ขอบคุณประเทศไทย

สกู๊ปพิเศษ

กองทัพบก ประสานภาครัฐ ภาคเอกชน จากทุกสาขาอาชีพ และกลุ่มผู้นำความคิด พร้อมใจกัน "ขอบคุณประเทศไทย" ภายใต้ โครงการปลุกจิตสำนึก รู้คุณแผ่นดินขอบคุณ ปีที่ 3 เพื่อหนุนทุกภาคส่วนขับเคลื่อน การทำงานร่วมกันในทุกมิติ มุ่งสู่เป้าหมายนำพาประเทศไทย ก้าวข้ามความขัดแย้งทั้งปวง พร้อมคืนความสุขให้คนในชาติ

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดโครงการ ซึ่งกองทัพบกจัดขึ้น เพื่อให้คนไทยได้ตระหนักถึง การทำหน้าที่อย่างถูกต้อง ของคนไทยต่อแผ่นดินไทย โดยมีปลัดกระทรวง ทหาร ตำรวจ ศิลปิน ดารา นักร้อง นักเรียน ภาคธุรกิจ สื่อสารมวลชน กลุ่มผู้นำความคิด ในแวดวงสาขาอาชีพต่างๆ และประชาชน ร่วมงานคับคั่ง ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์

โครงการดังกล่าว ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ปีนี้ชูในแนวคิด "ขอบคุณประเทศไทย" เป็นธีมในการจัดงาน ด้วยเป็นกิจกรรมที่สอดคล้อง กับผลสำรวจความเห็นของคนไทย และเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่คนไทยทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจ ขอบคุณประเทศไทย และสำนึกแห่งการรู้คุณ 3 สถาบันหลักของชาติ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยใช้กิจกรรมต่างๆ ส่งผ่านเข้าสู่จิตสำนึกแห่งการรู้คุณแผ่นดินไทย และร่วมกันแสดงออกถึงการขอบคุณประเทศไทย ที่ได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับคนในชาติ มาอย่างยาวนาน

งานปีนี้มีการแจก "แบบเรียนสังคมศึกษา วิชาหน้าที่พลเมือง" ฉบับจำลองจากการพิมพ์ครั้งที่ 14 เมื่อ พ.ศ.2519 ให้แก่ผู้ร่วมงานทุกคน พร้อมการจัดบู๊ธแสดงนิทรรศการ แบ่งเป็น 3 โซน ที่เป็นสัญลักษณ์สื่อแทน แต่ละสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ทั้งประกอบไปด้วยผลงาน จากการจัดทำกิจกรรม โครงการปีที่ผ่านมา ตลอดจนประชาสัมพันธ์ กิจกรรมปีล่าสุดนี้ ได้แก่ 1. โครงการแบ่งปันความสุข "Share to Chairs" โดยการให้ศิลปิน ดารา และผู้มีชื่อเสียง ร่วมบริจาคเก้าอี้ ที่มีสัญลักษณ์ของตัวเอง สู่โรงเรียนที่ขาดแคลนในชนบท เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการแบ่งปันความสุข ในภาพรวมของสังคมใหญ่ และ 2. โครงการจัดประกวดภาพยนตร์สั้น 90 วินาที ในหัวข้อ "ขอบคุณประเทศไทย" ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท เพื่อรณรงค์ให้คนไทยทุกคน ลุกขึ้นมาแสดงความขอบคุณประเทศไทย ด้วยการเสียสละประโยชน์ส่วนตน เพื่อประเทศชาติ และเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทย

โดยทั้ง 3 บู๊ธ มีจุดร่วมบริเวณด้านหน้าทางเข้าชม จัดทำเป็นแผนที่ประเทศไทย พร้อมกับรอยยิ้ม เพื่อเป็นพื้นที่ในการส่งความสุข ให้กับประเทศและเพื่อนร่วมชาติ ทั่วทุกภูมิภาคของไทย เปิดให้ผู้เข้าชมงานที่ประกอบด้วย ผู้บริหารส่วนราชการต่างๆ ภาคธุรกิจ ศิลปิน ดารา นักร้อง นักเรียน ผู้บริหารสื่อจากหลากหลายค่ายใหญ่ และประชาชนทั่วไป ให้เขียนความรู้สึกและคำขอบคุณประเทศไทย ลงบนแผ่นโพสต์อิทรูปหัวใจหลากสีสัน นำไปติดไว้บนแผนที่ ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นกิจกรรมที่มีผู้สนใจกันอย่างมากมาย

นอกจากนี้ยังมีอีกกิจกรรมย่อย เพื่อหนุนส่งความสุขเพิ่มเติมจาก "การเขียน" คือ การวาดภาพเหมือน โดยมี 2 ศิลปินที่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มาสเก๊ตช์ภาพเหมือนให้กับผู้เข้าชมงาน ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากคนทุกเพศทุกวัย ใช้เวลาเพียง 10 นาทีต่อภาพ

งานนี้เปิดขึ้นด้วยความซาบซึ้งของบทเพลง "ธงชาติ" ขับร้องโดยศิลปิน หลง ลงลาย และกลุ่มลิตเติ้ล แองเจิ้ล นักเรียนจากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ด้วยประโยคแรกของบทเพลง ที่ตรึงใจอย่างมากที่ว่า "ธงชาติไทยไม่ใช่เพียงผืนผ้า เอาสีมาทาให้เป็นสามสี แต่กว่าจะเป็นไตรรงค์ผืนนี้ เบื้องหลังยังมีเรื่องราวตั้งมากมาย..." และมาจบลงด้วยประโยคที่ว่า "ถ้าเห็นสามสิ่งจากผืนธงเหมือนๆกัน เมื่อใดก็เมื่อนั้น สันติสุขจะคืนมา"

อีกไฮไลท์สำคัญ ก็คือ การเชิญประธาน และตัวแทนจาก 4 ภาคส่วน ได้ขึ้นเป็นตัวแทนประชาชนคนไทย กล่าว "ขอบคุณประเทศไทย"

โดย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร กล่าวว่า ทุกคนคือพลังที่จะผลักดัน และขับเคลื่อนประเทศ ให้มีความสุขต่อไป ประเทศไทยเป็นแผ่นดินเกิด และแผ่นดินที่ให้เราได้อาศัย และเติบโตอย่างมีความสุข การจะขอบคุณหรือตอบแทนคุณแผ่นดินนี้ คงทำไม่ได้หมดภายในชีวิตนี้ ขอให้ประชาชนไทยทุกคน ร่วมแรงใจกันรักษาแผ่นดินไทย ไว้ให้ลูกหลานในภายภาคหน้า ขอบคุณประเทศไทย ที่ให้เราได้ยืนหยัด มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ขอบคุณประเทศไทย ที่ให้เรามีความสุข ในผืนแผ่นดินแห่งนี้ ขอให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง ภายใต้องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่เป็นที่รักยิ่งของเราทุกคน

นางแป้ง ปาลสาร ผู้แทนชาวนา (ชาวนาคนสุดท้ายที่รับเงิน จากโครงการรับจำนำข้าว จากจังหวัดขอนแก่น) กล่าวขอบคุณประเทศไทย ที่มอบแผ่นดินไทย ที่อุดมสมบูรณ์ ให้กับชาวไทยปลูกข้าวเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงคนไทยทั้งประเทศ และเลี้ยงชาวโลก เราชาวนาจะรักพันธุ์ข้าว ด้วยความรัก รักทั้งข้าวไทย รักแผ่นดินไทย และรักชาวนาไทย

ศิรินา ปวโรฬารวิทยา โชควัฒนา ประธานนักธุรกิจสตรีและวัฒนธรรมหอการค้าไทย ในฐานะผู้แทนภาคนักธุรกิจ กล่าวถึงความรู้สึกต่อประเทศไทยว่า การที่ภาคธุรกิจในประเทศไทย ที่เป็นเครือข่ายกว่าเจ็ดหมื่นองค์กร ของหอการค้าไทย ตลอดจนผู้ประกอบการ ในอีกหลายแสนองค์กร ที่สามารถทำธุรกิจในประเทศไทย ได้อย่างยั่งยืนและมีความสุข ต้องขอขอบคุณประเทศไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ ที่แสนประเสริฐเลิศล้ำ และมีน้ำพระทัยห่วงใย ต่อประชาชนในทุกระดับ ขอขอบคุณประเทศไทย ที่มีพลเมืองไทยที่มีจิตใจดี ยิ้มง่าย ขอขอบคุณประเทศไทย ที่ได้มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีวัฒนธรรม คุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม ขอขอบคุณประเทศไทย ที่มีทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ และขอเป็นตัวแทนภาคเอกชน ขอสัญญาว่า จะขับเคลื่อนในภาคเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อจะให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรือง โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ประเทศไทยเจริญอย่างยั่งยืน

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนข้าราชการ ได้กล่าวขอบคุณประเทศไทยว่า เรามีพ่อและแม่ของแผ่นดิน ที่เป็นแบบอย่างของความดีงาม ให้ความร่วมเย็นเป็นสุข กับอาณาประชาราษฎร์ การที่ได้เข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณ ถือเป็นความฝันอันสูงสุด เป็นข้าราชการของประชาชน และเป็นข้าราชการของพระเจ้าแผ่นดิน ประเทศไทยเคยได้รับการยกย่องจากประเทศอาเซียน เพราะประเทศเรามี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เป็นแบบอย่างของความดีงาม ทรงเป็นที่เคารพรักและเทิดทูนยิ่งของชาวไทยและชาวอาเซียนทั้งมวล และประชาชนคนไทย เป็นแบบอย่างของความสมัครสมานสามัคคี ให้กับชาวอาเซียนได้เรียนรู้ ทั้งนี้เชื่อว่า อีกไม่นานเกินรอ พี่น้องประชาชนชาวไทย จะกลับมารักใคร่กันดังเดิม เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน ใต้ร่มพระบารมี ขอขอบคุณประเทศไทย

เด็กชาย ปุญรวี เกตุยิ่งยืนวงศ์ ผู้แทนนักเรียน (นักเรียนที่ชนะเลิศ ประกวดเรียงความ เกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดโดยกองทัพบก) กล่าวว่า ขอบคุณที่หนูได้เกิดบนแผ่นดินที่สงบสุข แม้บางครั้งเราจะมีเรื่องบางเรื่องที่ไม่เข้าใจกัน แต่ทุกอย่างก็มีทางออกได้เสมอ ขอบคุณที่หนูได้มีโอกาสเติบโต บนแผ่นดินที่สงบสุข มีผู้ใหญ่ในบ้านในเมือง ที่ช่วยกันดูแลและพยายามทำทุกอย่าง ที่จะรักษาแผ่นดินไทย อันงดงามไว้ให้ลูกหลาน เหมือนบรรพบุรุษของเรา ที่ได้ยึดถือปฏิบัติมาตลอด ขอบคุณแผ่นดินไทย ที่ยังเป็นแผ่นดินแห่งความหวัง ความรัก ความร่มเย็น สามารถตอบชาวโลก อย่างภาคภูมิใจว่า เป็นคนไทย ขอเป็นตัวแทนเด็กๆบนแผ่นดินผืนนี้ ที่กล่าวว่า จะรักษาและดูแลสมบัติล้ำค่านี้ต่อไป

และจากนั้นปิดเวทีอย่างซาบซึ้ง ด้วยบทบรรเลงเพลง "คืนความสุขให้ประเทศไทย" และ "ความฝันอันสูงสุด" โดยวงดุริยางค์กองทัพบก และร่วมขับร้องโดยศิลปินรับเชิญ คณะนักร้องประสานเสียง จากนักเรียนโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย พร้อมทั้งผู้บริหารหน่วยงานข้าราชการ ตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ รวมถึงศิลปิน ดารา และผู้บริหาร สื่อสารมวลชน ที่เปรียบประดุจเป็นคำมั่นสัญญาว่า จะเป็นส่วนหนึ่งของพลังในสังคม "คืนความสุขให้คนไทยในชาติ"