"ผีตาโขน"...ในงานประเพณีบุญหลวง

เรียนรู้เรื่องราว

ก็ถูกลวงหลอกเกี่ยวกับเรื่องผีสาง จนกระทั่งฝังใจมาตั้งแต่เด็กๆพอแลเห็นคำว่า "ผี" ในจดหมายเชิญของทาง ททท. ก็ให้รู้สึกสะพรึงกลัวอยู่ไม่น้อย แต่พอล่วงรู้เป็นงานบุญที่ชื่อว่า "บุญหลวง" ซึ่งจะมี "การละเล่นผีตาโขน" ที่เป็นเพียงการละเล่นพื้นบ้าน ผมก็เลย เห้อ!!! โล่งอกไปที ที่ไม่ต้องกลัวตัวสั่นงันงก หรือนิมนต์พระมาคุ้มครอง

ด้วยแว่วมาว่า ผีตาโขน...เป็นผีน่ารักใจดี

ว่าแล้ว...จึงขอไปเริ่มต้น "เรียนรู้เรื่องราว"

รถตู้คันเก๋ากึ่ก มาตามทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ผ่านตัวเมืองสระบุรี จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 21 จะผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มสักหล่มเก่า ก็ถึงที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

ณ บริเวณหน้าที่ทำการอำเภอด่านซ้าย วัดโพนชัย และถนนแก้วอาสา อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยมีทางจังหวัดเลย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย ได้ร่วมมือกันจัดงานประเพณีบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขน

ทว่าเอาเข้าจริงๆในเรื่องการกำหนดวันเวลา จะขึ้นอยู่กับการเข้าทรงของเจ้าพ่อกวน ซึ่งมักจัดหลังจากงานนมัสการพระธาตุศรีสองรักแล้ว

แต่ไม่พ้นเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม

ส่วนปี 2557 ตรงกับวันที่ 27-29 มิถุนายน

และตรงกับวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ด้วย

จึงต่างเฉลิมฉลอง แบบไม่เสียการเสียงาน

ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย วิโรจน์ จิวะรังสรรค์ กล่าวในประเพณีงานบุญนี้ว่า "ในงานบุญหลวงนี้ จะมีกองทัพผีตาโขน ออกมาวาดลวดลาย ไปทั่วเมืองด่านซ้าย โดยมาร่วมกันสร้างความสนุกสนานครื้นเครง ในขบวนแห่อีกด้วย ปีนี้อำเภอด่านซ้าย จัดกิจกรรม "กินอยู่อย่างคนด่านซ้าย" และททท.สำนักงานเลย ก็จัดกิจกรรม 'ถนนผีฯ...คนเดิน' รวมทั้งการแต่งแต้มหน้ากากผีตาโขนเล็กสำหรับเอาไว้เป็นของที่ระลึก ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาช่วงการจัดงาน และมีการใช้จ่ายเงินหมุนเวียน ไม่น้อยกว่า 70 ล้านบาท"

งานประเพณีบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2557 มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ พิธีเบิกพระอุปคุต พิธีบายศรีสู่ขวัญเจ้าพ่อกวน-เจ้าแม่นางเทียม มีขบวนแห่ผีตาโขน ขบวนแห่เจ้าพ่อกวน-เจ้าแม่นางเทียม และคณะพ่อแสน พิธีบายศรีสู่ขวัญพระเวสสันดร ขบวนพิธีอัญเชิญพระเวสสันดรเข้าเมือง พิธีจุดบั้งไฟบูชาพญาแสน พิธีทิ้งหน้ากากผีตาโขน พิธีเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ พร้อมการแสดงบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมือง งานแฮนด์เมด งานหัตถกรรม งานศิลปะ และงานไอเดียสร้างสรรค์ต่างๆจากชาวด่านซ้าย และชาวเมืองเลย รวมไปถึงการแสดงดนตรี และการแสดงโชว์ต่างๆจากกลุ่มเยาวชน

ด้วยจงใจเพื่อมาชมเป็นพิเศษ วันที่ผมเดินทางมาร่วมงานนั้น ตรงกับวันที่มีขบวนแห่ผีตาโขนพอดี ซึ่งพอเห็น...ก็ให้สนุกสนานตามไปด้วย

แล้ว...ขาแข้งก็เริ่มกระดุกกระดิกขึ้นมา

แต่หันไปเห็นเพื่อนๆ...เต้นกันกระจาย

ผีตาโขน...เป็นประเพณีการละเล่นพื้นบ้าน ที่แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมอันดีงาม ที่น่าภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง ของชาวอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่งได้ยึดถือสืบทอดกันมานาน นับตั้งแต่ครั้งบรรพกาล สำหรับเทศกาลงานบุญผีตาโขน เป็นส่วนหนึ่งของงานบุญหลวง ซึ่งถือว่าเป็นงานบุญใหญ่ ประจำปีของท้องถิ่น โดยรวมเอา "งานบุญพระเวส" (ฮีตเดือนสี่) และ "งานบุญบั้งไฟ" (ฮีตเดือนหก) เข้ามารวมไว้เป็นงานบุญเดียวกัน

งานบุญพระเวสนั้น เป็นงานบุญที่จัดขึ้น เพื่อฟังเทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์ ซึ่งเชื่อกันว่า จะได้รับอานิสงส์อันแรงกล้า บันดาลให้พานพบพระศรีอริยเมตไตรย ในภายภาคหน้า ส่วนงานบุญบั้งไฟ เป็นงานบุญที่จัดขึ้นมา เพื่อบูชาอารักษ์หลักเมือง และถือเป็นประเพณีการแห่ขอฝน ให้ตกต้องมาตามฤดูกาล ในงานบุญหลวงดังกล่าว จะมีเหล่ากองทัพ "ผีตาโขน" ที่ออกมาวาดลวดลาย หรือสร้างความสนุกสนานหรรษา ในขบวนแห่

มีผู้เฒ่าที่ใจดีท่านหนึ่ง เล่าถึงผีตาโขน

ผีตาโขน...บ้างก็ว่าน่าจะมาจากการที่ผีเหล่านี้ สวมใส่หน้ากากคล้ายลักษณะของหัวโขน แต่เดิมบางคนเรียกกันว่า "ผีตาขน" แต่ก็หาความหมายที่ไม่ได้ชัดเจน และจากคำบอกเล่าของเจ้าพ่อกวน ขณะกำลังเข้าทรงว่าเป็น "ผีตามคน" ต่อมาจึงได้ผิดเพี้ยนเป็น "ผีตาโขน" ในที่สุด โดยที่พิธีกรรมในวันแรก จะเริ่มด้วยพิธีเบิกพระอุปคุต จากทางคณะหลวงพ่อแสน ทุกคนจะนำอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ มีทั้งมีด ดาบ หอก หรือฉัตร ถือเดินนำขบวนจากวัดโพนชัย มาที่ริมฝั่งแม่น้ำหมัน เพื่อจะเชิญพระอุปคุต (คือก้อนกรวดสีขาว) ในแม่น้ำ ซึ่งเล่าขานกันว่า เมื่อมีงานบุญใหญ่โต มักมีมารมาผจญ จึงต้องเชิญพระอุปคุต ช่วยปราบปรามให้ราบคาบ เมื่อได้พระอุปคุต แล้วนำใส่หาบ ก็เคลื่อนขบวนกลับ มาทำพิธีกรรมที่หออุปคุตวัดโพนชัย

การละเล่นผีตาโขน แบ่งจัดงานสามวัน

ทีมงานของ ททท. เล่าว่า ได้พาเพื่อนนักข่าวอีกกลุ่มหนึ่ง ตื่นนอนประมาณตีสองกว่า แล้วก็เดินทางไปดูพิธีกรรม ในตอนตีสามกว่าเช่นกัน

ด้วยวันแรกมีพิธีแห่พระอุปคุต จากลำน้ำหมันมาที่วัดโพนชัย ซึ่งเห็นเพื่อนที่ตื่นไปดูเล่าว่า มีผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่าน ร่วมงานด้วยความศรัทธา

ต่อเมื่อในวันรุ่งเช้านั้น จะมีขบวนแห่ ไปที่บ้านเจ้าพ่อกวน เพื่อทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ให้แก่เจ้าพ่อกวน และเจ้าแม่นางเทียม เมื่อได้เวลาอันสมควร เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม คณะพ่อแสน นางแต่ง บรรดาผีตาโขนใหญ่ ผีตาโขนเล็กทั้งหลาย ตลอดจนขบวนเซิ้ง จะร่วมกันเคลื่อนขบวนแห่ไปยังวัดโพนชัย และเวียนรอบพระอุโบสถ 3 รอบ

ซึ่งจะมีบรรดาผีตาโขน ออกมาท่องเที่ยวเย้าหยอก กับผู้คนที่มาร่วมในงานบุญ ด้วยความสนุกสนานครึกครื้น แล้วยังดูมีเสน่ห์และสีสันน่ามอง ที่มาจากการแต่งกายสีจัดจ้าน โดยที่การแต่งกายของผีตาโขน ทำจากเศษผ้าที่นำมาเย็บติดกัน

ผีตาโขนมีเครื่องประดับด้วย มีลักษณะคล้ายกระดิ่ง ที่เอาไว้ใช้แขวนคอกระบือนั่นละ หรือเป็นกระพรวนกระดิ่ง เรียกกันว่า หมากกระแหล่ง

กรุ้งกริ้งๆๆๆหมากกะแหล่ง...ส่งเสียงดัง

ฟังๆก็คล้ายทำนองเพลงเพราะเหมือนกัน

ก็ผีตาโขนผูกติดกับบั้นเอว แขวนคอ หรือถือเคาะเขย่า เพื่อให้เกิดจังหวะ และมีเสียงเวลาเดินแบบขย่มตัว ส่ายสะโพก โขยกขา และขยับเอว สำหรับอาวุธประจำกายของผีตาโขน จะเป็นพวกดาบหรือง้าว ซึ่งทำจากไม้เนื้ออ่อน มักทำให้มีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชาย แล้วจะทาสีแดงตรงบริเวณปลาย สำหรับไว้หยอกเย้าเล่น เพื่อให้เกิดการตื่นเต้น ตลกขบขัน และสนุกสนาน มิได้ถือเป็นเรื่องอุจาดลามก หรือหยาบคายแต่อย่างใด

มิน่า...สาวๆต่างชาติ เห็นทำตาเบิกกว้าง

ขณะที่สาวบางกลุ่ม วิ่งกรูไปขอถ่ายรูปคู่

บ้างก็มีเคอะเขิน ร้องวี๊ดว๊าย และเดินหนี

ส่วนหัวของหน้ากากผีตาโขน เค้าทำด้วยหวดนึ่งข้าวเหนียว นำมาหักพับครึ่งให้มีลักษณะคล้ายหมวก ตรงบริเวณของส่วนหน้ากาก ทำมาจากโคนก้านมะพร้าว ถากให้เป็นรูปหน้ากาก แล้วเจาะช่องตาไว้มองดู ส่วนจมูกของผีตาโขน ในสมัยก่อนมีขนาดเล็ก คล้ายกับจมูกของคนธรรมดาทั่วไป แต่พอมาในปัจจุบันนี้ ทำในลักษณะยาวแหลม คล้ายกับงวงช้าง โดยทำมาจากไม้นุ่น เป็นไม้เนื้ออ่อน นำมาแกะเป็นรูปทรงต่างๆ ส่วนเขาทำจากปลีมะพร้าวแห้ง นำมาตัดให้เป็นขนาดและรูปทรงตามต้องการ สำหรับการประกอบส่วนต่างๆของหน้ากาก ส่วนหัว หน้า และเขา จะใช้เชือกเย็บติดเข้าด้วยกัน ส่วนจมูกยึดติดกับหน้ากาก ด้วยการใช้ตะปูยึดติดมาจากด้านใน การตกแต่งลวดลายต่างๆ ในปัจจุบันนิยมใช้สีน้ำมัน หรือใช้สีจากธรรมชาติ เช่น ขมิ้น ปูนขาว ขี้เถ้า ปูนแดง หรือเขม่าไฟ เมื่อตกแต่งลวดลายเสร็จแล้วอย่างสวยงาม ด้านหลังจะใช้เศษผ้า มาทำการเย็บต่อจากหน้ากากและหวด ให้คลุมส่วนคอไปจนถึงไหล่

การทำหน้ากากผีตาโขน ถือว่าเป็นงานศิลปะพื้นบ้านอย่างหนึ่ง ที่ถูกถ่ายทอดสู่ลูกหลานรุ่นแล้วรุ่นเล่า โดยมีรูปแบบตามแต่จินตนาการของผู้ทำ และตามอิทธิพลต่างๆที่ได้รับ แต่คงรักษาความเอกลักษณ์ ของผีตาโขนเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

ระหว่างถ่ายภาพผีตาโขนเด็ก เพื่อนช่างภาพบางคน ที่เดินลุยไปถึงวัดโพนชัย เอาบางสิ่งออกมาอวด มันว่าเป็น เหรียญเงินเหรียญทอง ซึ่งได้จากการโปรยกัลปพฤกษ์ มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จะแย่งกันเก็บไว้ เพื่อให้เกิดเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง

ด้วยวันที่สองของงานบุญหลวง จะเริ่มเล่นกันตั้งแต่เช้าแล้วครับ ส่วนใหญ่จะรวมกลุ่มกันอยู่ที่วัดโพนชัย เมื่อถึงเวลาพิธีอัญเชิญพระเวสสันดร และนางมัทรีเข้าเมือง (แห่พระเวส) ขบวนก็แห่ไปที่วัดโพนชัย ในระหว่างที่เคลื่อนขบวนรอบโบสถ์นั้น ได้มีการโปรยกัลปพฤกษ์ ซึ่งก็คือเหรียญเงินเหรียญทองนั่นเอง แล้วหลังจากนั้นบรรดาผู้เล่นผีตาโขน นำชุด และอุปกรณ์ที่ใช้เล่น ไปทิ้งลงแม่น้ำหมัน เพื่อเป็นการลอยเคราะห์ให้ไหลลอยไปกับแม่น้ำ แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่แล้ว จะเก็บอุปกรณ์ไว้ใช้ประดับบ้าน หรือเก็บเพื่อเอาไว้ใช้ปีหน้าอีกครั้ง

ในส่วนพิธีกรรมในวันที่สาม จะเป็นการฟังเทศน์มหาชาติตั้งแต่เช้ามืดเลย เพื่อกล่อมเกลาจิตใจ ได้อานิสงส์ผลบุญแรงกล้า จึงเป็นอันเสร็จพิธี

พิธีกรรมบุญหลวงในวันที่สาม ซึ่งก็คือในวันพรุ่งนี้นั้น ผมกลับมิได้เข้าไปร่วมงานด้วย ตามปากคำที่เพื่อนบอกเล่ากัน เพราะต้องเดินทางกลับ

ระหว่างเดินทางกลับ นั่งอมยิ้มตลอดทาง

เป็นงานประเพณีที่แฝงด้วยคุณค่าแท้จริง

ใช่ครับ...ก็มีความคิดเห็นเช่นเดียวกับ ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมฤดี ชาญชัย ที่กล่าวให้ผมฟังว่า "ประเพณีทางภาคอีสาน ผู้คนแต่ละท้องถิ่น มิได้ลดในความศรัทธา ของแต่ละประเพณีเลย อย่างงานผีตาโขน ก็มีความมหัศจรรย์อีกแบบหนึ่ง ถ้าเราสังเกตดูให้ดี ประเพณีบุญหลวง การละเล่นผีตาโขน ทุกอายุคนมีส่วนร่วม คนแก่ที่อายุมาก ไปร่วมพิธีพระอุปคุต หลังจากเสร็จพิธีทางพราหมณ์ คนรุ่นหนุ่มรุ่นสาวและเยาวชน จะแต่งตัวผีตาโขนออกมาสนุกสนาน นับว่าเป็นประเพณีที่สอดคล้องแก่กัน หรือคนทุกคนภายในครอบครัว ร่วมทำกิจกรรมพร้อมกันได้ทั้งหมดทุกคน

...พี่ถือว่า คล้ายกับเป็นกิจกรรมเชิงครอบครัว ที่สมาชิกภายในครอบครัว มีความสำคัญทั้งหมด ไม่เหมือนกับบางประเพณี ที่สำคัญเฉพาะนางรำ ที่อยู่บนท้องถนนหรือในขบวนแห่ แต่คนบางกลุ่มไม่มีส่วนร่วมเลย พี่ถึงมั่นใจว่า ประเพณีบุญหลวง การละเล่นผีตาโขน จะมีการสืบสานกันไปอีกนาน ที่สำคัญทางกระทรวงวัฒนธรรม มอบรางวัลให้เป็นประเพณีชุมชนดีเด่น ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์...ประมาณนั้นนะ คือถ้ามาเที่ยวสนุกสนานเพลิดเพลินแล้ว แต่ถ้าเราได้มองในแง่ปรัชญาเชิงลึก เราจะเห็นในคุณค่าอย่างมหาศาล"