"กฤษณา"

ราชาแห่งเครื่องหอมสมุนไพร
สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับภาคีเครือข่ายสาธารณสุขจังหวัด 25 จังหวัด ภาคกลางและภาคตะวันออก จัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทย ภาคกลางและภาคตะวันออก 2557 "สุขภาพดี เริ่มต้นด้วยการแพทย์แผนไทย" ภายใต้แนวคิด "เมืองหลวงของแผนไทย เพื่อความร่ำรวย มั่นคง พึ่งตนเอง" ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดปทุมธานี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนทางเลือก กล่าวว่า "ทางกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก มีนโยบายในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น มาพัฒนาให้เหมาะสม กับบริบทของปัจจุบัน อันนำไปสู่การพึ่งตนเองของประเทศ โดยการแพทย์แผนไทย นับเป็นภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศ ทั้งการคิดค้น สั่งสม พัฒนา และคัดเลือก จากบรรพบุรุษคนไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งในการส่งเสริมให้เกิดการใช้การแพทย์แผนไทย ไม่ได้เพียงเพื่อการพัฒนา หรือให้มีอัตลักษณ์ของประเทศ แต่ยังได้มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทย เพื่อจะทำให้ประชาชนพึ่งตนเองได้ ลดการใช้ยาจากต่างประเทศ นอกจากนี้การใช้การแพทย์แผนไทย ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้เกิดการปลูกพืชสมุนไพร การผลิต การแปรรูป และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งเป็นสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอีกด้วย"

ในส่วนของนิทรรศการกลาง เป็นการบอกเล่าเรื่องราว ในความร่ำรวยภูมิปัญญา เรื่องการดูแลสุขภาพ จากอดีตของ 3 ลุ่มน้ำ ได้แก่ แม่กลอง บางปะกง และเจ้าพระยา พร้อมทั้งรู้จักกับพืชพันธุ์หายาก โดยเฉพาะกฤษณา...ยาดีบำรุงหัวใจ

ไม้กฤษณา ชื่อวิทยาศาสตร์ Aquilaria crassna Pierre ex Lec. วงศ์ THYMELAEACEA เป็นไม้ที่มีตำนานกล่าวขวัญกันมาช้านาน ทั้งในฐานะของที่มีค่าหายาก เป็นที่ต้องการของสังคมชั้นสูงทั่วโลก และราคาแพงดั่งทองคำ ดังนั้น ไม้กฤษณา จึงเป็นสินค้าต้องห้าม สำหรับประชาชนทั่วไป เพราะมีกฎหมายให้ค้าขายได้เฉพาะพระมหากษัตริย์ มาตั้งแต่โบราณ นับตั้งแต่ต้นกรุงศรีอยุธยา ที่สยามส่งไม้กฤษณา ทั้งที่เป็นเครื่องราชบรรณาการ และเป็นสินค้าไปเมืองจีน มาตั้งแต่กรุงสุโขทัย และเป็นที่ต้องการของราชสำนักจีน นอกจากจีนและญี่ปุ่นแล้ว เรือสำเภาที่มาค้าขาย จากฝั่งตะวันตก ก็ยังได้นำเอาสรรพคุณของกฤษณา ทั้งด้านความหอมและสรรพคุณทางสมุนไพร ลือไปไกลถึงคาบสมุทรอาหรับ ในตะวันออกกลาง และยังไปถึงอาณาจักรกรีก โรมัน อียิปต์โบราณ ยุคนั้นไม้กฤษณา เป็นสินค้าที่มีราคาแพงมาก และผลิตผลจากต้นกฤษณา ก็มีเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น ดังนั้น ไม้กฤษณา จึงเป็นสัญลักษณ์ของสุวรรณภูมิ หรือประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการค้าขายมานาน

ไม้กฤษณาชนิดที่ดีที่สุดในโลก พบหลักฐานในสมัยอยุธยา ในจดหมายของบริษัทอินเดียตะวันออก พ.ศ.2222 ระบุว่า เป็นไม้หอมกฤษณาจากบ้านนา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในจังหวัดนครนายก หรือแต่เดิมเป็นป่าแถบดงพญาไฟ ภายในเทือกเขาใหญ่ เป็นแหล่งผลิตไม้หอม เพื่อการส่งออกมาแต่อดีต ในจังหวัดปราจีนบุรี มีชื่อตำบล ชื่อหมู่บ้าน ที่บ่งบอกการเป็นบ้านไม้หอมหลายแห่ง เช่น ตำบลเนินหอม บ้านเนินไม้หอม บ้านโนนหอม

ไม้กฤษณาหรือไม้หอมบนเขาใหญ่ สัญลักษณ์ของประเทศไทย และมีการเก็บหามาถึงปัจจุบัน เพราะเป็นที่ต้องการกลิ่นดั้งเดิม แม้ว่าจะมีสวนป่ากฤษณาปลูกขึ้น แต่คุณภาพไม่ดีเท่าจากป่าธรรมชาติ จึงมีการลักลอบทำผิดกฎหมาย ในคดีการจับไม้กฤษณา บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทางจังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี

คนไทยรู้จักใช้ไม้กฤษณามานาน มีปรากฏในตำรายาพระโอสถ สมัยสมเด็จพระนารายณ์ พ.ศ.2202 ว่ามีตำรายาเข้ากับกฤษณาหลายชนิด

มโหสถธิจันทน์ เอาสมุลแว้ง ดอกมะลิ สารภี พิกุล บุนนาค เกสรบัวหลวง เกสรสัตบงกช จันทน์ทั้ง 2 กฤษณา กระลำพัก ขอนดอก แฝกหอม ตะนาว เปราะหอม โกฐหัวบัว เสมอภาค น้ำดอก ไม้ เป็นกระสาย บดทำเป็นแท่ง ละลายน้ำซาวข้าว น้ำดอกไม้ รำหัดพิมเสนชโลม กินแรกใส่ขัณฑสกรลงด้วย แก้พิษไข้สันนิบาต หรือตัวร้อน

ตำรายาไทยว่า กฤษณารสขมหอม สุขุม คุมธาตุ บำรุงโลหิตในหัวใจ (อาการหน้าเขียว) บำรุงหัวใจ บำรุงตับ ปอด ให้เป็นปกติ แก้ลมวิงเวียน หน้ามืด แก้ลมซาง แก้ไข้ อาเจียน ท้องร่วง บำบัดโรคปวดตามข้อ ตำรับยาที่เข้ากฤษณา อย่างตำรับยาหอม ยากฤษณากลั่นตรากิเลน ที่ใช้แก้อาการปวดท้อง ท้องเสีย แน่นจุกเสียด แก้ลม วิงเวียน หน้ามืดตาลาย คลื่นเหียน อ่อนเพลีย บำรุงหัวใจ ขับลมในกระเพาะลำไส้ บำบัดโรคปวดท้อง

ในตำรายาไทยถือว่า กฤษณาเป็นราชาของเครื่องหอมไทย หมอพื้นบ้านใช้ปรุงเป็นยาหอม แก้ลมหน้ามืดวิงเวียน ผสมในเครื่องหอมทุกชนิด ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องหอม เช่น ธูปหอม น้ำอบไทย ใช้สุมศีรษะแก้ลมทรางกับเด็ก รับประทานให้ชุ่มชื่นหัวใจ น้ำมันกฤษณา มีกลิ่นหอมติดทนนาน ทำให้กลิ่นหอมต่างๆ มีความหวานละมุนละม่อมขึ้น จึงนิยมใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอมที่มีราคาแพง ในแถบตะวันออกกลาง และบางประเทศในทวีปยุโรป นิยมนำเอาแก่นกฤษณา มาเผาในเตาขนาดย่อม ที่ออกแบบสวยงามเป็นพิเศษ สำหรับการเผาไม้กฤษณา โดยเฉพาะเพื่อให้ควัน และกลิ่นหอมติดผิวหนัง หรือสูดดมควัน เพื่อเป็นยารักษาโรคหัวใจ และกลิ่นสามารถป้องกันแมลง หรือไรทะเลทราย ที่มากัดจนเกิดแผลพุพองได้ ชาวมุสลิมที่มีฐานะดี จะนิยมปรุงแต่งผิวกาย ด้วยน้ำหอมจากไม้กฤษณา ที่ให้ความหอมติดทน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงยังมีการใช้ไม้กฤษณา ต้อนรับแขกผู้มาเยือน ถือว่าเป็นการให้เกียรติอย่างสูง อันเป็นวัฒนธรรมของชนชาวมุสลิม ในประเทศแถบตะวันออกกลาง

ปัจจุบันกฤษณา ยังเป็นสมุนไพรราคาแพงที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง มีการประชุมนานาชาติ ที่เกี่ยวกับกฤษณาโดยเฉพาะ และมีการศึกษาวิจัยกรรมวิธี การทำให้เกิดเรซินของกฤษณา สำหรับผู้ที่สนใจกฤษณา ไม้หอมที่มากด้วยสรรพคุณ หรือเป็นสมุนไพรประจำถิ่น ของจังหวัดในภาคกลาง อย่าง นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ระยอง ตราด สามารถสอบถามข้อมูลที่ มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศรฯ โทรศัพท์ 0-3721-1289 ได้เลยค่ะ