯ และเพิ่มช่องทางการขายเข้าสู่นักท่องเที่ยวโดยตรงผ่าน Online

นอกจากนี้ยังต้องการทำตลาดร่วมกับพันธมิตร ต้องอาศัยความร่วมมือกัน เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยในการสร้างรายได้การท่องเที่ยวจากตลาดต่างประเทศ 1.4 ล้านล้านบาท (เติบโตร้อยละ 16) และรายได้จากตลาดในประเทศ 800,000 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 14)

อนุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการฯ ททท. ด้านตลาดในประเทศ กล่าวว่า ท่องเที่ยวตลาดในประเทศ ปี 2558 กำหนดนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว 3 โครงการหลัก ภายใต้แนวคิด "หลงรักประเทศไทย" ประกอบด้วย 1. โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองทางเลือก "เมืองต้องห้าม...พลาด" 2. โครงการ Dream Destinations 2015 "กาลครั้งหนึ่ง ความฝันผลิบาน" เส้นทางสายดอกไม้ตลอดปี 3. โครงการวันธรรมดาน่าเที่ยว คาดว่าจะส่งผลให้กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว จำนวน 148 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 9.5 % มีรายได้จำนวน 8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 14 %

โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองทางเลือก ททท. จะแนะนำ 10 แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ที่น่าสนใจทั่วประเทศ เพื่อกระจายการท่องเที่ยวสู่จังหวัดท่องเที่ยวทางเลือกที่มีเอกลักษณ์และมีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด "เมืองต้องห้าม...พลาด"

ประกอบด้วย ภาคเหนือ เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา (ลำปาง) ภูดอกไม้สายหมอก (เพชรบูรณ์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมืองปราสาทสองยุค (บุรีรัมย์) เย็นสุด...สุขที่เลย (เลย) ภาคกลาง เมืองสายน้ำสามเวลา (สมุทรสงคราม) ชุมชนคนอาร์ต (ราชบุรี) ภาคตะวันออก เมืองเกาะในฝัน (ตราด) สวนสวรรค์ร้อยพันธุ์ผลไม้ (จันทบุรี) ภาคใต้ ยุทธจักรความอร่อย (ตรัง) หาดทรายขาวสี่ร้อยลี้ (ชุมพร)

โครงการ Dream Destinaitons 2015 กาลครั้งหนึ่ง...ความฝันผลิบาน เส้นทางสายดอกไม้ที่งดงาม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เกิดการเดินภายท่องเที่ยวภายในประเทศตลอดปี ประกอบด้วย

มกราคม หุบเขาพญาเสือโคร่ง ภูลมโล อำเภอด่านซ้าย (เลย) ทุ่งเบญจมาศ วังน้ำเขียว (นครราชสีมา) ลานทิวลิป เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม (เชียงราย) ถนนสุพรรณิการ์ (นครนายก) กุมภาพันธ์ ถนนเหลืองปรีดิยาธร(สุพรรณบุรี) ทะเลบัวแดง อำเภอกุมภวาปี (อุดรธานี) ดอกเสี้ยวป่าเหมี้ยง อช.แจ้ซ้อน (ลำปาง) มีนาคม ถนนชมพูพันธุ์ทิพย์ มหาวิทยาลัยเกษตร เขตกำแพงแสน (นครปฐม)

เมษายน ถนนดอกคูน (ขอนแก่น) ทะเลบัว อุทยานนกน้ำทะเลน้อย (พัทลุง) พฤษภาคม ทุ่งดอกเปราะภู ภูหินร่องกล้า (พิษณุโลก) มิถุนายน นาบัว คลองมหาสวัสดิ์ (นครปฐม) กรกฎาคม ทุ่งดอกกระเจียว อำเภอเทพสถิต (ชัยภูมิ) ดอกเข้าพรรษา ไหล่เขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวงและเขาพู (สระบุรี) สิงหาคม ทุ่งดอกปอเทือง ตำบลรำแดง (สงขลา) กันยายน ทุ่งดอกหงอนนาค ภูสอยดาว (อุตรดิตถ์)

ตุลาคม ทุ่งดอกไม้ป่า อช.ผาแต้ม อำเภอโขงเจียม (อุบลราชธานี) พฤศจิกายน ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อู่คอ (แม่ฮ่องสอน) ดอกชวนชม สวนนงนุช (ชลบุรี) ธันวาคม ดอกกาแฟบาน (ชุมพร) ทุ่งคริสต์มาส ณ ลานต้นคริสต์มาส ภูเรือ (เลย) ทุ่งทานตะวัน เขาจีน (ลพบุรี)

โครงการวันธรรมดาน่าเที่ยว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในวันธรรมดา ให้เกิดการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดต่อเนื่องไปยังวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) อันจะส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงช่วยเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วย นักท่องเที่ยวที่เดินทางในช่วงวันธรรมดาก็จะได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างคุ้มค่า โดยกลุ่มเป้าหมายหลักจะมุ่งเน้นไปที่นักท่องเที่ยวคนไทยที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดาได้ อาทิ กลุ่มครอบครัว (ปิดเทอม) เจ้าของธุรกิจ สมาคมและชมรมผู้สูงอายุ / เกษียณ คนทำงาน (ลาพักร้อน) และกลุ่มสุขภาพ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึง แผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวในระยะเร่งด่วน ว่า ททท. ได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดในประเทศ แคมเปญ ท่องเที่ยว...คืนความสุขให้เมืองไทย ชุด "ยินดีต้อนรับ" โดยมีดารานักแสดงที่ได้รับความนิยมของไทย คือ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บัน และ อนันดา เอเวริงแฮม เป็นตัวแทนเชิญชวนคนไทยออกมาเดินทางเที่ยวไปยังภูมิภาคต่างๆให้ทั่วประเทศ

"ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้จะเป็นการสร้างกระแส กระตุ้นให้คนไทยกลับมาท่องเที่ยวในเมืองไทย เพื่อช่วยประเทศชาติให้ฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ต่างๆที่ผ่านมา และเป็นการเสริมสร้างเศรษฐกิจให้หมุนเวียนในกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยไปเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักท่องเที่ยวคนไทย กลุ่มคนรุ่นใหม่ คนทำงาน และกลุ่มครอบครัว

สำหรับโครงการDream Destination 2014 กาลครั้งหนึ่ง...ต้องไป 10 แหล่งท่องเที่ยวดินแดนในฝัน ยังคงต้อนรับผู้เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ และต้องเอ่ยคำว่า ที่นี่...เหมือนฝัน จริงๆนะ

ภาคเหนือ อลังการสีสันแห่งผาสิริมงคล พระธาตุผาซ่อนแก้ว (เพชรบูรณ์) ป่าสนสลับสี ป่าสน โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา (เชียงใหม่) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ป่าห่มศรัทธา วัดป่าภูก้อน (อุดรธานี) เกล็ดพญานาค อำเภอสังคม (หนองคาย)

ภาคกลางสะพานเมฆ เขาช้างเผือก (กาญจนบุรี) ทะเลหมอกใกล้กรุง เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (เพชรบุรี) ภาคตะวันออก ถนนชล-จันท์ ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต (ชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด) หมู่เกาะสุดแดนบูรพา หมู่เกาะทะเลตราด (ตราด) ภาคใต้ สระว่ายน้ำกลางทะเล เกาะห้อง (กระบี่) สวรรค์ของคนมีความรัก เกาะหลีเป๊ะ (สตูล)

ความฝันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สามารถที่จะ "ร่วมทางฝัน ก้าวเดินไปพร้อมกัน" ได้ ช่วยกันเก็บความฝันที่ฟุ้งกระจาย มารวมเป็น "ก้อนกลมเดียวกัน" ที่มีแรงพลังผลักดัน "ความสุข ความรัก ความผูกพัน" ให้ปรากฏงดงามและกล้าแกร่ง ไปสู่จุดหมาย "ความฝันที่เป็นจริง" พร้อมออกเดินทางหรือยังคะ