รัชนก อินทนนท์

เส้นทางสู่นักแบดมินตันระดับโลก
เยาวชนของเรา

รัชนก อินทนนท์ นักกีฬาแบดมินตันดาวรุ่งของไทยที่เพิ่งสร้างชื่อให้แก่ประเทศไทย ด้วยการเป็นนักแบตมินตันคนแรกของโลกที่สามารถคว้าแชมป์ซูเปอร์ซีรีส์สามรายการติดต่อกันใน 3 สัปดาห์ และทำคะแนนสะสมขึ้นนำเป็นนักแบตมินตันหญิงมือ 1 ของโลกประเภทหญิงเดี่ยว

เส้นทางความสำเร็จของ รัชนก หรือน้องเมย์ เริ่มต้นที่สโมสรบ้านทองหยอด เธอมีความคุ้นเคยกับแบดมินตันมาตั้งแต่เล็กและเติบโตมากับกีฬาแบดมินตันที่สโมสรบ้านทองหยอด น้องเมย์ได้เล่าถึงการเริ่มเล่นแบดมินตันที่บ้านทองหยอดว่า

"เมย์เกิดที่จังหวัดยโสธร พอเกิดได้ ๓ เดือน พ่อกับแม่ก็พาเข้ามาในกรุงเทพฯ เพื่อมาทำงานที่โรงงานทำขนมบ้านทองหยอด เมย์เริ่มเล่นแบดมินตันตอนอายุ ๖ ปี โดยมี 'แม่ปุก' (คุณกมลา ทองกร เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด) เป็นคนทำให้เมย์เริ่มเล่นแบดเป็นครั้งแรก เนื่องจาก 'แม่ปุก' กลัวว่าจะซนจนอาจทำให้เกิดอันตรายและกวนพ่อแม่ในเวลาทำงานก็เลยให้เมย์เริ่มเล่นแบดมินตันจากนั้นมา" 

ในตอนแรกน้องเมย์ไม่ได้คิดจะเล่นแบดมินตันอย่างจริงจังแต่เล่นเพื่อที่จะได้ไม่ไปรบกวนพ่อแม่

"ก็ตีๆไปหลังจากนั้นประมาณปีกว่า เพราะเมย์เริ่มตีประมาณ ๖ ขวบ ก็ประมาณ ๗ ขวบกว่าก็จะมีทัวร์นาเม้นต์การแข่งต่างๆ บางรายการก็อาจจะยังไม่ได้แชมป์ แต่ก็คือมีบ้าง"

แต่แม่ปุกได้ส่งเสริมน้องเมย์มาโดยตลอด โดยส่งลงแข่งขันครั้งแรกตอนที่น้องเมย์อายุ ๗ ปี ที่รายการอุดรธานี  โอเพ่น ผลปรากฎว่าน้องเมย์ได้แชมป์เป็นครั้งแรก  ต่อมาได้พัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อยๆ

"ฝึกซ้อมวันละประมาณ ๕-๖ ชั่วโมง ต่อวันค่ะ แต่สำหรับวันจันทร์ก็แค่ ๓ ชั่วโมง จริงๆวันจันทร์ก็เป็นวันหยุดแต่ก็มีโค้ชมาสอนพิเศษให้"

น้องเมย์ตั้งใจขยันฝึกซ้อมทุกวันอย่างมีความตั้งใจ อยู่ในระเบียบวินัย และเชื่อฟังคำสั่งสอนของโค้ช จนได้ไปแข่งขันในระดับประเทศ

"ไปแข่งระดับประเทศเมื่ออายุ ๑๒ ค่ะ ก็พบกับพี่ทีมชาติ ตอนอายุ ๑๒ ก็ได้ที่ ๓ พอมาอีกหนึ่งปี ก็ได้ที่ ๒ มาอีกปีหนึ่งก็ได้แชมป์" 

จะเห็นว่าน้องเมย์มีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆจนได้แชมป์ประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๕๒ แล้ว จนกระทั่งติดทีมชาติขณะที่อายุเพียง ๑๔ ปี เธอสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นอย่างน่าชื่นชมและประกาศศักดาให้คนทั่วโลกได้รู้ว่าเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยเฉพาะรายการ BWF World Junior Championships รุ่นอายุไม่เกิน ๑๙ ปี ซึ่งน้องเมย์ สาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้ครองแชมป์ถึง ๓ สมัยติดต่อกัน ตั้งแต่ปี ๒๐๐๙ - ๒๐๑๑ และเป็นคนแรกของโลกที่สามารถทำได้ 

 

การไปแข่งขันที่โอลิมปิกนั้นถือเป็นความฝันสูงสุดของนักกีฬาทุกคนที่อยากไปแข่งรายการนี้ และนี่ก็เป็นความฝันของน้องเมย์เช่นกัน

"ถ้าโอลิมปิกมันต้องอยู่ใน ๑ ถึง ๑๖ สำหรับแรกอันดับของโลก แต่ถ้าดูจากตอนนี้เมย์คิดว่ามีสิทธิ์ได้ไปค่ะ เมย์คิดว่าก็จะไม่ประมาทตัวเอง อาจคิดว่าตัวเองได้ไปแล้วจะผ่อนก็เลยจะทำให้เต็มที่ดีกว่าค่ะ"

น้องเมย์ได้รับรางวัลหลายรายการในการไปแข่งขันแบดมินตัน และยังได้รับรางวัลที่เชิดชูเกียรติประวัติของตนเองและครอบครัวอีกมากมาย เช่น นักกีฬาสมัครเล่นหญิงยอดเยี่ยม และรางวัลนักกีฬาดีเด่นหญิง "สยามกีฬาอวอร์ด" ครั้งที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๒ นักแบดมินตันดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปี ๒๕๕๒ และ ๒๕๕๓ รางวัลนักกีฬาที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนทั่วโลกจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล รางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ จากสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้สูงอายุ พ.ศ.๒๕๕๓ ได้รับรางวัลนักกีฬาเยาวชนหญิงดีเด่น พ.ศ.๒๕๕๓ จากการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้รับพระราชทานรางวัลสตรีดีเด่นแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๓ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ก่อนจากกันน้องเมย์ได้ฝากถึงเยาวชนรุ่นหลังด้วยว่า

"ก็อยากฝากไว้ว่าสำหรับวงการแบดมินตัน ก็อาจจะยังไม่ถึงกับดังมากสำหรับนักกีฬาทุกคน สำหรับนักกีฬาทีมชาติก็อยากทำให้วงการแบดมินตันให้ดังเพราะว่าอยากให้วงการแบดมินตันมีผลงานมากขึ้น แล้วก็อยากให้มีประวัติศาสตร์ อยากให้น้องๆทุกคนหันมาเล่นกีฬาค่ะ"

ในความสำเร็จนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ "พรสวรรค์" แต่เป็น "พรแสวง ความพยายามและความขยัน" ที่ทำให้เธอก้าวมาสู่การเป็นนักแบดมินตันระดับโลกในวันนี้